‘อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย’ ยุทธศักดิ์ สุภสร นำรายได้สู่พื้นที่อย่างแท้จริง !

28.06.16 | 11:54 น.

ที่พัก ที่กิน และที่ช้อป – แน่นอนว่านี่เป็น 3 หัวใจสำคัญของนักท่องเที่ยว

เมื่อเดินทางไปเยือนตามที่ต่างๆ ทุกคนก็หวังที่จะได้หลับสบายในบรรยากาศดีๆ กินอาหารเอร็ดอร่อยถูกปาก และช้อปปิ้งของฝากติดไม้ติดมือกลับมาเป็นที่ระลึกหรือมอบให้กับคนที่รัก

กล่าวเฉพาะเรื่องการกิน ซึ่งแน่นอนว่าเป็น “เรื่องใหญ่” ดังที่ภาษิตไทยมีไว้ว่า “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง”

ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” มีเป้าหมายยกระดับความสำคัญของอาหารถิ่นของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างแรงจูงใจและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ

อยากรู้เรื่องราวและรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนี้ ต้องจับเข่าคุยกับ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.

Advertisement

ทำไมต้อง…อาหารถิ่น

ตะลุยกินทั่วไทย

อยากรู้ที่ไปที่มาของโครงการนี้ ต้องพูดคุยกับผู้นำทัพอย่าง ยุทธศักดิ์ สุภสร หัวเรือใหญ่ของ ททท.

ยุทธศักดิ์บอกว่า อาหารไทยมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นที่รู้จักในระดับโลกในหลายเมนู ทั้งผัดไทย ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ นั่นเพราะเมนูอาหารของเรามีเอกลักษณ์โดดเด่นบ่งบอกถึงความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ กลิ่น การใช้วัตถุดิบผสมผสาน และกรรมวิธีในการปรุง แต่ยังมีเมนูอาหารที่น่าลิ้มลองอีกมากมาย และกระจายอยู่ในแต่ละท้องถิ่น แต่ละจังหวัด โดยที่คนไทยด้วยกันเองก็ยังไม่รู้ หรือเคยได้ลองชิมเมนูอาหารถิ่นแสนอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ในพื้นที่นั้นๆ

อาหารพื้นถิ่นเหล่านั้น ผู้ว่าการ ททท. มองว่า เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในเชิงวัฒนธรรม สังคม ธรรมชาติ และวิถีการดำรงชีวิต

“ททท. จึงเล็งเห็นโอกาสว่า หากหน่วยงานภาครัฐเข้าไปช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้เมนูอาหารถิ่นเป็นที่รู้จักของคนไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากยิ่งขึ้น มั่นใจว่าจะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปชิมเมนูอาหารถิ่นถึงแหล่งเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เราจึงได้กำหนดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Thailand Best Local Food โครงการอาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย เพื่อสร้างเสน่ห์และแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น

“ทุกจังหวัดมีแม่เหล็กในเรื่องนี้อยู่แล้ว ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ‘รวมใจเที่ยวไทย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน’ ในการสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจระดับฐานรากให้ดีขึ้น ซึ่งแต่ละพื้นที่ต่างมีเมนูอาหารถิ่นที่น่าลองไปชิมอีกมาก เพียงแต่ที่ผ่านมา อาจจะยังไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมา เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป” ยุทธศักดิ์กล่าว

นี่เป็นการจะนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ คู่ขนานไปกับการถูกผสมผสานด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น

เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระจายรายได้ทุกภาคส่วน

โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปสู่ชาวบ้านอย่างแท้จริง
“เมนูอาหารถิ่นเหล่านี้ จะไม่ถูกนำมาวางจำหน่ายในงานเทศกาลอาหารต่างๆ ที่จัดขึ้นทั่วไป ก็เพราะ ททท. ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ลองหาโอกาสเดินทางไปชิม ลิ้มลองเมนูอาหารที่ 77 จังหวัดของไทยได้นำเสนอ นอกจากจะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ทั้งนักท่องเที่ยวจะได้เปิดประสบการณ์กับจังหวัดใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยได้ลองไปเที่ยว คนในท้องถิ่นก็มีโอกาสนำเสนอวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นการต่อยอดทางการท่องเที่ยว ผ่านการนำทางจากเมนูอาหารถิ่น

“และเราเองก็คงไม่หยุดเพียงแค่ชูจังหวัดละหนึ่งเมนู เพราะในแต่ละปี ก็จะสรรหาเมนูอาหารถิ่นของแต่ละแห่งนำเสนอนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความหลากหลาย เป็นตัวเลือกให้เกิดการเดินทางมากขึ้นตามลำดับ และนักท่องเที่ยวเองก็ไม่จำเป็นต้องไปเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่จะไปเที่ยวตอนไหนก็ได้ที่สะดวก และต่อไปเมืองไทยจะไม่มีช่วงโลว์ซีซั่นอีกต่อไป เพราะเมืองไทยเที่ยวได้ทั้งปี? ยุทธศักดิ์แสดงวิสัยทัศน์ไว้อย่างน่าสนใจ

 

 

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กับงานวันชื่นคืนสุขที่บางแสน ในโครงการ "อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย" ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กับงานวันชื่นคืนสุขที่บางแสน ในโครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” ที่เพิ่งผ่านพ้นไป


