คอลัมน์ โลกสองวัย : ลงทุนจากการอ่าน-ไว้อาลัย ‘ชัย ชิดชอบ’

31.01.20 | 19:05 น.

น้องหนูคนไหนเคยอ่านเรื่องของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ชาวอเมริกัน วัย 89 ปี ผู้ประสบความสำเร็จกับการลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ เมื่อมีผู้ถามเขาว่า การลงทุนในอะไรให้ความคุ้มค่ามากที่สุด เขาจะตอบว่า “ลงทุนในตัวเอง”

ตัวบัฟเฟตต์เองในวัยหนุ่มมีปัญหาในการสื่อสาร เขาลงทุนกับตัวเองด้วยการจ่ายเงิน 100 เหรียญสหรัฐ ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรการพูดของ “เดล คาร์เนกี้” เขาบอกว่าการลงทุนกับตัวเองในครั้งแรกเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยให้เขามีความมั่นใจในการซื้อขายหุ้น และแม้แต่การขอแต่งงาน

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นการลงทุนให้กับตัวเองด้วยการ “อ่าน” นับเป็นการลงทุนให้ตัวเองและเป็นอีกกุญแจสำคัญที่ทำให้บัฟเฟตต์ประสบความสำเร็จ

บัฟเฟตต์ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง หรือ 80% ของเวลางานไปกับการอ่าน อาทิ หนังสือพิมพ์ วันละ 5 ฉบับ เอกสารรวมทั้งหนังสืออื่นตามความเหมาะสม

เขาบอกว่าการอ่านเป็นการเพิ่มพูนความรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมือนดอกเบี้ยทบต้นที่อาจยังไม่เห็นผลในวันนี้ แต่จะคุ้มค่าอย่างแน่นอนในระยะยาว

Advertisement

นอกจากการลงทุนให้ตัวเองในการอ่านแล้ว บัฟเฟตต์บอกว่า ความอดทนเป็นอีกตัวแปรหนึ่งต่อความสำเร็จ ประสบการณ์ครั้งแรกคือ เมื่อเขาอายุ 11 ขวบ เขาซื้อหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งในราคา 38 เหรียญต่อหุ้น ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาราคาของหุ้นร่วงมาอยู่ 28 เหรียญ แต่เมื่อมันถีบตัวขึ้นไปอยู่ที่ 40 หุ้นต่อเหรียญ เขารีบเทขาย เพราะเห็นว่าเริ่มทำกำไรได้

อย่างไรก็ตาม หุ้นดังกล่าวกลับพุ่งขึ้นไปถึง 200 เหรียญต่อหุ้น ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ บัฟเฟตต์เคยบอกว่า “ไม่ว่าคุณจะเก่ง มีความพยายาม หรือมีความสามารถสักแค่ไหน แต่บางอย่างต้องใช้เวลา คุณไม่สามารถมีลูกได้ภายใน 1 เดือน โดยการให้ผู้หญิง 9 คนช่วยกันท้องได้หรอก”

การอ่านหนังสือที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกไว้ว่าคือการลงทุนที่ให้ผลคุ้มค่ามากที่สุดของเขา คือลงทุนในตัวเองด้านการอ่าน เริ่มแรกเนื่องจากมีปัญหาการสื่อสาร จึงลงทะเบียนเรียนหลักการพูดของ เดล คาร์เนลกี้ ซึ่งเป็นการเรียนที่ว่าถึงการสื่อสารด้วยการพูด ทั้งเป็นหนังสือที่ขายดีมาโดยตลอด

ผู้ที่นำมาใช้ทำมาหากินตั้งเป็นหลักสูตรสอนคนไทยให้รู้จักการการพูดจาปราศรัย ตั้งแต่การขึ้นไปอวยพรคู่บ่าวสาว อวยพรเจ้าของวันเกิด อวยพรในฐานะหัวหน้างาน คือ “ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์” น้องหนูจำได้ไหม

ทินวัฒน์ เป็นผู้หนึ่งที่ชอบการพูด กระทั่งไปร่ำเรียนการพูดและมนุษยสัมพันธ์ที่สถาบัน เดล คาร์เนกี้ กรุงลอนดอน อังกฤษ แล้วนำมาลงทุนก่อตั้งสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพและการพูดในที่ชุมชน เมื่อ พ.ศ.2515 ถึงปัจจุบัน มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมนับพันนับหมื่นรุ่นทั่วเมืองไทย

ครั้งหนึ่งไปสอนที่หาดใหญ่ สงขลา สอนเสร็จมาขึ้นเครื่องบินจะกลับกรุงเทพฯ มีอาซ้อคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านห้องเรียนนี้เมื่อเช้า จะกลับกรุงเทพฯ เที่ยวบินเดียวกัน ตรงนี้มาทักทายบอกว่า

“อีฉั้งชอบที่อาจังย์บอกว่า การพูดที่ดีไม่จำเป็นต้องมีพวงสวรรค์ก็ได้ มีแต่พวงแสวงก็พอ”

อาจารย์ทินวัฒน์ฟังแล้วได้แต่พยักหน้า ไม่รู้จะตอบอย่างไร ระหว่างพูดชัดกับไม่ชัดอย่างไหนดีกว่ากัน

อนึ่ง ปลายสัปดาห์ก่อน “ปู่” ชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ อดีตประธานรัฐสภา ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 92 ปี ด้วยโรคชรา มีพิธีพระราชทานเพลิงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563

ชัย ชิดชอบ เป็นผู้ที่ใฝ่การเรียนการศึกษา สำเร็จปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ก่อนหน้านั้น เข้าเรียนปริญญาตรีสาขาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยเหตุผลจะได้นำวิชาความรู้ไปใช้ในงานการเกษตรและสหกรณ์

“ปู่ชัย” เคยเป็นประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ทั้งยังเป็นผู้ที่ใช้ประโยคการเชิญข้าราชการมาตอบข้อซักถามแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า “เชิญมาเพื่อสนทนาธรรม” ทำให้การซักถามคลายความรุนแรงลง