ปากท้อง ‘ของกิน’ ชีวิตเก่า วิถีใหม่ หลังคลาย ‘ล็อกดาวน์’

11.05.20 | 15:11 น.
จากซ้าย - สมิทธิ ปรางทอง, วีรยุทธ คล้ำดำ, มิตรภาพ พาโพธิ์

ทยอยเปิดกันไปบ้างแล้ว สำหรับร้านอาหารทั่วประเทศไทย หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ แต่เน้นย้ำดำเนินตามมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มข้น

ร้านติดแอร์ กระทั่งสตรีทฟู้ดข้างทางก็ต่างเคร่งครัด ด้วยความหวาดหวั่นทั้งไวรัส และเกรงถูกลงดาบปิดซ้ำหากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเสี่ยง

ไม่เพียงเท่านั้น หลายร้านยังสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมทำมือจำพวกม่านพลาสติกกั้นระยะห่างระหว่างบุคคล บ้างแปะเทปกาวเป็นรูปกากบาทส่งสัญญาณห้ามนั่งแนบสนิทชิดใกล้

แน่นอนว่า อีกหนึ่งบรรยากาศที่น่าสังเกต คือแม้มีการเปิดร้าน แต่ก็ไม่ค่อยคึกคักสักเท่าไหร่ บ้างก็ว่ายังหวั่นๆ สถานการณ์ติดเชื้อ บ้างก็ยัง Work from home ที่สุดท้ายการสั่งมารับประทานที่บ้านเป็นอันสะดวกกว่า บ้างก็ว่าภาพรวมไม่คึกคัก ไม่ชวนให้นึกอยากไปนั่งกิน

ที่น่าสนใจ คือเหตุผลที่นักวิชาการบางท่านเคยวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว นั่นคือ ความเคยชินในวิถีใหม่ที่จะเห็นได้อย่างแจ่มชัดยิ่งขึ้นในยุค “หลังโควิด”

Advertisement

และฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนปากท้องของกิน ณ ห้วงเวลาเช่นนี้ ก็คือพนักงานส่งอาหารที่ไม่เพียงมีประสบการณ์น่าฟัง หากแต่สะท้อนภาพความเป็นไปในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี

คลายล็อก ยอดไม่ลด ‘ส้มตำ’ รอนานสุด

สมิทธิ ปรางทอง อายุ 24 ปี พนักงานส่งอาหารของ “แกร็บฟู้ด” เผยข้อมูลน่าสนใจว่า หลังจากที่รัฐบาลคลายล็อก ยอดสั่งอาหารยังคงเดิม ลูกค้าจะสั่งอาหารทั่วไป ทั้งในห้าง และร้านอาหารข้างทาง ทั้งประเภทคาวและหวาน สำหรับประสบการณ์รออาหารนานที่สุด ส่วนมากคือร้านส้มตำ

“ร้านส้มตำทำช้า เคยรอ 2 ชั่วโมง จากนั้นไม่เอาอีกเลย ได้ออเดอร์ร้านนี้มาก็กดยกเลิก เราเลือกได้เพราะไม่คุ้ม ประสบการณ์ขับแกร็บบางทีก็เจอคนไม่รับของ แต่ถ้าเขายืนยันว่าจะไม่รับ เราก็ต้องโทรหาคอลเซ็นเตอร์ เขาจะให้เราเอาไปกิน บางครั้งก็เจอลูกค้าสั่งเค้ก สั่งไอศกรีม ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องละลาย แต่ปัญหาที่เจอ คือ คัพเค้กที่ใส่กล่องขนาดใหญ่ พอไปถึงหก ลูกค้าก็โวยวาย คอลเซ็นเตอร์โทรมาบอกว่า ลูกค้าสั่งมาแล้วหก สั่งใหม่ก็หกอีก แต่คอลเซ็นเตอร์ก็เข้าใจ บางคนสั่งเค้กวันเกิดขอให้ระวัง เราก็ระวังมาก แต่บางทีถนนซอยบ้านลูกค้าไม่ค่อยเอื้อให้ขี่ได้ดีเท่าไหร่”

