คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : พักโรงแรมกรีน ชิมอาหารพื้นถิ่น “วานา เวลเนส” หนองคาย

ช่วงต้นปีหนองคายถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ยังน่าท่องเที่ยว ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายน้ำท่าอาหารบริบูรณ์ อยู่ติดแม่น้ำโขง ทำให้อากาศโดยเฉพาะในยามเช้าสดชื่นมาก สูดหายใจได้เต็มปอด จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 7 ของโลก จากการคัดเลือกของนิตยสาร Modern Maturity ของสหรัฐอเมริกา

สำหรับคนที่มองหาที่พักเพื่อผ่อนคลาย “วานา เวลเนส รีสอร์ท” คือ ตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ เพราะที่นี่เป็นโรงแรมเดียวในภาคอีสานที่คว้ารางวัลระดับดีเยี่ยม “กรีน โฮเทล” เหรียญทองสูงสุด ประจำปี 2561 จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้รับต่อเนื่องในปี 2562

ได้มีโอกาสติดตามทีมทัวร์ของ “มติชน อคาเดมี” กับภารกิจสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย เราได้เลือกพักกันที่รีสอร์ทแห่งนี้ ซึ่งความเป็นกรีนที่ว่านั้น เพียงแค่พ้นประตูทางเข้ามาก็พบเจอแต่ความร่มรื่นจากต้นไม้เขียวครึ้มแล้ว

ส่วนตัวตึกก็ออกแบบได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว ทั้งโถงทางเดินที่มีร่องให้แสงแดดส่องถึงลดการใช้ไฟฟ้า หรือฟังก์ชั่นในที่พักก็ออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงาน การตกแต่งด้านในให้ความรู้สึกเรียบง่ายแบบมีระดับ ในราคารวมอาหารเช้า เริ่มต้นคืนละ 1,100 บาทเท่านั้น

ข้าวจี่ฝรั่งเศส


เรื่องของอาหารเช้าเดิมทีเราไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ผิดคาดเลย อาหารของที่นี่อร่อย เน้นความเป็นพื้นถิ่น ทำอย่างพิถีพิถัน แถมยังมีให้เลือกหลากหลาย กลายเป็นมื้ออาหารที่เอ็นจอยมากๆ

ใครที่ชอบกินอาหารเวียดนามน่าจะคุ้นเคยกันดี เริ่มจาก “ข้าวโซย” เป็นอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยธัญพืชเพื่อสุขภาพ ตั้งแต่ข้าวโพด ลูกเดือย ข้าวเหนียว หอมเจียว โดยหน้าด้วยถั่วเหลืองบด งาบด และน้ำตาล ถ้าไม่ชอบหวานก็ไม่ต้องใส่ เคี้ยวๆไปรสชาติคล้ายถั่วแป็บอยู่เหมือนกัน

ข้าวโชย

“กวยจั๊บญวนเส้นสด” รับรองจะลืมเส้นอบแห้งแบบในร้านอาหารเวียดนามที่อื่นไปเลย เส้นสดนุ่มมาก น้ำซุปหอมอร่อย หมูยอเกรดเอ โรยหอมเจียว เมนูนี้อุ่นท้องดีจริงๆ ค่ะ

ก๋วยจั๊บญวนเส้นสด


นอกนั้นจะมี ไข่กระทะ บาแกต หรือ ข้าวจี่ฝรั่งเศสไส้ต่างๆ ให้เลือกชิมกันหลากหลาย

อีกเมนูที่ภูมิใจนำเสนอของพนักงานที่นี่ คือ “น้ำพริกวานา” สีสันหน้าตารสชาติคล้ายน้ำพริกอ่อง แต่ไม่มีหมูสับ รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ กินกับผักลวกที่ส่วนมากปลูกเองที่รีสอร์ทแบบปลอดสารพิษ มีตัวเอก คือ ดอกขจรลวก กับ ดอกอัญชัญ ที่นำมาทำเครื่องดื่ม

ส่วนซิกเนเจอร์ ที่ว่ากันว่ามาแล้วต้องสั่ง คือ ผัดกะเพรา ใครมีโอกาสมาต้องมาพิสูจน์นะคะ

ทิพยา บัวพิจิตร ผู้จัดการสาวระดับมือโปรจากโรงแรมชื่อดังในกรุงเทพฯ ดุสิตธานี และพูลแมน เธอให้ความเห็นเรื่องของ “โรงแรมสีเขียว” ว่าสิ่งสำคัญคือการมีส่วนร่วมกับชุมชน ช่วยเหลือชุมชน และต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่เรื่องอาหารก็เน้นสุขภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะผักปลูกเองเกือบทั้งหมด

