ในหนังสือ “ไพบูลย์ บุตรขัน คีตกวีลูกทุ่ง” ของ วัฒน์ วรรยางกูร บอกเอาไว้ว่า ในช่วงของการเริ่มต้นอาชีพนักแต่งเพลงอย่างจริงจังนั้น
ครูไพบูลย์ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ร่วมคณะแม่แก้วของ “ครูพรานบูรพ์” จวงจันทร์ จันทร์คณา แค่นามแฝงว่าพรานบูรพ์นี้ก็แสดงถึงความเป็นนักอ่านตัวยงแล้ว
พรานบูรพ์ หรือพรานแห่งบูรพา หรือทิศตะวันออก ถอดมาจากคำว่า Hunter of the East ในหนังสือรวมบทกวีรุไบยาตของโอมาร์ คัยยัม กวีผู้ยิ่งใหญ่ซาวเปอร์เซียที่มีชีวิตในช่วงคริสตศตวรรษที่ 11-12
แปลอีกชั้น พรานแห่งบูรพาทิศก็คือดวงอาทิตย์ ผู้ล่าชีวิตและทุกวันที่อรุณรุ่ง
ครูพรานบูรพ์เกิดเมื่อ พ.ศ.2444 โตขึ้นมาในบรรยากาศของการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นกรณีกบฏ ร.ศ.130 (พ.ศ.2455) ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกที่กระทบถึงสยามในขณะนั้น
และที่สุดก็คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 อันเป็นช่วงที่กำลังเป็นหนุ่มใหญ่อายุ 31 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร แต่ยังมีกำลังวังชา และมีไฟเต็มที่ตามวัย
รวมทั้งคงมีความฝันเหมือนคนวัยหนุ่มทั่วไป โดยเฉพาะหนุ่มหัวทันสมัย ที่เคยเข้าเรียนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพราะฝันว่าจะเป็นนายอำเภอ แต่ครูอาจารย์บอกว่าตัวเล็กไป จึงต้องย้ายไปเรียนวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน
เรียนได้ 2 ปี ก็ต้องออกกลางคัน เพราะมารดาเสียชีวิต ไม่มีคนส่งเสีย
แต่ทอง ตกท้องร่องน้ำครำน้ำคลองอย่างไรก็เป็นทองวันยังค่ำ ไม่จบปริญญาไม่เป็นไร ใช้พื้นฐานภาษาไทย ม.8 จากสวนกุหลาบนั้นแหละออกมาทำมาหากิน
จากเขียนบทกวี มาเขียนบทละคร เขียนเพลง แล้วสุดท้ายก็เป็นผู้อำนวยการคณะละคร
เลือดลมของคนหนุ่ม ไฟฝันของคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นสำหรับเพื่อนรวมชาติ และจิตใจที่รักความเป็นธรรม เป็นที่มาของเพลง “คนเห็นคน”
คนเห็นคนเป็นคนนั่นแหละคน
คนเห็นคนใช่คนใช่คนไม่
กำเนิดคนต้องเป็นคนทุกคนไป
จนหรือมีผู้ดีไพร่ไม่พ้นคน
ปีที่เพลงนี้บันทึกเสียงครั้งแรกเพลงนี้ไม่ทราบชัด แต่น่าจะเป็นในราวปี 2481-2
ผู้ขับร้องร่วมกันคู่แรกคือคุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี และคุณสุรสิทธิ์ สัตยาวงศ์

มีครูอย่างนั้นแล้ว ศิษย์จะเป็นอื่นไปได้อย่างไร
ครูไพบูลย์เกิด พ.ศ.2461 ไม่ทันเหตุการณ์กบฏ ร.ศ.130 แต่กับเหตุการณ์ 2475 นั้น “เต็มๆ”
เพราะในช่วง 15 ปีแรกภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เสรีภาพในสังคมไทยงอกงามเบ่งบาน
แนวคิดมนุษยนิยม และความเสมอภาคได้รับการยกย่องเชิดชูในหมู่นักคิดนักเขียน
จนกระทั่งเกิดการรัฐประหาร พ.ศ.2490 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บรรพบุรุษของรัฐประหารโดยกองทัพไทย”
ค่านิยมต่างๆ ในสังคมถูกลากกลับย้อนหลังอย่างน้อย 20-30 ปี
คล้ายๆ กับรัฐประหาร 2549 ที่ไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรัฐประหารซ้ำกันอีกครั้งปี 2557 เพื่อลากสังคมไทยกลับเข้าถ้ำให้ได้นั่นแหละ
แต่ไฟในใจคนที่จุดติดแล้ว เคยมอดดับไปหมดจริงหรือ?
