คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Solitary Gourmet สุดยอดรูปแบบความสบายใจ

14.06.20 | 17:26 น.
ภาพประกอบ Youtube Video / Netflix

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า ซีรีส์ญี่ปุ่นที่มีพล็อตสุดแสนธรรมดาเรื่องนี้จะช่วยเยียวยาจิตใจคนดูได้มากมาย ขนาดที่ว่าออกฉายยาวนานมากถึง 8 ซีซั่น…

 “Solitary Gourmet” หรือในชื่อภาษาไทย “อร่อยเดียวดาย” โดยหารับชมได้ในเน็ตฟลิกซ์นั้น เป็นความบันเทิงแบบเรียบง่าย

แต่ละตอนมีความยาวสั้นๆ เฉลี่ย 20 นาที ใช้วิธีเล่าเรื่องที่ตรงไปตรงมา เนื้อหาจบในตอน ไม่มีพล็อตซับซ้อนหรือทิ้งปมให้ค้างคา

ที่เซอร์ไพร์สคนดูคือ เรื่องราวที่ดูธรรมดานั้น กลับมีทีเด็ด…

เป็นทีเด็ดที่ซีรีส์เรื่องนี้ใช้สูตรโครงสร้างเล่าเรื่องแบบดูง่าย และใช้รูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ในการเล่าเรื่องแต่ละตอน

Advertisement

“อร่อยเดียวดาย” ดัดแปลงจากมังงะเรื่อง Kodoku no Gourmet” เป็นเรื่องราวของชายวัยกลางคน “โกโระ อิโนงาชิระ” เซลส์แมนทำธุรกิจนำเข้าสินค้าตกแต่งสวยงาม

คุณโกโระนั้น เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทำธุรกิจส่วนตัวเพียงลำพัง ไม่มีเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง ไปแสวงหาสินค้า พบลูกค้าด้วยตัวเองเพียงลำพัง

ตัวละครนี้จึงถูกดีไซน์ภายนอกให้เป็นภาพ “ชายโสด” วัยกลางคน รักสันโดษ มีอิสระ และมีกิจกรรมส่วนตัวที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ นั่นคือ การตระเวนกินอาหารอร่อยๆ ในทุกย่าน ทุกถิ่นที่เขาไปคุยเจรจาธุรกิจการค้า

ดูเผินๆ เหมือนไม่ได้เขียนบทผูกเรื่องอะไรมากนัก แต่หากพินิจจะพบว่า แต่ละตอนที่เล่ามานั้นได้ผ่านการวางบทที่ดีจนดูเป็นธรรมชาติเอามากๆ

รวมทั้งจุดสำคัญคือ การดีไซน์คาแร็กเตอร์ของคุณโกโระให้มีลักษณะ Ordinary people ที่เลือกนักแสดงหน้าตาและบุคลิกภาพที่เราเห็นกันชินตาได้ในชีวิตประจำวัน  

เล่ามาแบบนี้อาจมองว่าตัวเรื่องจะน่าเบื่อหรือไม่…

แต่ปรากฏว่า…กลวิธีนี้กลับช่วยสร้างการจดจำเรื่องราวแต่ละตอนได้โดยธรรมชาติ หนำซ้ำการเล่าแบบง่ายๆ ดูจริงใจ ฉากหน้าเหมือนไม่มีพล็อตเรื่องลึกซึ้ง (แต่จริงๆ แฝงปรัชญาในที) กลับทำให้คนดูอย่างเรารู้สึก “โล่ง” และ “เบาสบาย” กับเรื่องราวตรงหน้า

ด้วยเพราะความง่ายนี่เอง ที่ทำให้ใครได้ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้ว…ล้วนต้องบอกว่าสบายใจเหลือเกิน


Solitary Gourmet” หรือ “อร่อยเดียวดาย” ในแต่ละตอน จะเริ่มต้นเล่าเรื่องด้วย คุณโกโระออกเดินทางไปคุยธุรกิจในย่านหรือเมืองต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นแล้วแวะกินอาหารที่เขาสนใจในย่านนั้น

รูปแบบการเล่าเรื่องผ่านโครงสร้าง…เดินทางไปทำงาน…พบปะลูกค้า…สังเกตย่านที่ตัวเองไป…เดินหาร้านอาหารที่เขาอยากลองเข้าไปนั่งชิม…เรียนรู้รสชาติใหม่ๆ เมนูไหนอร่อยถูกใจจะมีรอยยิ้มผุดพรายเบาๆ ขึ้นมา…