ทิพยา บัวพิจิตร

“แปลงผักเราจะมีคนสวนดูแลถึง 3 คน เป็นผักปลอดสารทั้งหลาย ถั่วฝักยาวก็มี ขึ้นอยู่ตามฤดูกาล และเมนูทางโรงแรม อันดับแรกเราต้องดูของในโรงแรมก่อน ถ้าไม่มีก็ไปสั่งชาวบ้านเพิ่ม ส่วนมากจะเป็นช่วงที่ลูกค้าเยอะๆ ทุกศุกร์-เสาร์ เราจะมีลูกค้าเยอะ ช่วงเทศกาลจะเยอะที่สุดเป็นลูกค้ามาทำบุญ พีคสุดจะเป็นธันวาคม มกราคม”

ว่าแล้วก็พากันเดินชมสวนปลอดสารเคมี ไล่ไปตั้งแต่พืชผักสวนครัว พริก หอม ผักกาดหอม คะน้า กระเทียม ใบผักแป้น ผักชี สาระแหน่ ต้นหอม พริกไทยอ่อน ชะอม ดอกขจร ซึ่งพืชผักเหล่านี้ส่วนมากจะนำมาทำเป็นอาหารพื้นบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกไว้เอง ใช้ต้อนรับผู้ที่มาพัก น้ำหอมหวานชื่นใจมากๆ นอกจากผลที่นำมาบริโภคแล้ว ทางรีสอร์ทยังได้คิดเพิ่มมูลค่าด้วยการทำ บอนไซมะพร้าว จากเดิมขายได้ลูกละ 50 บาท เมื่อเป็นบอนไซแล้วขายได้หลักร้อยถึงหลักพันขึ้นอยู่กับรูปร่างของต้น

ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล


ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล ทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลสกุลตั้งไพศาล เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในหนองคาย ที่เบนเข็มจากที่สนใจการเมือง มาทำธุรกิจ ปลุกปั้นทำโรงแรมสีเขียว บอกว่า เรื่องอาหาร ของเราเป็นอาหารสุขภาพ ใช้ผักออร์แกนิคไม่มีสารเคมีเลย เพราะปลูกเองทุกอย่าง

“อยากให้ลองมาพักกัน เพราะอากาศที่โรงแรมดีมากจริงๆ เคยมีผู้ป่วยโรคปอดมาพัก เขาบอกว่าอยู่กรุงเทพฯ เขาหายใจไม่ออก แต่พอมาอยู่โรงแรมที่นี่อาการดีขึ้น หายใจได้ดีขึ้น ซึ่งสเต็ปต่อไปเราจะเน้นเรื่องของสุขภาพ โดยจะเพิ่มการนวดด้วย มีทั้งนวดที่ห้องพักและนวดกลางสวน พยายามหาความลงตัวอยู่ อยากได้อารมณ์แบบบ้านๆ เป็นบรรยากาศของภาคอีสาน”

คุณชินวัฒน์ บอกว่า โรงแรมของเราเป็นมิตรเชื่อมโยงกับชุมชน ยกตัวอย่างการซื้อผักหรือวัตถุดิบ ไข่ ปลา ข้าว ที่เราปลูกผักเองก็จริง แต่ก็พอใช้ในแต่ละวัน เวลามีกรุ๊ปทัวร์เข้ามาของไม่พอก็สั่งซื้อจากชุมชน วินวินกันไปทั้งสองฝ่าย ชาวบ้านก็แฮปปี้ เรายังจ้างชาวบ้านมาเป็นพนักงานเพิ่มเติม มารับงานพาร์ตไทม์ด้วย

“พนักงานของโรงแรมจะมีสมุดบันทึกเป็นข้อมูล ว่าชาวบ้านคนไหนว่างช่วงไหน สามารถทำงานอะไรได้ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นจากปกติ คนที่ไม่ได้ทำงานประจำ แต่มีเวลาว่าง ไม่อยากปล่อยเวลาว่างให้สูญเปล่าก็มาทำงานกับเรา ตั้งแต่ที่เปิดโรงแรมมาชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีชีวิตชีวา เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนมากขึ้น”

ใครมีโอกาสมาหนองคายลองมาสัมผัสด้วยตัวเองกันนะคะ ห้องพักมีทั้งหมด 3 แบบ เริ่มต้นที่ 1,100 บาท ไปถึง 5,500 บาท สนใจสอบถามได้ที่ 0-4201-2767 หรือ เพจเฟซบุ๊ก VANA Wellness Resort Nongkhai

บรรยากาศด้านหน้ารีสอร์ท
พนักงานวานารีสอร์ทยินดีต้อนรับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สลด 2 พี่น้องไปตกปลา เส้นเอ็นพันตัวน้องสาวจมดับ พี่ชายโดดช่วยโดนพันอีก ดับกลางบ่อ 2 ศพ
บทความถัดไป‘ชำนาญ’ ชี้ ‘ศรีนวล-ฐนภัทร’ พ้นสภาพ ส.ส.แล้ว เหตุไม่ยอมสมัครพรรคใหม่ใน 30 วัน