แม้คนสั่งอาหารเยอะในยุคโควิด แต่สมิทธิบอกว่า เมื่อช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา มีการปรับลดรายได้ลง

“เมื่อก่อนรายได้ดี ได้วันละ 1,000 บาท สบายๆ แต่เดี๋ยวนี้ลำบาก เพราะแกร็บปรับให้รายได้ลดลง จากปกติ 1 รอบได้ 50 บาท ตอนนี้เหลือ 40 บาท เพิ่งปรับได้ประมาณ 1 เดือนกว่า เมื่อก่อนจะมีเพชรให้เก็บสะสมโบนัส เดี๋ยวนี้ก็มี แต่น้อยลงมาก ส่วนใหญ่ลูกค้าจะจ่ายแบบตัดผ่านบัตร ช่วงโควิดไม่ค่อยมีจ่ายเป็นเงินสด ก่อนหน้านี้ทำงานค้าขาย แต่รายได้ไม่ค่อยดี ปลายปีที่แล้วเลยหันมาส่งแกร็บฟู้ด ส่วนมากขี่อยู่แถวประชานิเวศน์และชินเขต”

ข้อมูลเพิ่มเติมจากหนุ่มแกร็บยังชี้ว่างานส่งอาหารที่เห็นไม่ใช่แค่รอรับแล้วขี่ส่งตามคำสั่ง หากแต่มีรายละเอียด เทคนิค ชั้นเชิงที่ต้องใช้อยู่ไม่น้อย

สมิทธิ ปรางทอง

“คนที่ทำมานานจะรู้ว่าแถวไหนมีร้านอาหารเยอะก็จะนั่งเฝ้าอยู่ละแวกนั้น 10-15 นาที บางครั้งส่งงานเสร็จก็เด้งขึ้นมาต่อ ถ้าคิดว่าขี่เรื่อยๆ ก็คุ้ม แต่ถ้าเป็นจริงเป็นจัง คิดว่ามีรายได้เป็นเงินเดือนดีกว่า เพราะรายได้ไม่แน่นอน

“ผมเคยเจอเหตุการณ์แบบที่ตัวเองไม่ได้สั่ง แต่เดินมาเอา หรือบางครั้งคนสั่งไม่อยู่ ขอให้ฝากไว้กับป้า เราเอะใจว่าทำไมลูกค้าไม่อยู่ ก็ลองโทรหา ลูกค้าบอกไม่ใช่บ้านหลังนั้น ผมเกือบให้เขาไปแล้ว พลาดบ้างก็มี ลูกค้าบางคนสั่งเหมือนกัน เช่น สั่งไก่ทอด พอลงมารับ เราถามว่าสั่งไก่ทอดใช่ไหมครับ เขาบอกว่าใช่ เราก็ให้เขา สักพักอีกคนเดินลงมาเอาบอกว่าสั่งไก่ทอด แต่คนนั้นเดินขึ้นไปแล้ว”

โควิดก่อเกิดธุรกิจช่วยชุมชน รับสั่งอาหารผ่านไลน์ @Locall.bkk

พฤติกรรมคน (กิน) เปลี่ยน สร้างรายได้เสริม ‘ที่พิเศษมาก’

พนักงานอีกรายของอีกบริษัทดังอย่าง “ฟู้ดแพนด้า” วีรยุทธ คล้ำดำ เล่าประสบการณ์ครั้งเป็นช่างไม้ที่รายได้ไม่ดีนัก จึงเปลี่ยนมาส่งอาหารที่ให้ความเป็นอิสระ กำหนดเวลาทำงานได้ ในวันที่พฤติกรรมคนเปลี่ยนเมื่อเกิดโควิด-19

