คอลัมน์ โลกสองวัย : อยู่ที่ไหน น้องหนูต้องระวังและไม่ประมาท

13.02.20 | 15:20 น.

แทบไม่เชื่อว่า เมื่อเย็นวันมาฆบูชา ที่กลางเมืองโคราช จะมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจากน้ำมือของทหารใช้อาวุธปืนยิงพันเอกดับคาค่าย และยังใช้อาวุธปืนยิงกราดประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตอีกหลายศพ

นับเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญแก่ประชาชนทั่วไปที่สัญจรไปมาบริเวณนั้น

หลังการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ จ่าสิบเอก จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี นายทหารกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 2 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 สังกัดกองทัพภาคที่ 2

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับสารวัตรทหารบกให้ร่วมจับกุม

ระหว่างเจ้าหน้าที่สกัดจับคนร้ายเกิดการยิงต่อสู้ด้วยอาวุธสงคราม เป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งประชาชนที่สัญจรไปมาเสียชีวิตด้วย

Advertisement

จากนั้น ผู้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในห้างเทอร์มินัล 21 สาขานครราชสีมา ยิงกราดประชาชนในห้าง และยิงถังแก๊สในห้าง ระเบิดไฟลุกท่วม

เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมบริเวณห้าง กันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณเพื่อเร่งควบคุมพื้นที่

กระทั่งเวลา 09.00 น. วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการแม่นปืนจึงวิสามัญจ่าสิบเอกจักรพันธ์ได้ นับแต่เกิดเหตุกระทั่งเหตุยุติใช้เวลาทั้งสิ้น 17 ชั่วโมง 47 นาที

เหตุที่เกิดขึ้นนับว่าร้ายแรงที่เกิดจากเหตุใดขณะนี้คงทราบแล้ว และประชาชน เจ้าหน้าที่ ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บได้รับการเยียวยารักษาไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญแจกันดอกไม้ และตระกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทั้งยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เบื้องต้นเริ่มจากจ่าสิบเอกใช้ปืนยิงผู้บังคับบัญชาจนเสียชีวิต เหตุน่าจะหยุดลงตรงนั้น หากแต่จ่าสิบเอกจักรพันธ์ยังคงบ้าคลั่งนำปืนไปยิงทหาร ณ บริเวณนั้น แล้วยังขับรถออกนอกค่ายกราดยิงประชาชนที่ไม่ได้รับรู้เรื่องด้วย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งชายและหญิง ทั้งเด็ก นักเรียน ยังบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

กรณีที่เกิดขึ้นไม่มีใครทราบเหตุเบื้องต้นมาก่อน จึงไม่ได้มีการป้องกันตัวเอง และผู้อยู่ในเหตุการณ์แม้จะรู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่สามารถหลบหนี แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเองไม่สามารถเข้าไประงับเหตุที่เกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน ทั้งในบริเวณนั้นชุลมุนด้วยประชาชน หากยิงตอบโต้หรือเข้าปะทะ ประชาชนอาจถูกลูกหลงได้

น้องหนูที่โตมากแล้วพึงสังวรณ์ไว้เสมอว่า เหตุเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในบริเวณ หรือในสถานที่ซึ่งมีความแออัด มีผู้คนหนาแน่น ควรใช้ความระมัดระวังตัวเองด้วยการสังเกตสองสามประการ เช่น สังเกตสถานที่ว่าหากเกิดเหตุกะทันหัน เราจะหลบหนีจากบริเวณนั้นอย่างไร เช่น นำตัวเองหลบเข้าข้างฝา หรือผนัง หากอยู่ใกล้ประตูให้พยายามหนีออกทางประตู

หรือหาที่หลบซ่อนตัว เช่น หมอบกับพื้น ใต้โต๊ะ หรือเก้าอี้แถวในโรงภาพยนตร์ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เพราะผู้คนแตกตื่นอาจชนโต๊ะหรือเก้าอี้แถวล้มได้

หากเป็นน้องหนูตัวน้อยให้อยู่กับพ่อแม่เป็นดีที่สุด น้องหนูที่โตแล้วควรดูแลน้องหนูตัวเล็ก พร้อมกับพูดปลอบใจให้อยู่กับตัว หรืออย่าดิ้นลงกับพื้น อาจถูกเหยียบได้

แต่ทั้งหลายทั้งปวงอาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ต้องหมั่นระวังตัวเองและไม่ประมาท เป็นดีที่สุด