สุจิตต์ วงษ์เทศ : โนนนกทา บ้านนาดี ขอนแก่น “สตอรี่” สมัยสงครามเย็น

6.02.20 | 17:26 น.

โนนนกทา บ้านนาดี (อ. หนองนาคำ จ. ขอนแก่น) เป็นชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่และก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถลุงสำริด (โลหะผสม) ในภาคอีสานราว 3,000 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีอเมริกันขุดพบหลักฐานครั้งแรก พ.ศ. 2509 (หลังจากนั้นหลายปีจึงมีผู้พบเพิ่มอีกที่บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี)

หลักฐานโบราณคดีพบใหม่ที่โนนนกทา บ้านนาดี ทำให้วงการโบราณคดีไทยมีความเคลื่อนไหวในทางก้าวหน้าวิชาความรู้หลายอย่าง เช่น

อีสานบ้านป่าเมืองเถื่อน

1. อีสานเคยถูกเหยียดเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไม่มีวัฒนธรรมและไม่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ เป็นความเข้าใจของคนทั่วไปทั้งประเทศสมัยนั้น

เมื่อพบหลักฐานเก่าแก่และก้าวหน้าที่โนนนกทา บ้านนาดี อีสานที่ถูกเข้าใจผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็เริ่มเปลี่ยนไป ส่งผลให้พบเพิ่มเติมและเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ต่อไปที่บ้านเชียง

Advertisement

อุษาคเนย์ดินแดนล้าหลัง

2. ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยถูกดูแคลนว่าเป็นดินแดนล้าหลังบ้านป่าเมืองเถื่อน ต้องรับอารยธรรมอินเดียเสียก่อนถึงจะเป็นบ้านเป็นเมืองมีวัฒนธรรมเจริญก้าวหน้าซึ่งเป็นความเข้าใจทั่วโลก

หลังพบหลักฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีถลุงสำริดทั้งที่โนนนกทา บ้านนาดี และที่อื่นในภาคอีสาน, ภาคกลาง จนทั่วประเทศไทย ทำให้นักวิชาการทั่วโลกต้องทบทวนใหม่ว่าอุษาคเนย์มีความเติบโตก้าวหน้าระดับเมืองก่อนรับอารยธรรมอินเดีย

คนไทย ไม่มาจากไหน?

3. คนไทยมีถิ่นกำเนิดในจีน และถูกรุกรานต้องอพยพหลบหนีถอนรากถอนโคนลงทางทิศใต้เข้าสู่ดินแดนไทยทุกวันนี้ แล้วสร้างกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก มีความรู้ก้าวหน้าทางหล่อสำริดเป็นพระพุทธและเทวรูปขนาดใหญ่ แต่ไม่อธิบายเพราะอธิบายไม่ได้ว่าคนไทยที่อพยพหนีลงมาแล้วมีความรู้เทคโนโลยีจากไหน?

หลักฐานการถลุงและหล่อโลหะสำริดด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้ามากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว พบครั้งแรกที่โนนนกทา บ้านนาดี และที่อื่นๆ อีก เท่ากับเป็นสิ่งยืนยันว่าบรรพชนคนไทยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่มีหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” ไม่ได้มาจากที่ไหน? จึงสั่งสมความรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์ก้าวหน้าหล่อสำริดเป็นพระพุทธรูป, เทวรูปได้ใหญ่โต

โนนนกทา บ้านนาดี

โนนนกทาและบ้านนาดี ครั้งนั้นเป็นพื้นที่อยู่ใน อ. ภูเวียง จ. ขอนแก่น (แต่ปัจจุบันแยกเป็น อ. หนองนาคำ จ. ขอนแก่น) เป็นแหล่งโบราณคดีในไทย อำนวยการขุดค้นต่อเนื่องหลายปีอยู่ในภาคอีสาน โดยศาสตราจารย์นักโบราณคดีอเมริกัน ชื่อ วิลเลียม จี. โซลไฮม์ (William G. Solheim) ส่วนผู้ควบคุมการขุดค้นคือ ดอน ที. เบเหยิร์ด (D.T. Bayard) กับผู้ช่วยชื่อแฮม (ชื่อเล่น) เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2509

