คอลัมน์ นอกลู่ในทาง : แปรวิกฤตโควิดสู่องค์กร 4.0

28.03.20 | 12:38 น.

องค์กรต่างๆ เริ่มมาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home : WFH) กันมากขึ้นแล้วเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นการ #อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ เข้าสู่ “social distancing” เพิ่มระยะห่างในการเข้าสังคมอย่างเข้มข้นขึ้น

ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย “WFH” ไม่ได้หมายความว่า หยุดงานหรือหยุดเรียน แค่ย้ายสถานที่จากโรงเรียน จากบริษัทไปที่ “บ้าน” ดังนั้นจึงไม่ได้หยุดงาน หรือหยุดเรียนตราบเท่าที่สัญญาณมือถือและไวไฟยัง “เสถียร” ระบบ “โมบายแบงกิ้ง” ยังใช้งานได้ปกติ ทุกอย่างก็ยังไปต่อได้ (เกือบจะ) เหมือนเดิม

ที่ผ่านมา เราอาจใช้ “มือถือ” เพื่อแชต เข้าอินเตอร์เน็ต ท่องโลก “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ติดตามข่าวสารข้อมูลและเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก แต่วิกฤต โควิด-19 ทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ต้องเปลี่ยนมาใช้เพื่อการทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

ศุภชัย เจียรวนนท์ บิ๊กบอสเครือ ซี.พี. และกลุ่มทรู คิดข้ามช็อตไปถึงว่า วิกฤตครั้งนี้จะเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทย และอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น และหวังไกลไปถึงว่าจะนำไปสู่การปฏิรูประบบการศึกษา ปฏิรูปประเทศไทยได้ด้วย

“คงไม่มีเวลาอื่น นอกเหนือไปจากเวลานี้แล้วที่จะ digitize องค์กรทำให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ก้าวสู่การเป็น 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าช่วงนี้ โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ จะเข้าสู่การเป็นสมาร์ทสคูล อย่างแท้จริง”

Advertisement

เป็นการนำเทคโนโลยี “ดิจิทัล” พลิก “วิกฤต” ให้เป็น “โอกาส” เปลี่ยนแปลงองค์กร ปฏิรูปการศึกษา และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง หากทำได้จริง ต่อไปชีวิตคนไทยก็น่าจะดีขึ้นด้วย

กลุ่มทรูเองเริ่ม Work From Home เกือบทั้งหมดแล้ว บน “คลาวด์เทคโนโลยี” ที่เรียกว่า TRUE VIRTUAL WORLD เป็นโซลูชั่น “ดิจิทัลเวิร์ก เพลซ” ที่เมื่อผสมผสานการใช้งานกับเทคโนโลยีต่างๆ แล้วทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่ใช่แค่ใช้งานในเครือ เมื่อเห็นว่าคนไทยน่าจะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มนี้ได้จึงพัฒนา “TRUE VIRTUAL WORLD” ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ครบ ทั้งเรื่อง “การงาน การเรียน และความบันเทิง” ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจ ภาคการศึกษา รวมถึงไลฟ์สไตล์ของคนไทย

โดยองค์กร สถาบันการศึกษา และคนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้งานได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้า “ทรูมูฟเอช” แต่ถ้าเป็นลูกค้า “ทรูมูฟเอช” จะเพิ่มความพิเศษขึ้นไปอีก คือจะใช้งานได้โดยไม่เสียค่าอินเตอร์เน็ต

“ในเมื่อเรามีโซลูชั่นตัวนี้อยู่ในมืออยู่แล้ว ถ้าไม่นำออกมาให้ทุกคนได้ใช้ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะทุกคนมีความต้องการในการใช้งาน ต้องบอกว่าเดิมเรามีการใช้งานอยู่แล้ว ในลักษณะเป็นโซลูชั่นแยกต่างหาก บางส่วนใช้เฉพาะในองค์กร บางส่วนใช้กับโรงเรียนเน็ตประชารัฐ เป็นต้น แต่เมื่อนำทั้งหมดมาประกอบร่างกันก็ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ได้ทั้งทำงานที่บ้าน และเรียนที่บ้าน ทั้ง Work และ Learn”

“TRUE VIRTUAL WORLD” มี 3 ส่วน ด้วยกัน 1.TRUE VIRTUAL WORKPLACE หรือ “VWORK” รองรับการทำงานโดยเฉพาะ จัดเก็บข้อมูลบน “คลาวด์” ทำได้ตั้งแต่สั่งงาน ขออนุมัติ ส่ง-รับไฟล์งาน ตั้งกลุ่ม ส่งข้อความแชต และประชุมออนไลน์ พร้อมบันทึกคลิปเก็บไว้ได้

2.TRUE VIRTUAL LEARN หรือ “VLEARN” มีห้องเรียนออนไลน์จัดการเรียนการสอน ที่วัด และประเมินผลการเรียนได้ มีระบบการสอน การสั่งและส่งการบ้าน และ 3.TRUE VIRTUAL LIVE หรือ VLIVE บนแอพพลิเคชั่น TrueID และ TrueID TV ที่รวมระบบค้าขายออนไลน์บน Wemall และ Weshop มาไว้ด้วยทำให้ร้านค้าเข้ามาลงทะเบียนเปิด “ร้านออนไลน์” ได้ ฝั่ง “นักช้อป” ก็แค่ดาวน์โหลดแอพพ์เข้ามาซื้อสินค้าได้เช่นกัน จ่ายเงินผ่าน “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” แทนเงินสดได้

มีแพลตฟอร์มเดียวทำได้ครบหมด ทั้งการเรียน การงาน และไลฟ์สไตล์

จะทำงาน เรียนหรือดูหนัง-ฟังเพลง-ช้อปปิ้ง ทำได้ทุกที่ (ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต) เมื่อเทคโนโลยีทำให้ “ชีวิตเป็นอิสระ” มากขึ้นคนเราก็น่าจะมีความสุขมากขึ้น

“เราลองให้พนักงานคอลเซ็นเตอร์บางส่วนทำงานจากที่บ้านได้ พบว่าส่วนใหญ่ไม่อยากกลับไปทำงานแบบเดิม เพราะการทำงานที่บ้านทำให้ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น”

แม้ว่าในช่วงแรกของการปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้ขับเคลื่อน ผลักดันองค์กรสู่ 4.0 จะเป็นสิ่งที่หลายคนไม่คุ้นเคย และต้องเพิ่มทักษะในการใช้เทคโนโลยี แต่ถ้าผ่านไปได้เชื่อว่า วิถีชีวิตของการทำงาน การเรียนหนังสือที่เชื่อมโยงโดยเทคโนโลยี “ดิจิทัล” จะกลายเป็น new normal หรือเป็นสิ่งใหม่ที่กลายเป็นวิถีปกติในที่สุด