อุดมการณ์ ความรู้ ที่ส่งต่อกันรุ่นต่อรุ่นจะสูญสิ้นไปเพราะอำนาจกดเอาไว้แน่หรือ?
กรณีครูพรานบูรพ์ต่อมาถึงครูไพบูลย์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ใช่
และไม่มีวันทำได้
ถึงการแสดงออกจะต้องปรับต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และด้วยศิลปะของศิลปินเองบ้าง
แต่แก่นแกนข้างในไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
ฉะนั้น นอกจากจะแต่งเพลงอมตะอย่างค่าน้ำนม มนต์รักลูกทุ่ง โลกนี้คือละคร หรือฝนเดือนหก และผลงานทั้งหวานซึ้ง สนุกสนาน แสบๆ คันๆ ไว้กว่า 500 เพลงแล้ว
หลายชิ้นในนั้นยังแทรกจุดยืนความเชื่อของคนแต่งเอาไว้ด้วยอย่างแนบเนียน
เช่น กลิ่นโคลนสาบควาย ที่ราชการไทยเคยประกาศห้ามเผยแพร่ออกอากาศ ในช่วงที่โหมปราบปรามคอมมิวนิสต์ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะทำให้คนแห่ไปซื้อแผ่นเสียงมากขึ้น
รวมทั้งเพลงยกย่องเชิดชูความเป็นสามัญชน ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม ที่เอาแค่ชื่อเพลงก็ไม่ต้องอธิบายอย่างอื่นแล้ว อย่างน้อย 2 เพลงด้วยกัน
ทั้งสองเพลงนี้ชื่อเดียวกัน แต่เนื้อและนักร้องคนละคน
“คนเหมือนกัน” เพลงแรกขับร้องโดยคำรณ สัมบุณณานนท์ ในปี พ.ศ.2501
ท่อนแยกร้องว่า
บ้านเมืองอร่ามดูงามวิไล
แต่เหตุไฉน น้ำใจไม่เห็นจำเริญ
คนไหนยากจน ถนนแทบไม่มีเดิน
คนไหนมีเงิน คนนั้นเป็นเทวดา
ส่วน “คนเหมือนกัน” อีกเพลงขับร้องโดยรุ่งเพชร แหลมสิงห์ ในปี พ.ศ.2512
ขึ้นต้นว่า
น้องเอยเกิดมาเป็นคน จะรวยหรือจนก็หนีไม่พ้นเป็นคนเช่นกัน
และจบว่า
เราเกิดเป็นคนมองเห็นคนไม่สำคัญ คิดเหยียบย่ำหยามกัน เขาว่าคนนั้นมิใช่เป็นคน
เห็นอิทธิพลครูพรานบูรพ์ที่ส่งต่อมาถึงครูไพบูลย์ไหมครับ
แนวคิดนี้ยังถ่ายทอดไปสู่นักร้องนักแต่งเพลงรุ่นต่อมา อย่าง “สรวง สันติ” ที่แต่งเพลงชื่อเดียวกันนี้ให้บุปผา สายชล ขับร้อง
หลายคนคงจำท่อนขึ้นต้นได้แม่น
คนจนคนรวยไม่ช้าก็ม้วยมรณา คนดีคนบ้าไม่ช้าก็มรณัง
พอถึงท่อนแยก
คนจนก็คน คนมีก็คน คนนั้นย่อมเป็นคน แล้วคนไหงชอบเดียดฉันท์
ถึงวันนี้ความชอบและรสนิยมหลายอย่างจะเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และอาจจะแสดงออกไปคนละอย่าง
แต่แก่นแกนลึกๆ ที่อยู่ข้างในไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย
บางอย่างที่เหมือนเป็นแผลตกสะเก็ดไปแล้ว คุ้ยแคะแกะเกามันมากเข้า
เดี๋ยวก็กลายเป็นแผลใหม่ แผลสดขึ้นมาจนได้
อย่าทำเป็นเล่นกับ “คน” เข้าเชียว
…
คนเห็นคน
https://www.youtube.com/watch?v=e6fri8Sjtzg
คนเหมือนกัน (รุ่งเพชร แหลมสิงห์)
https://www.youtube.com/watch?v=qqEBVNZCZpQ


