สำเร็จงดงาม ‘โรงงานหมอนยางพารา’ แปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

23.12.19 | 15:43 น.
ชุมนุมสหกรณ์ฯ เซ็นเอ็มโอยูซื้อขายหมอนและที่นอนยางพารากับ "หาน หรง" ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยสุวรรณ จำกัด

เพราะราคายางพาราตกต่ำแท้ๆ เกษตรกรสวนยางบึงกาฬจึงพลิกวิกฤตเป็นโอกาส รวมตัวกันจัดตั้ง ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ จำกัด เพื่อนำยางพารามาแปรรูปเป็นหมอนและที่นอนยางพารา สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ พร้อมๆ กับการระบายสต๊อกยางในประเทศไปในตัว

ล่าสุด โรงงานหมอนยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ฯ บ้านตาลเดี่ยว ต.ท่าสะอาด อ.เซกา จ.บึงกาฬ เพิ่งก่อสร้างเสร็จในปีนี้ หลังได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 แผนงานบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ งบประมาณรวมการก่อสร้างโรงงานและเครื่องจักรกว่า 46 ล้านบาท ปัจจุบันมีสมาชิก 13 สหกรณ์ มีเป้าหมายกำลังการผลิตหมอนยางพารา 2,000 ใบ/วัน

โดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางลงพื้นที่ตรวจดูโรงงานหมอนดังกล่าวเมื่อราวสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะด้วยว่า การบุกเบิกตลาดยางพาราอินเดีย พร้อมนำหมอนยางไปขาย ในจำนวน 10 ล้านใบ ที่อยู่ในการรับผิดชอบของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จะมีชื่อชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจังหวัดบึงกาฬเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายด้วยแน่นอน

ลั่นวาจากับชาวบึงกาฬขนาดนี้ นับว่าเป็นข่าวดีอยู่ไม่น้อย

“จุรินทร์” เยี่ยมชมการผลิตหมอนยางที่โรงงานหมอนของชุมนุมสหกรณ์ฯ

10 ล้านใบจำหน่ายอินเดีย
เครดิตชื่อ ‘ชุมนุมสหกรณ์ฯ’

นอกเหนือจากการร่วมเป็นประธานเปิดงาน วันยางพาราบึงกาฬ 2563 ในค่ำคืนวันที่ 15 ธันวาคม 2562 แล้ว รองนายกฯ จุรินทร์ยังมีภารกิจเยี่ยมชมโรงงานหมอนยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ฯ โดยมี สนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ พร้อมด้วยสมาชิกชุมนุมสหกรณ์ฯ กว่า 300 คน ต้อนรับ

Advertisement

เมื่อถึงเวลากล่าว รองนายกฯรีบเอ่ยชมทุกภาคส่วนใน จ.บึงกาฬ ที่พยายามขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากที่สุด ด้วยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอด โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรม การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม นอกเหนือจากการขายน้ำยางสดและยางก้อนถ้วย

ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ยกคณะออนทัวร์ต่างประเทศ เพื่อนำยางพาราออกไปจำหน่าย เช่น อินเดีย ตุรกี โดยทูตพาณิชย์ที่อยู่ต่างประเทศรับหน้าที่ “เซลส์แมน” เจรจาด้านการค้า กฎเกณฑ์ ส่งเสริมการขาย พร้อมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ขณะที่รองนายกฯจุรินทร์รับหน้าที่ “หัวหน้าเซลส์แมนส่วนต่างประเทศ” ประเภทสินค้าอุตสาหกรรม

ทว่า นับจากนี้เป็นต้นไป กระทรวงพาณิชย์จะนำพืชผลการเกษตร อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ออกขายในต่างประเทศด้วย

“จากการที่เราปรับบทบาทของเราเป็นโฟร์แมนประเทศไทยไปขายยางพารา จนสามารถขายหมอนได้ 20 ล้านใบ แบ่งให้ กยท.ขาย 10 ล้านใบ ภาคเอกชนอีก 10 ล้านใบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ อีกรวมกว่า 9 พันล้านบาท ต้นเดือนหน้าผมจะพาภาคเอกชนไปอีกรอบหนึ่ง เพราะเพิ่งไปดูอินเดียมา เขากำลังต้องการไม้ยางพารามาก เพราะมีการส่งเสริมเร่งรัดการสร้างบ้านใหม่ให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัย

“ขอชื่นชมชุมนุมสหกรณ์ฯที่คิดริเริ่มแปรรูปยางพาราอย่างเป็นระบบ และขอรับรองว่าหมอนที่จะขายให้อินเดีย ซึ่งรับผิดชอบโดย กยท.จำนวน 10 ล้านใบนั้น จะมีชื่อชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจังหวัดบึงกาฬแห่งนี้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายด้วย”

คำชื่นชมล้นหลาม ตอกย้ำ ‘บึงกาฬโมเดล’

หลังพิธีเปิดงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 : บึงกาฬโมเดล เสร็จสิ้น พินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้หอบหิ้วคำชมจากแขกร่วมงานมาฝาก ทำเอาผู้จัดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“เท่าที่ได้รับฟังจากพี่น้องทุกวงการ ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ครู อาจารย์ ภาคเอกชน เกษตรกร คณะของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งคณะที่มาจากต่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ ชิงเต่า, เซี่ยงไฮ้, สิบสองปันนา, ยูนนาน คณะจากสิงคโปร์ ได้สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่าเราจัดงานได้เนี้ยบมาก

“เท่าที่ได้เห็น ได้ยิน การจัดงานวันยางพารามาตลอด 8 ปี เขาบอกว่าเมื่อมาเห็นในครั้งนี้แล้วเกิดความมั่นใจและเชื่อถือว่างานยางพาราบึงกาฬเป็นงานยางพารานานาชาติ สามารถสร้างมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถให้เกษตรกรพบกับผู้รับซื้อยางโดยตรง เช่น ผู้รับซื้อจากประเทศจีน โดยมีคณะเจ้าของโรงงานจากสิบสองปันนามาร่วม 2 โรงงาน จากยูนนาน 1 โรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก

“คณะจากยูนนานยังระบุว่าเขาจำเป็นต้องนำเข้ายางพาราจากไทยจำนวนมาก เนื่องจากประสบภัยพิบัติ อากาศหนาวมาก ต้นยางตาย โดยอาศัยการขนส่งไปตามเส้นทาง จ.เชียงราย ผ่านไปทางเชียงของ ออกห้วยทราย บ่อแก้ว และให้เราช่วยเจรจาด้านความสะดวกเรื่องสินค้าผ่านแดน

“ผมพาคณะไปชมโรงงานหมอนยางพารา เขาดูแล้วพอใจมาก บอกว่าอยากซื้อตรงกับเกษตรกร อยากช่วยเรา เขาชอบงานวันยางพาราบึงกาฬมาก จนอยากจัดงานแบบนี้เพื่อให้คนในวงการธุรกิจมาเจอกัน มาอัพเดตเนื้อหา รวมถึงอาจเกิดการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย กับเจ้าของสวน เจ้าของโรงงาน ซึ่งเราเป็นตัวอย่างที่ดี

“เรายังได้รับคำชมเรื่องจำนวนแขกร่วมงาน ตลอดจนผู้ใหญ่เองก็ให้ความสำคัญกับงานนี้ โดยคณะจากต่างประเทศมาร่วมงานกว่า 100 คน เขาบอกว่าโซนนิทรรศการเราดีมาก โดยเฉพาะโซนสวนไฟเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นิทรรศการขบวนเรือพระราชพิธี ได้ความรู้เรื่องขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เยอะมาก รวมทั้งโซนวิชาการ ตลอดจนการแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์”

“นิพนธ์” ฝากการบ้านเอ็มเทควิจัยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ช่วยเหลือเกษตรกรสวนยาง

บิ๊กเซอร์ไพรส์หลังงาน ‘ยางบึงกาฬ’

ขณะที่ นิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ และที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด นำทีม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือเอ็มเทค สำรวจการใช้นวัตกรรมภายในโรงงานหมอนยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ฯ อีกทั้งสำรวจแนวทางการพัฒนานวัตกรรมอื่นๆ อีกในอนาคต