“เรากำหนดรายได้ของตัวเองได้ อยากได้มากก็วิ่งมาก ประสบการณ์ส่วนมากลูกค้าจะปักหมุดผิด ต้องคอยโทรศัพท์ถาม ช่วงนี้โควิดระบาด ลูกค้าบางคนก็ขอให้ขึ้นไปส่งบนคอนโด บนออฟฟิศ ส่วนตัวจะถามลูกค้าก่อนว่าเป็นอะไรหรือไม่ ถึงให้ขึ้นไปส่ง แต่ถ้าไม่เป็นอะไร ส่วนมากจะไม่ขึ้นไป เพราะเราก็เสี่ยง ถ้าลูกค้าไม่ลงมารับของระบบก็จะยกเลิกรายการอัตโนมัติ ที่รอนานสุดเต็มที่ 10 นาที ระหว่างรอก็เล่นโทรศัพท์ เพราะระบบของฟู้ดแพนด้ากำหนดให้รอระยะเวลาเท่านี้ ลูกค้าไม่ลงมารับระบบจะยกเลิกออเดอร์ทันที ระบบของฟู้ดแพนด้าดีตรงที่คนส่งจะได้ไม่ต้องรอนานด้วย”

วีรยุทธ คล้ำดำ

ในขณะที่ อำนาจ ใจเกื้อ พนักงานแกร็บ เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะมาขับแกร็บ ทำงานเป็นพนักงานขับรถบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง สาเหตุที่มาขับเพราะต้องการหารายได้เสริม แต่ก็ยังทำงานที่บริษัทเดิมอยู่ เพิ่งมาทำได้ประมาณเดือนกว่าๆ ช่วงโควิดพอดิบพอดี

“อย่างน้อยก็มีรายได้เสริม มีค่ากับข้าว ขึ้นอยู่กับงานที่ลูกค้าสั่ง บางครั้ง 1 งานได้ 300-400 บาทก็มี แล้วแต่ระยะทางว่าใกล้หรือไกลมากน้อยแค่ไหน บางเที่ยวได้ 40 บาท ซื้อกับข้าว หรือข้าวกล่องใกล้ๆ แล้วแต่ลูกค้าจะใช้บริการ รออาหารอย่างช้า 2 ชั่วโมงก็มี แต่ถามว่าคุ้มไหม คุ้มนะ อย่างเช่นวันนี้ก่อนเข้างานออกมาวิ่งได้แล้ว 300 กว่าบาท มีสตางค์จ่ายค่าข้าว ซื้อขนมให้หลาน เป็นทางเลือกที่ดี”

ถ้าคนวิ่งประจำไม่มีงานอื่นทำ น่าจะอยู่ได้ เพราะพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป ไม่ค่อยออกจากบ้าน แต่ส่วนตัวจะกำหนดระยะเวลาวิ่ง หมดเวลาก็ต้องไปทำงานประจำ รายได้หักค่าน้ำมัน หักค่ากิน อยู่ที่ประมาณวันละ 300-400 บาท ก็ถือว่าเป็นอะไรที่พิเศษมาก

เคสแปลกๆ ส่วนมากลูกค้าปักหมุดที่หนึ่ง แต่ไปส่งจริงอีกที่หนึ่ง ซึ่งระยะทางที่ไม่ตรง ราคาจะต่างกัน ถูกลง 5-10 บาทบ้าง ตั้งแต่วิ่งมามีหลายครั้งที่เป็นแบบนี้ อยากบอกแต่ก็บอกไม่ได้ เข้าใจว่าคนก็อยากได้ราคาถูกที่สุด” อำนาจเล่า

เที่ยงตรง ‘คิว’ สาหัส บ่ายสองสุดเหงา วอน ‘สั่งแล้วอย่ารับช้า’

หลังโควิดระบาด ภาพพนักงานส่งอาหารรอคิวตามร้านดังโดยนั่งสไลด์โทรศัพท์มือถือ คือภาพจำคุ้นตา

