แดดเดียว : ใครอยู่-ใครไป

งาน “วิ่งไล่ลุง” ผ่านไปแล้ว พร้อมกับ “เดินเชียร์ลุง” ที่สวนลุมฯ

คนเข้าร่วมมากมาย ยังไม่นับพวกที่นอนไล่ หรือนอนเชียร์อยู่ที่บ้าน เปิดดูไลฟ์ทางเฟซบุ๊กสบายใจ

เดินเชียร์ลุงมีสัดส่วนชองลุงๆ ป้าๆ มากหน่อย ส่วนวิ่งไล่ลุงเผสมผสานหลายวัย รวมถึงนักวิ่งหนุ่มสาวที่ดูสดใส

กลุ่มเชียร์ลุง นำสัญญลักษณ์นักการเมืองพรรคอนาคตใหม่มาแขวน แล้วรุมตี ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์นองเลือดเมื่อปี 2519

น่าห่วงว่าคนจัดงานกำลังใช้วิธีปลุกความเกลียดชัง ทำลายล้างกัน อันเป็น “มุข” ของพวกนาซี หรือฟาสซิสต์หรือไม่ ขณะที่โลกยุคใหม่ คือโลกของการอยู่ร่วมระหว่างผู้ที่เห็นต่าง หรือคิดไม่เหมือนกัน

มีนักการเมืองออกมาบอกว่า นี่เป็น

“จุดเริ่มต้น” ของความขัดแย้งอีกครั้ง โดยมี “ลุงตู่” เป็นจุดศูนย์กลาง

ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าพูดให้ถึงที่สุด “ความขัดแย้ง” ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นเมื่อวันวิ่งไล่-เดินเชียร์ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่เริ่มมาตั้งแต่รัฐประหาร พ.ค.2557

โดยต่อยอดมาจากความขัดแย้งที่ย้อนไปปี 2549 อันเป็นช่วงพีคแรกๆ ของการขับไล่ “ทักษิณ” และเป็นจุดเริ่มต้นความผิดเพี้ยนหลายอย่างในสังคมบ้านเรา

ปีนี้ 2563 คนวิ่งไล่ลุง คือหนุ่มสาวที่เลือกพรรคใหม่ หรือพรรคในกลุ่มฝ่ายค้าน เพราะอยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง หลังจากย่ำเท้ามาเป็นสิบปีแล้ว

ทื่ไม่เอาลุง เพราะลุงเป็นสัญลักษณ์ของการเมืองที่เชื่อมโยงกับการรัฐประหาร แถมอยู่มานานหลายปี มีสืบทอดอำนาจอีก แล้วไม่ได้มีอะไรดีขึ้น

ส่วนกลุ่มเดินเชียร์ คือ สายนิยมลุง สายนี้ มีรสนิยมชอบการแก้ปัญหาไปอีกทาง

บางคนอาจชอบสภาพบ้านเมืองภายใต้ยุทธศาสตร์ถอนรากถอนโคนเสี่ยแม้ว โดยไม่เกี่ยงวิธีการ จะย่ำแย่ยังไงก็บอกว่า ดีกว่ามีเครือข่ายเสี่ยแม้วมาบริหารประเทศ

โดยยกย่อง ชื่นชม “ลุง” เป็น “ผู้เสียสละ” มาแบกรับภารกิจตามยุทธศาสตร์ที่ว่า

การห้ามวิ่งไล่ลุง และไฟเขียวเดินเชียร์ ยืนยันอีกครั้งว่า แม้มีการเลือกตั้ง แต่ประชาชนยังไม่ได้อำนาจกลับคืนมาครบถ้วน

ก่อนยึดอำนาจ สื่อและพรรคการเมืองด่านายกฯยิ่งลักษณ์ได้อย่างเสรี หยาบแค่ไหนก็ยังชื่นชมกัน จัดชุมนุมทางการเมืองได้อย่างเสรี พรรค ปชป.จัดเวทีทุกสัปดาห์ ก่อนจะมา “จุดติด” เมื่อมีร่าง กม.นิรโทษกรรม

เปรียบเทียบฟอร์มกันวันนี้ วิ่งไล่ลุง น่าจะไปได้อีกหลายสิบหลายร้อยกิโลเมตร ด้วยความคิดที่ยอมรับและเข้าใจการเปลี่ยนแปลง

ส่วนเดินเชียร์นั้น คงจะหืดขึ้นคอมากขึ้นอีก ด้วยแนวความคิดที่ตรงกันข้าม หรือแตกต่างจากกลุ่มวิ่งไล่

วิ่งไล่และเดินเชียร์ จึงมีนัยยะการเมืองสะท้อนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาสิบกว่าปีแล้ว

ส่วน “ลุง” จะอยู่หรือจะไป คงต้องเดิน-วิ่ง กันอีกหลายรอบ

บทความก่อนหน้านี้‘ผบ.ทสส.’ ปธ.บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวร เนื่องในวันกองทัพไทย
บทความถัดไป‘ชัยชนะ’ อัด ‘เต้น’ แช่ง ปชป.เลือดไหลไม่หยุด แค่หนีเวรกรรมหนีจากการก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง น่าสมเพช