ใกล้เที่ยงคืนวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.2016 ตรงกับวันชาติอเมริกา เวลา 23.53 น. นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการแรงขับไอพ่น (เจพีแอล) เมืองพาซาดีน่า รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่จับตาบนหน้าจอถ่ายทอดการเดินทางของยานสำรวจอวกาศ JUNO ต่างกระโดดโห่ร้องปรบมือดีใจ เมื่อยานจูโนเดินทางเข้าสู่วงโคจรของดาวเคราะห์พฤหัสบดีที่ใหญ่ที่สุดของระบบสุริยจักรวาลได้สำเร็จ
ก่อนหน้านี้มีภาพถ่ายจากยานจูโนให้เห็นดาวพฤหัสบดีที่มีแสงเหนือ เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนและในหนังสือพิมพ์ไทยให้น้องหนูได้เห็นกัน และคาดการณ์ว่ายานจูโนจะเข้าสู่วงโคจรของดาวเคราะห์ดวงที่ใหญ่ที่สุดได้ในวันที่ 4 กรกฎาคม
นาซาถ่ายทอดสดไปทั่วโลก รับชมได้ในประเทศไทยเมื่อเวลา 10.53 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ยานอวกาศจูโนส่งออกกจากฐานส่งจรวดเคปคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ.2011 เดินทางเป็นระยะกว่า 1,700 ล้านไมล์ เท่ากับ 2,700 ล้านกิโลเมตร เดินทางด้วยความเร็วมากกว่า 130,000 ไมล์ต่อชั่วโมง (209,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) กระทั่งเข้าใกล้เป้าหมายและลดความเร็วลงจนสามารถแทรกเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสบดีได้สำเร็จ
ภารกิจของยานอวกาศ JUNO คือการสำรวจและทำแผนที่บรรยากาศ และสนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดี ศึกษาโครงสร้างของดาวอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มความเข้าใจถึงการก่อตัววิวัฒนาการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการกำเนิดของสุริยจักรวาลและทางช้างเผือก
การสำรวจของยานอวกาศจูโน บางครั้งจะโคจรอย่างใกล้ชิดเข้าใกล้ผิวของดาวพฤหัสบดีในระดับ 5,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 3,000 ไมล์ เป็นระดับที่ยานอวกาศจะไม่ได้รับความเสียหายจากรังสีและอนุภาคของดาวดวงนี้
การเดินทางของยานอวกาศจูโนเป็นการเริ่มต้นของภารกิจ 20 เดือนเพื่อเก็บข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะค้นพบว่าดาวพฤหัสบดีมีปริมาณน้ำอยู่มากเท่าใด และมีสิ่งใดเป็นส่วนประกอบของแกนกลาง เพื่อศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้มากขึ้นว่าดาวพฤหัสบดีและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ของระบบสุริยจักรวาล รวมถึงโลก เกิดขึ้นมาอย่างไรเมื่อราว 4,000 ล้านปีที่แล้ว
ตามแผนของ NASA กำหนดให้ยานอวกาศจูโนใช้เวลาสำรวจดาวพฤหัสบดีประมาณ 1 ปีเศษ แต่นักวิทยาศาสตร์หวังว่า จูโนสามารถปฏิบัติภารกิจได้นานกว่านั้น เช่นยานอวกาศ Cassini ที่โคจรสำรวจดาวเสาร์มากว่า 12 ปีแล้ว
หลังจากนี้หรือขณะนี้ น้องหนูจะได้เห็นภาพดาวพฤหัสบดีในแง่มุมใหม่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพที่พวกเราชมเมื่อวันก่อนเป็นภาพจากกล้อง Juno Cam บนยานอวกาศจูโน ถ่ายภาพดาวพฤหัสบดีในระยะห่าง 10.9 ล้านกิโลเมตร หรือ 6.8 ล้านไมล์
นอกจากดาวพฤหัสบดีแล้ว เรายังเห็นดวงจันทร์บริวารขนาดใหญ่อีก 4 ดวง คือ Lo, Europa, Ganymede และ Callisto
แค่น้องหนูเห็นภาพแรกก็ฮือฮาแล้วครับ
ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) จำได้ว่า ก่อนที่จะเห็นภาพมนุษย์ขึ้นไปเดินเหินบนดวงจันทร์ ต้องรอเวลาหลายปี นับแต่โซเวียตรัสเซียส่งสุนัขขึ้นไปกับยานอวกาศ แล้วลงมาบนพื้นโลกอย่างปลอดภัย
เป็นเหตุให้องค์การนาซาเร่งระดมความคิดและปฏิบัติการจัดส่งมนุษย์ขึ้นไปกับยานอวกาศเพื่อเหยียบพื้นดวงจันทร์ก่อนใครเพื่อน โดยเฉพาะสหภาพโซเวียตรัสเซีย
เช้าวันนั้น ผู้คนในประเทศไทยที่รับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์นับว่าโชคดีที่ได้ชื่นชมมนุษย์คนแรกลงไปเดินบนผิวพื้นดวงจันทร์ ทั้งยังหยิบก้อนหินบนดวงจันทร์กลับมาให้ได้ชมกันด้วย
หินก้อนนั้นยังอยู่เป็นประจักษ์พยานที่พิพิธภัณฑ์ในวอชิงตัน ดี.ซี. ถึงทุกวันนี้