ศรีศักร วัลลิโภดม ยกย่องว่าโซลไฮม์คือโบราณคดีแบบอเมริกันผู้ปลดแอกให้อุษาคเนย์และไทยหลุดพ้นจากการจองจำของพวกโบราณคดีแบบฝรั่งเศส (จากหนังสือ เหล็ก “โลหปฏิวัติ” เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก 2548 หน้า 22)

โบราณคดีแบบฝรั่งเศส มีลักษณะอนุรักษนิยม ที่ให้ความสำคัญแก่หลักฐานประวัติศาสตร์ศิลปกรรมของคนชั้นสูง แนวคิดนี้แผ่อำนาจถึงไทยสมัยล่าอาณานิคม ราว ร.4, ร.5 แล้วยังทรงอิทธิพลเหนียวแน่นตราบจนทุกวันนี้

โบราณคดีแบบอเมริกัน มีลักษณะเสรีนิยม ที่ให้ความสำคัญแก่หลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับมนุษย์และสังคม แนวคิดนี้แผ่อำนาจถึงไทยสมัยสงครามเย็น ราวเรือน พ.ศ. 2500 แล้วมีมากขึ้นช่วงสงครามเวียดนาม จึงทุ่มเทความสนใจศึกษามานุษยวิทยา-โบราณคดีในอีสานเมื่อสหรัฐต้องการสร้างฐานทัพเพื่อรุกรบในเวียดนาม

นักวิชาการสถาบันต่างๆ หลายคนบอกว่าโบราณคดีไทย “หนีเสือปะจระเข้” เพราะหนีฝรั่งเศสปะอเมริกัน แต่นักวิชาการบางคนบอกว่าในความจริงแล้วยอมสยบอยู่ในอำนาจทั้งเสือและจรเข้

โนนนกทา บ้านนาดี “สตอรี่” สมัยสงครามเย็น เป็นหมู่บ้านมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ที่ควรมีมิวเซียมท้องถิ่นจัดแสดงความเป็นมาให้รู้ความสำคัญของชุมชนตนเองอย่างภาคภูมิ ซึ่งนักโบราณไทย (ทั้งในกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร) ควรอุดหนุนหนักแน่น โดยเฉพาะข้อมูลความรู้และภาพถ่ายเก่าสมัยที่ขุดค้นครั้งแรกในหมู่บ้านนี้

ฟื้นความหลังที่บ้านนาดี

ตรุษจีนผ่านมา ท่านประธานฯ ขรรค์ชัย บุนปาน สั่งการให้จัดรถของมติชนขนส่งผมคนเดียวไปสำรวจแหล่งโบราณคดีที่ อ. ภูเวียง กับ อ. หนองนาคำ จ. ขอนแก่น

ระหว่างนั่งรถตู้เกาหลีฮุนได จากกรุงเทพฯ ขึ้นขอนแก่น ผมอ่านจบเล่มหนังสือตะเกียงชีวิต ของ พลเอก จารุภัทร เรืองสุวรรณ ซึ่งมีสายแหรกข้างแม่เป็นเชื้อสายเจ้าเมืองภูเวียง ช่วยเพิ่มรสชาติเดินทางอย่างมีสติและปัญญา

นอนริมบึงแก่นนคร ขอนแก่น 1 คืน รุ่งขึ้นเช้าตรู่ไปภูเวียง แล้วตรงเข้าหนองนาคำ ถึงโนนนกทา บ้านนาดี ตระเวนฟื้นความหลังอย่างเลือนรางบางเบามากๆ เมื่อ พ.ศ. 2509 ผมซึ่งเป็นนักเรียนโง่โบราณคดีเป็นผู้ติดสอยห้อยตามเพื่อนนักเรียนฉลาดๆ หลายคนไปนอนอยู่ในชุมชนที่บ้านนาดีแล้วทำงานเป็นลูกมือ “ดอน” และ “แฮม” ขุดค้นนานราว 1 เดือน ได้อาบน้ำพร้อมกับควายนอนปลักในบึงนานวน ที่ทุ่งนานอกหมู่บ้านครั้งโน้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน