ซัดกันหนักตั้งแต่ยังไม่ทันประมูลคลื่น 5G โดยเฉพาะ “เอไอเอส-ทรูมูฟเอช” ต่างเร่งเครื่องโชว์ความพร้อมกันไม่ยั้ง แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะได้ใช้งานเมื่อไร หลัง (ถ้า) มีการประมูลคลื่นกลาง ก.พ.ปีหน้า
เรื่องผลักดันการปรับแก้เงื่อนไขหลักเกณฑ์การประมูลก็ว่ากันไป แต่จังหวะนี้สิ่งสำคัญกว่า คือ การโหมประกาศตัวกับสาธารณะว่าพร้อมสำหรับ 5G แล้ว เพราะเรื่องนี้อยู่ในกระแสความสนใจของผู้บริโภคไปแล้วเรียบร้อย
เป็นการตอกย้ำให้ลูกค้ากว่า 40 ล้านราย (ของเอไอเอส) และกว่า 29 ล้านราย ของทรูมูฟเอชมั่นใจได้ว่าจะไม่ตกขบวนเทคโนโลยีใหม่ของโลกแน่
ไม่ได้ประกาศเฉยๆ ช่วงโค้งท้ายปี ทั้งคู่ลุกขึ้นมาจัดงานใหญ่ชนกันจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่มีใครยอมใคร เพื่อชิงความเป็นผู้นำ
“เอไอเอส” ประกาศว่าเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ทดสอบทดลองบริการ 5G ครบทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ขณะที่ “ทรูมูฟเอช” บอกว่าทดสอบทั้งเทคโนโลยี และระบบส่งสัญญาณ 5G ต้นแบบสำเร็จเป็นรายแรกในไทย
ก็ว่ากันไป
ตัดกลับมาที่ ทั้งคู่ขนสารพัดบริการบนเทคโนโลยี 5G มาโชว์เต็มเหนี่ยว โดย “เอไอเอส” เลือกทำเลฮอตฮิต “สามย่านมิตร ทาวน์” จัดงาน ?AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย? (ลานกิจกรรมชั้น G 13 ธ.ค. 2562-3 ม.ค.2563)
ฟาก “ทรูมูฟเอช” ยังเหนียวแน่นยึดย่าน “สยามสแควร์” เหมือนเมื่อครั้งเปิดตัว 3G และ 4G
“เอไอเอส-ทรูมูฟเอช” คิดไม่ต่างกัน โดยย้ำว่าจุดเด่นของ 5G ที่แตกต่างไปจาก 3G หรือ 4G ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคเท่านั้น แต่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก
นั่นคือการพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจ และสังคมในหลากหลายมิติ ด้วย “ความเร็ว (สปีด) ที่สูงขึ้น ความหน่วงที่น้อยมากจนเกือบเรียลไทม์ และทำให้อุปกรณ์จำนวนมาก ไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือ แต่คือทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น กระเป๋า รองเท้า รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะพูดคุยเชื่อมต่อกันได้หมด
ในยุค 1G การติดต่อสื่อสารของคนสะดวกขึ้น มาถึง 2G มือถือเริ่มส่งข้อความ (SMS) ทำให้บริการวิทยุติดตามตัว (เพจจิ้ง) โดนทำลายล้าง พอถึง 3G ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญผลักดันให้การใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือเฟื่องฟู มีการคิดค้นพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ รวมถึง “โซเชียลมีเดีย” จนมาถึง 4G ยุค “วิดีโอสตรีมมิ่ง”
จาก 1G ถึง 4G เป็นเรื่องการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์แต่ 5G ไปไกลกว่า รองรับการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ได้เป็นพันล้านชิ้นจึงเกี่ยวโยงส่งผลถึงอุตสาหกรรมต่างๆ สารพัด
“วสิษฐ์ วัฒนศัพท์” หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการ และสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า งาน ?AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย? จัดขึ้นเพื่อเปิดให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องใน 5G Ecosystem ได้สัมผัสและทดลองใช้ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้คนไทยได้เห็นประโยชน์ของ 5G ในหลากมิติ และนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง
