คอลัมน์ โลกสองวัย : อยู่ที่ไหน น้องหนูต้องระวังและไม่ประมาท

แทบไม่เชื่อว่า เมื่อเย็นวันมาฆบูชา ที่กลางเมืองโคราช จะมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจากน้ำมือของทหารใช้อาวุธปืนยิงพันเอกดับคาค่าย และยังใช้อาวุธปืนยิงกราดประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตอีกหลายศพ

นับเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญแก่ประชาชนทั่วไปที่สัญจรไปมาบริเวณนั้น

หลังการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ จ่าสิบเอก จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี นายทหารกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 2 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 สังกัดกองทัพภาคที่ 2

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับสารวัตรทหารบกให้ร่วมจับกุม

ระหว่างเจ้าหน้าที่สกัดจับคนร้ายเกิดการยิงต่อสู้ด้วยอาวุธสงคราม เป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งประชาชนที่สัญจรไปมาเสียชีวิตด้วย

จากนั้น ผู้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในห้างเทอร์มินัล 21 สาขานครราชสีมา ยิงกราดประชาชนในห้าง และยิงถังแก๊สในห้าง ระเบิดไฟลุกท่วม

เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมบริเวณห้าง กันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณเพื่อเร่งควบคุมพื้นที่

กระทั่งเวลา 09.00 น. วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการแม่นปืนจึงวิสามัญจ่าสิบเอกจักรพันธ์ได้ นับแต่เกิดเหตุกระทั่งเหตุยุติใช้เวลาทั้งสิ้น 17 ชั่วโมง 47 นาที

เหตุที่เกิดขึ้นนับว่าร้ายแรงที่เกิดจากเหตุใดขณะนี้คงทราบแล้ว และประชาชน เจ้าหน้าที่ ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บได้รับการเยียวยารักษาไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญแจกันดอกไม้ และตระกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทั้งยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เบื้องต้นเริ่มจากจ่าสิบเอกใช้ปืนยิงผู้บังคับบัญชาจนเสียชีวิต เหตุน่าจะหยุดลงตรงนั้น หากแต่จ่าสิบเอกจักรพันธ์ยังคงบ้าคลั่งนำปืนไปยิงทหาร ณ บริเวณนั้น แล้วยังขับรถออกนอกค่ายกราดยิงประชาชนที่ไม่ได้รับรู้เรื่องด้วย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งชายและหญิง ทั้งเด็ก นักเรียน ยังบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

กรณีที่เกิดขึ้นไม่มีใครทราบเหตุเบื้องต้นมาก่อน จึงไม่ได้มีการป้องกันตัวเอง และผู้อยู่ในเหตุการณ์แม้จะรู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่สามารถหลบหนี แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเองไม่สามารถเข้าไประงับเหตุที่เกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน ทั้งในบริเวณนั้นชุลมุนด้วยประชาชน หากยิงตอบโต้หรือเข้าปะทะ ประชาชนอาจถูกลูกหลงได้

น้องหนูที่โตมากแล้วพึงสังวรณ์ไว้เสมอว่า เหตุเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในบริเวณ หรือในสถานที่ซึ่งมีความแออัด มีผู้คนหนาแน่น ควรใช้ความระมัดระวังตัวเองด้วยการสังเกตสองสามประการ เช่น สังเกตสถานที่ว่าหากเกิดเหตุกะทันหัน เราจะหลบหนีจากบริเวณนั้นอย่างไร เช่น นำตัวเองหลบเข้าข้างฝา หรือผนัง หากอยู่ใกล้ประตูให้พยายามหนีออกทางประตู

หรือหาที่หลบซ่อนตัว เช่น หมอบกับพื้น ใต้โต๊ะ หรือเก้าอี้แถวในโรงภาพยนตร์ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เพราะผู้คนแตกตื่นอาจชนโต๊ะหรือเก้าอี้แถวล้มได้

หากเป็นน้องหนูตัวน้อยให้อยู่กับพ่อแม่เป็นดีที่สุด น้องหนูที่โตแล้วควรดูแลน้องหนูตัวเล็ก พร้อมกับพูดปลอบใจให้อยู่กับตัว หรืออย่าดิ้นลงกับพื้น อาจถูกเหยียบได้

แต่ทั้งหลายทั้งปวงอาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ต้องหมั่นระวังตัวเองและไม่ประมาท เป็นดีที่สุด

บทความก่อนหน้านี้‘สช.’ ชี้หากพื้นที่ควบรวม ร.ร.ขนาดเล็ก พร้อมรับน.ร.เข้ามาเรียน
บทความถัดไปครอบครัวไบรอันต์ทำพิธีฝังร่าง ‘โคบี้-จิอันน่า’ แล้ว – ‘เลเกอร์ส’ จัดงานรำลึก 24 ก.พ.