จับมือสถาบันอาหาร

ยกระดับมาตรฐานรสชาติ

เพราะเล็งเห็นว่า ปัจจุบันหลายเมนูของไทยมีรสชาติผิดเพี้ยนไปจากต้นตำรับ หากไม่รักษามาตรฐานรสชาติดั้งเดิมไว้ เกรงว่าในอนาคตจะทำให้เอกลักษณ์ที่เคยสืบทอดจากรุ่นโบราณค่อยๆ จางหายไป ทำให้ทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไม่ได้ทานอาหารที่มีรสชาติต้นตำรับอย่างแท้จริง

เหตุนี้เองทำให้ล่าสุด ททท. ได้ผนึกความร่วมมือสถาบันอาหาร ยกระดับมาตรฐานรสชาติเมนูอาหารต่างๆ ภายใต้ชื่อโครงการ “สุขใจชวนกิน อาหารถิ่นต้องห้ามพลาด”

ซึ่งในช่วงเดือนกันยายนนี้ ททท.จะเปิดโอกาสให้ร้านอาหารต่างๆ มาลงทะเบียนได้กับสำนักงาน ททท.ในพื้นที่ จากนั้น จะมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปช่วยประเมิน เพื่อมอบประกาศนียบัตรว่าเมนูอาหารร้านดังกล่าว ปรุงอาหารรสชาติตามต้นตำรับ เป็นอีกช่องทางให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสทานอาหารรสชาติไทยแท้

ยุทธศักดิ์กล่าวว่า โครงการอาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย ททท. มั่นใจว่า จะช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยเพิ่มสูงขึ้น จากปกติระหว่างการท่องเที่ยว คนไทยจะใช้จ่ายเรื่องการทานอาหารคิดเป็นมูลค่าราว 2.2 แสนล้านบาท ในปี 2558 แต่เมื่อมีโครงการนี้ จะช่วยผลักให้มีรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 แสนล้านบาท

ยุทธศักดิ์ สุภสร
ยุทธศักดิ์ สุภสร


อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีแรกประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 1.24 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย 16.67 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 824,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 75 ล้านคน/ครั้ง (1 คนอาจเที่ยวได้มากกว่า 1 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 416,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6% ส่วนไตรมาส 3 คาดว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 635,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% โดยเป็นรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ 212,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางท่องเที่ยว 36 ล้านคน/ครั้ง เพิ่ม 4%

กิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่จัด ทำให้ผู้ว่าการ ททท. มั่นใจว่าตลอดทั้งปี 2559 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.41 ล้านล้านบาท

โครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” นับเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการที่จะกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศ และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

แม้ผู้ว่าการ ททท. จะยอมรับว่าภายใต้เศรษฐกิจที่ยังค่อนข้างซบเซา แต่ก็เชื่อว่าอย่างน้อยคนไทยก็ยังต้องการพักผ่อน ผ่านกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว อาจจะเที่ยวข้ามจังหวัด หรือข้ามภูมิภาค โดยมีเรื่องสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) มาสนับสนุน ก็น่าจะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวปีนี้สดใส ไม่ได้ซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจ

ส่วนผลลัพธ์ที่แท้จริง จะเป็นไปตามเป้าหมายของ ททท. มากน้อยแค่ไหน ในฐานะคนไทยคงต้องลุ้นเอาใจช่วย

เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในประเทศ เศรษฐกิจไม่ซบเซาเหงาหงอยนั่นเอง

นำร่อง ลองชิม

เมนูไหนเด็ด ที่ไหนต้องไปโดน

“เส้นทางตะลุยกินอาหารถิ่น ต้องตามไปชิมให้ถึงที่…สักครั้งในชีวิต ด้วยการเชิญกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยร่วมกันนำเสนอเมนูพิเศษ ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาชาวบ้าน ควบคู่ไปกับเส้นทางท่องเที่ยวที่บอกเล่าเรื่องราวของอาหารถิ่นนั้นๆ”

ยุทธศักดิ์เผยถึงลักษณะของการจัดโครงการนี้ว่า เริ่มต้น ททท. ได้จัดทำตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวจำนวน 5 เส้นทางใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ 1.กินเที่ยวแบบอาร์ตที่ราชบุรี จังหวัดราชบุรี-เมนูเต้าหู้ดำ 2.เที่ยวเมืองจันท์ มหัศจรรย์ตะวันออก จังหวัดจันทบุรี-เมนูข้าวคลุกพริกเกลือ 3.เที่ยวเมืองปราสาทสองยุค บุกถิ่นอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์-เมนูยำแตร็บปรัย 4.เที่ยวเมืองของกิน มนต์ขลังถิ่นอันดามัน จังหวัดพังงา- เมนูจอแหร้ง และ 5.เที่ยวเมืองเชียงราย มนต์เสน่ห์อาหาร แคว้นล้านนา จังหวัดเชียงราย-เมนูข้าวแรมฟืน

ยุทธศักดิ์กล่าวว่า การจัดโครงการนี้ คงไม่ใช่จัดจบแล้วจบเลย แต่ ททท. จะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปช่วยประชาสัมพันธ์เมนูอาหารถิ่นให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดที่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ในการตัดสินใจ เพื่อจะไปพักผ่อน จะใช้โอกาสตรงนี้ดึงความพิเศษของแต่ละแห่ง เป็นจุดขายแก่นักท่องเที่ยวคนไทย รวมถึงต่างชาติให้ได้ เพราะหลายเมนูจากหลากหลายจังหวัดก็ยังไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนไทยด้วยซ้ำไป เช่น ลาบหมาน้อย ของ จ.อำนาจเจริญ หมกเจาะ ของ จ.นครพนม อังแก๊บบอบ ของ จ.สุรินทร์ เบ๊าะกระเด๊า ของ จ.ศรีสะเกษ แอ่งแถะ ของ จ.พะเยา เป็นต้น