นวัตกรรมที่นำมาโชว์ ก็เช่น 5G Hologram นำ 3D Hologram ที่ถ่ายทอดภาพ 3 มิติ แบบ 360 องศา เสมือนจริงและเรียลไทม์ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการประชุม, การศึกษาทางไกล, การแพทย์ ทำให้ผู้ที่อยู่คนละพื้นที่แชร์ไอเดียและพัฒนางานร่วมกันได้สะดวก และเห็นภาพยิ่งขึ้น มี 5G VDO Call มี 5G Remote Control Vehicle สาธิตเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกล เป็นต้น
“เราต้องการกระตุ้นการรับรู้ สร้างความตระหนักให้อุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นผู้ใช้งานเป้าหมายของ 5G รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และเอไอเอสมีความพร้อมแค่ไหนผ่านยูสเคสที่นำมาโชว์ 5G คือเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น”
ส่วนกลุ่มทรูไม่น้อยหน้าใช้ที่ “ลิโด้ คอนเน็คท์” จัดงาน “True 5G World” ระหว่าง 19-22 ธ.ค. 2562 มีไฮไลต์ เช่น ?True 5G Tech Concert? ในรูปแบบ Multi-Stage Experience นักดนตรีที่อยู่คนละสถานที่แสดงร่วมกันได้ผ่านเทคโนโลยี Hologram แปลงโฉมโรงภาพยนตร์ลิโด้ 2 เป็น “DJ Hologram Concert” ครั้งแรกในไทย
นอกจากนี้ยังมียูสเคส แบ่งเป็นโซนที่ทรูช้อปสยามสแควร์ซอย 2 ซอย 3 รวมถึงที่ไอคอนสยาม (16 ธ.ค.2662-14 ม.ค.2563) ได้แก่ world of lifestyle ที่ควบคุมได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส 5G Dating with a Star การเดินทางรูปแบบใหม่ผ่าน VR พร้อมซุปตาร์พาเที่ยวแบบใกล้ชิด, 5G ROBOTIC ART แขนกลอัฉริยะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในระยะไกล เป็นต้น
“สุภกิจ วรรธนะดิษฐ์” หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แม้กลุ่มทรูจะเข้าสู่ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ เริ่มต้นที่ 2G ช้ากว่าค่ายอื่น แต่เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เปิดบริการ 3G รวมถึง 4G สำหรับ 5G ก็คาดหวังว่าจะเป็นผู้นำเช่นกัน
“สิ่งสำคัญที่ทำให้ 5G เกิดขึ้นได้ คือ ความร่วมมือกับพันธมิตรในธุรกิจต่างๆ เพราะเป็นเรื่องของการเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและสังคม ดังนั้น การมีโครงข่ายอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ 5G เกิดขึ้นได้เต็มรูปแบบ เพราะ 5G ลึกกว่านั้น จุดสำคัญมากๆ จึงอยู่ที่การหาพันธมิตรมาร่วมกันพัฒนาบริการเชิงลึกร่วมกันในแต่ละอุตสาหกรรม”
หนึ่งในพันธมิตรที่น่าจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างแต้มต่อให้กลุ่มทรูได้มาก คือ ไชน่าโมบายล์ จากประสบการณ์การพัฒนาและเปิดให้บริการ 5G แล้วในประเทศจีน โดยเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลกที่มีฐานลูกค้ากว่า 925 ล้านราย
“สิ่งที่สำคัญอีกอย่างในยุค 5G และถือเป็นบิ๊กเชนจ์ที่สำคัญมากของกลุ่มทรูด้วย นั่นคือ การผันตนเองจากการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมไปสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์”
จะเห็นได้ว่านอกเหนือไปจากความพยายามในการมุ่งไปยังการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแล้ว ทั้งกลุ่มทรูและเอไอเอสต่างต้องการขยับตนเองไปสู่การเป็นผู้ที่ตอบสนองทุกความต้องการด้านบริการ “ดิจิทัล” ให้กับผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ 5G