แต่ก่อนจะไปเยี่ยมชมโรงงาน นายกนิพนธ์กล่าวกับคณะเอ็มเทคเรื่องงานวิจัยและพัฒนา ซึ่งเอ็มเทคเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผลิตและแปรรูปยางพาราอยู่แล้ว ให้ช่วยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น

เขาบอกว่า ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหายางพาราที่เหลืออยู่ 3 ล้านตันในประเทศไทย เราต้องช่วยกันหาวิธีระบายสต๊อกยางที่เหลืออยู่ออกไปให้หมด ซึ่งมองว่าโครงการที่รัฐบาลกำลังเร่งปฏิบัติอยู่ ถือว่ามาถูกทาง อาทิ โครงการถนนยางพารา 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร และการนำยางไปสร้างแบริเออร์ หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ จะช่วยให้เกษตรกรกว่า 70% มีรายได้ รวมถึงจะช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากดีมากขึ้น

“ฉะนั้น ภาครัฐจะต้องให้เงินทุนด้านการวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้น ผมขอฝากการบ้านให้นักวิจัยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นผลประโยชน์ของคนในชาติต่อไปไว้ด้วย”

เอ็มเทคสำรวจการใช้นวัตกรรมภายในโรงงานหมอนของชุมนุมสหกรณ์ฯ

แม้วันนี้งานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 จะจบลงไปแล้ว ทว่า ชาวสวนยางบึงกาฬยังได้เฮอีกครั้ง เพราะ สุขทัศน์ ต่างวิริยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร กยท. ได้เข้าพบนายกนิพนธ์ หารือถึงการสนับสนุนโครงการแปรรูป เพิ่มมูลค่ายางพาราของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด

พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และการดำเนินงานของโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราจำนวน 5 โรงงาน ของชุมนุมสหกรณ์ฯ ในการผลิตหมอนและที่นอนยางพารา ยางแผ่นรมควัน ยางอัดก้อนลูกขุน และยางสกิม ให้ดำเนินได้อย่างสมบูรณ์ เกิดรูปธรรม เพราะเป็นสถาบันของเกษตรกรโดยตรง

ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันงบประมาณลงมาสนับสนุนให้ชุมนุมสหกรณ์ฯในอนาคตต่อไป


อบจ.บึงกาฬ เซ็นเอ็มโอยูว่าด้วยการสนับสนุนสื่อการเรียนการสอน วัสดุการศึกษาที่ผลิตจากยางพารา กับท้องถิ่นทั้ง 8 อำเภอ

เอ็มโอยู 4 ฉบับ ยกระดับยางพาราไทย

 

ความพยายามของเกษตรกรชาวบึงกาฬในการเพิ่มมูลค่ายางพาราประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด

เห็นได้จากงานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 ที่ผ่านมา มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) รวมทั้งสิ้น 4 ฉบับ

ฉบับแรก “พินิจ จารุสมบัติ” ซึ่งเป็นผู้ขายยางพาราก้อนถ้วยของเกษตรกรชาวบึงกาฬ เซ็นเอ็มโอยูกับ “ฉี ฉุนเฟิง” ผู้ซื้อยางพาราก้อนถ้วยชาวจีน ในการรับซื้อขายยางพาราก้อนถ้วยของเกษตรกรชาวบึงกาฬจำนวน 3,000 ตันต่อเดือน ด้วยราคาเหมาะสมและเป็นธรรม

ฉบับที่ 2 เป็นการเซ็นเอ็มโอยูซื้อขายหมอนและที่นอนยางพารา ระหว่าง “ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด” โดยสมนึก เศษสมบูรณ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด กับ “หาน หรง” ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท สุวรรณไทย จำกัด

ส่วนอีก 2 ฉบับ เป็นการเซ็นเอ็มโอยูว่าด้วยการสนับสนุนสื่อการเรียนการสอน วัสดุการศึกษาที่ผลิตจากยางพารา ระหว่าง “องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ” กับ “ท้องถิ่น” และ “สถานศึกษา” จาก 8 อำเภอใน จ.บึงกาฬ อย่างละ 1 ฉบับ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการขับเคลื่อนและยกระดับยางพาราไทยให้ก้าวไกลทั้งในและต่างประเทศ