มิตรภาพ พาโพธิ์ อีกหนึ่งหนุ่มแกร็บฟู้ด เผยว่า เพิ่งวิ่งแกร็บได้ 3 เดือน ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นสต๊าฟจัดงานอีเวนต์ทั่วไป แต่ด้วยช่วงนี้รัฐบาลงดจัดงานอีเวนต์ เพราะโควิดเข้ามาจึงไม่มีให้ทำ

“หลังจากที่รัฐบาลคลายล็อกได้ไม่กี่วัน ต้องบอกว่าอาจจะยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ ต้องรอให้คลายล็อกถึงเที่ยงคืนจึงจะรู้ ตอนนี้ยังคงวิ่งได้ถึง 21.00 น.อยู่ ระยะเวลาวิ่งส่งอาหารลดลงไปเยอะมาก จากปกติจะได้วันละประมาณ 15-20 ออเดอร์ ออกจากบ้านตั้งแต่ 08.30-20.30 น. วิ่งตามเวลาจนใกล้จะถึงเวลาเคอร์ฟิว ช่วงนี้ถือว่าได้เงินพอสมควร

“หมูตำลึงนานา เม้งโภชนา คนจะสั่งเยอะช่วง 11.00-12.00 น. เป็นช่วงที่รอนานมาก คนนิยมสั่งก๋วยเตี๋ยว เพราะราคาน่าจะถูก คนเลยกินเยอะ”

เจ้าตัวยังขอวอนลูกค้าว่า เมื่อพนักงานไปถึงจุดหมาย ขออย่าลงมารับช้า เพราะต้องทำเวลาเพื่อรับออร์เดอร์ถัดไป

มิตรภาพ พาโพธิ์


“เวลาขี่ไปส่งจะมีลูกค้าที่ชอบลงมาช้า นี่คือแปลกสำหรับผมมาก อย่างอื่นแปลกได้ แต่ขออย่าลงมาช้าก็พอ เพราะก่อนที่คนขี่จะไปถึงประมาณ 1 นาที จะมีข้อความอัตโนมัติบอกว่าคนขับใกล้ถึงแล้วนะ ลูกค้าควรจะเตรียมตัว อยากให้เห็นใจ เพราะบางทีมันต้องทำเวลา มีช่วงที่ทำเวลาอยู่ ของแกร็บคือ 10.00-13.00 น. และครึ่งหลัง 17.00-20.00 น. ถ้ารออาหารนานก็นั่งเล่นเกม บางทีก็ขี่รถไปเรื่อยๆ นั่งตรงนี้บ้าง ตรงนู้นบ้าง เซเว่นบ้าง ตามจุดต่างๆ บ้าง แต่ถ้าอยู่ในโซนร้านอาหารออเดอร์ก็จะเด้งขึ้นมาเองอัตโนมัติ บางวันก็รอนานเป็นชั่วโมงเหมือนกัน รอจนกว่าจะได้ อยู่ที่ลูกค้าว่าลูกค้าจะสั่งหรือไม่ ช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 น. ลูกค้าจะเงียบ ไม่ค่อยสั่ง ลูกค้าไม่สั่งก็ไม่มีงาน

ถามว่าคุ้มไหม คุ้มนะ แต่ก็เหนื่อยแสนสาหัส กลับบ้านไปอาบน้ำก็หลับทันที ตื่นเช้าก็ต้องมาวิ่งรถ วิ่งทุกวัน ตั้งใจว่าจะทำไปเรื่อยๆ

ไม่น่าจะล่มสลาย คนน่าจะสั่งอาหารเยอะ”

‘กานาฉ่าย’ เจ้าอร่อยเยาวราชยังหารับประทานได้แม้ต้อง Stay At Home
ไม่ใช่แค่อาหารพร้อมทาน แต่วัตถุดิบก็มีธุรกิจ ‘รับหิ้ว’ หนุนเศรษฐกิจชาวบ้าน
วิถีใหม่ในยุคโควิด ที่ร้านข้าวต้มเป็ดย่านประตูผี