แท็งก์ความคิด : คิดถึง‘ทางออก’ : โดย นฤตย์ เสกธีระ

ท้ายๆ ปีนึกว่าจะพบความสดใส ที่ไหนได้มองไปทางไหนมีแต่คำถาม

ปีหน้าพวกเราจะอยู่กันอย่างไร ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

กลัวเกรงกันว่าจะชวดเหมือนชื่อ “ปีชวด”

เหตุที่มีเสียงถาม เพราะข้อมูลข่าวสารช่วงท้ายปีดูแล้วไม่สู้ดีนัก

ปัญหาการเมืองหลังการเลือกตั้ง เมื่อกฎกติการ่างขึ้นมาเพื่อ “พวกเขา” ทำให้กลุ่มที่ได้เป็น “พวกเขา” เคลื่อนไหว

ก่อนส่งท้ายปีเริ่มมีกระแสขับไล่เกิดขึ้น

ปัญหาทางเศรษฐกิจ มีสัญญาณการส่งออกที่หลุดวูบ ด้วยปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน

คาดหมายว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าเติบโตจิ๊บๆ

เมื่อไทยมีปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาการเมือง ปัญหาด้านอื่นๆ ก็มีทีท่าโผล่พ้นน้ำ

ปัญหาการอำนวยความยุติธรรม ปัญหาพัฒนาการของนักกีฬาทีมชาติไทย ปัญหา ปัญหา แล้วก็ปัญหา

รับรู้แต่ปัญหามาก จึงเวียนหัวไปด้วยปัญหา

วันก่อนมีผู้ส่งสารมาเตือนสติ บอกว่า คนเราเมื่อสนใจสิ่งใดมักจะมองเห็นสิ่งนั้น

ตัวอย่างเช่น ร้อยวันพันปีไม่เคยมองแมว กระทั่งเลี้ยงแมว ไปไหนมาไหนเดี๋ยวนี้จึงสังเกตเห็นแมว

สิ่งที่ตามมาอีกอย่างคือคลินิกสัตวแพทย์

เมื่อก่อนไม่ค่อยได้สังเกตว่าคลินิกสัตวแพทย์ในประเทศนี้มีมาก

กระทั่งพาแมวไปฉีดยา เวลานี้ไปไหนมาไหนเห็นแต่คลินิกสัตวแพทย์เยอะแยะ

เช่นเดียวกับปัญหา พอเราสนใจปัญหา เราจึงมองเห็นแต่ปัญหาเต็มไปหมด

ปัญหาอยู่รอบๆ จนกระทั่งเวียนหัว

ข้อแนะนำที่ได้รับคือ ให้เปลี่ยนความสนใจ

จากเดิมที่สนใจแต่ปัญหา ลองหันไปสนใจเกี่ยวกับทางออกของปัญหาดูบ้าง

ลองไปค้นข้อมูล ลองไปซักถาม ลองไปสดับฟัง

ลองไปสะสมข้อมูลเกี่ยวกับทางออกของแต่ละปัญหาดูบ้าง

ด้วยสมมุติฐานที่ว่า “สนใจสิ่งใดก็จะเห็นสิ่งนั้น”

ทำให้เชื่อว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อเราสนใจหนทางออกของปัญหา เราก็จะมองเห็นทางออกของปัญหาได้

และมีข่าวดีมาบอกกล่าวว่า ต้นปีหน้า คือ วันที่ 15 มกราคม 2563 หนังสือพิมพ์มติชนจะจัดสัมมนาเพื่อหาทางออกทางเศรษฐกิจของประเทศ

ตั้งหัวข้อว่า “2563 ปีแห่งการส่งออก ทางออกประเทศไทย”

สถานที่จัดสัมมนาคือ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ

วิทยากรที่มาร่วมสัมมนาแต่ละคนคือผู้ที่เกี่ยวข้องและพร้อมจะบอกเล่าไอเดียทางออกของไทย

เป็นทางออกทางเศรษฐกิจที่หลายคนคงได้ยินปัญหากันมามากแล้ว

รายละเอียดของงานสื่อในเครือมติชนทยอยนำเสนอกันมาบ้าง

ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งทางสื่อออนไลน์มติชนเช่นเดิม

แฟนๆ งานสัมมนาของมติชนคงเคยสำรองที่นั่ง และทราบว่าทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสะดวก

การไปร่วมฟังการสัมมนาเรื่องทางออก อาจทำให้เราเริ่มต้นเปลี่ยนความสนใจ

แทนที่จะสนใจเฉพาะปัญหา เปลี่ยนมาสนใจและค้นหาทางออก

เชื่อว่าหากพวกเราสนใจหาทางออก ในที่สุดเราจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับทางออกมากมาย

พอเริ่มสนใจที่จะมองหาทางออก

เราจะสนใจหาทางออกให้ทั้งตัวเอง และทางออกของประเทศ

ส่วนทางออกดังกล่าวจะเป็นเช่นไรคงต้องรอผู้รับผิดชอบ “ซาโตริ” ด้วยตัวเอง

ต้องปิ๊งกันขึ้นมาเอง

รัฐบาลต้องปิ๊งทางออกทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ขึ้นมาให้ได้

องค์กรต้องปิ๊งทางออกที่จะทำให้มีรายได้พอดำรงอยู่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ต่อไป

ปัจเจกบุคคลก็เช่นกัน

ต้องปิ๊งทางออกของตัวเองในเรื่องที่กำลังทำ

ไม่ว่าจะเป็นทางออกในการศึกษาเล่าเรียน ทางออกเกี่ยวกับการทำงาน ทางออกเกี่ยวกับคู่ครอง หรือครอบครัว

ใครที่ยังมืดแปดด้านลองนำคำแนะนำนี้ไปใช้ได้ไม่มีคำว่าหวง

“สนใจสิ่งใด จะมองเห็นสิ่งนั้น”

สนใจหาหนทางออกให้ชีวิต แล้วจะมองเห็นทางออกของชีวิต

สนใจหาโอกาสให้อาชีพ แล้วจะมองเห็นโอกาสในวิชาชีพ

หวังว่าข้อแนะนำนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีพของทุกคนที่นำไปใช้ในปีหน้า

ทำให้แต่ละคนสามารถหาทางออกให้ตัวเอง สามารถหาโอกาสให้ตัวเองได้

และหวังเป็นอย่างสูงว่าประเทศไทยที่ว่ากันว่าจะมีปัญหามากมายในปี 2563

ในที่สุดแล้วประเทศเราจะมีทางออกในทุกๆ ด้าน

สำหรับปีนี้หลายคนคงเหนื่อยมากแล้ว น่าจะใช้ช่วงเวลาหยุดปีใหม่ไปพักผ่อน

แล้วกลับมาขับเคลื่อนชีวิตกันใหม่ในปีหน้า

ระยะนี้ท่องเที่ยวที่ไหนขอให้ระมัดระวัง สัญจรไปไหนมาไหนของให้ปลอดภัย

ขอส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยคำอวยพร

ขอให้ทุกคนมีความสุขกายสุขใจ

อำลาปี 2562 ด้วยความยินดี ต้อนรับปี 2563 ด้วยความสำราญ

บทความก่อนหน้านี้เฉลียงไอเดีย : ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากผู้บริหารด้านเทคโนโลยี รับไม้ต่อเปิด‘บ้านดุสิตธานี’ รักษาแบรนด์-ฐานลูกค้า ชูเอกลักษณ์ไทยดังไกลเทียบชั้นระดับโลก
บทความถัดไปเริงโลกด้วยจิตรื่น : เริ่มต้นปีด้วยรู้จัก‘สุข’ : โดย จันทร์รอน