…ระหว่างนั้นอาจได้พูดคุยเล็กน้อยกับเจ้าของร้านอาหาร…เงี่ยหูฟังลูกค้าโต๊ะข้างๆ…ดูแต่ละคนสั่งเมนูอะไร…สังเกตอากัปกิริยาของบรรดาเพื่อนโต๊ะข้างๆ..ให้ความสนใจใคร่รู้กับสิ่งรอบตัวในร้าน

โดยหลังกินเสร็จเดินออกจากร้าน คุณโกโระจะสรุปความในใจจากอาหารที่ได้กิน ไปจนถึงเรื่องราวชีวิตและธุรกิจบางอย่างที่ตกผลึกได้แบบง่ายๆ…ไม่คิดให้มันยุ่งยาก

และช่วงท้ายของแต่ละตอนจะให้ ผู้แต่งมังงะต้นฉบับเรื่องนี้ “คูซูมิ มาซายูกิ” ที่นอกจากเป็นนักเขียนการ์ตูนแล้วยังเป็นนักชิมด้วย ได้ไปนั่งชิมร้านอาหารประจำตอนนั้นๆ ที่เขาเขียนถึง…เป็นการส่งท้ายเรื่อง

ภาพรวมของแต่ละตอน จึงมีอารมณ์คล้ายๆ “การรีวิวอาหาร” เบาๆ มีการแนะนำเมนูพร้อมถ่ายภาพอาหารได้น่ากินยิ่งนัก ผนวกด้วยสีหน้าและการเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนว่าแต่ละตอนคนดูสามารถติดตามไปลองชิมตามคุณโกโระกันได้ เพราะร้านอาหารในเรื่องมีอยู่จริงทั้งหมด

ใน “อร่อยเดียวดาย” เนื้อเรื่องส่วนมากจะถูกเล่าผ่านการ “คิดในใจ” หรือ Voice Over ที่ให้เสียงตัวละครคุณโกโระกำลังคิดถึงสิ่งต่างๆ ออกมา หรือกำลังสื่อสารพูดคุยกับตัวเอง ผ่านการนึกคิด และความรู้สึกระหว่างกินอาหารที่อร่อยถูกปาก

ทั้งหมดนี้ถูกเล่าออกมาด้วยความง่ายๆ ผ่านการออกแบบคาแร็กเตอร์ตัวเอกที่เป็นคนสันโดษ มีความชัดเจน และไม่ซับซ้อน

คุณโกโระนิยามตัวเองว่า เขาไม่ชอบทำงานในออฟฟิศที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากเกินไปนัก เพราะนั่นนำพาความวุ่นวายใจและกระทบความรู้สึกมาให้ เขาจึงตัดสินใจเปิดธุรกิจเล็กๆ แบบที่ทำหน้าที่ทั้งบริหารและจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวคนเดียวเสร็จสรรพ

บนความง่ายจนดูเหมือนว่าใครที่ชื่นชอบซีรีส์พล็อตแน่น ตัวละครมีหลายมิติ เรื่องราวไขว้ซ้อนอย่างน่าติดตาม อาจจะปฏิเสธซีรีส์ที่ดูมีความเป็น “มินิมอล” จนน่าตกตะลึงเรื่องนี้

แต่ปรากฏว่า ความเรียบง่ายแต่เข้าถึงจิตใจคนดู เรากลับพบว่า “อร่อยเดียวดาย” เป็นซีรีส์ที่เสมือนหนึ่ง “ไร้เดียงสา” แต่นั่นคือคุณสมบัติพิเศษที่เรื่องราวและตัวละครหลักได้ช่วยผ่อนคลายจิตใจให้คนดูได้จากภาวะการณ์ที่โลกใบนี้หมุนเร็วเหลือเกิน

ตัวยาพิเศษที่ทำให้ซีรีส์ “อร่อยเดียวดาย” ออกฉายยาวนานได้ถึง 8 ซีซั่น นับตั้งแต่ปี 2012 บนโครงเรื่องที่สุดแสนเรียบง่าย แต่เอาเข้าจริงเราจะพบว่าซีรีส์เรื่องนี้ได้สอดแทรก “การเยียวยาจิตใจ” ของผู้คนในโลกอันขวักไขว่ไว้ได้แบบที่คนดูอย่างเรารู้สึกตัวอีกที…ก็ดูผ่านไปหลายตอนด้วยความสบายใจ

เรื่องราวในซีรีส์ได้สร้างความสงบนิ่งให้คนดูได้ดั่งตัวคุณโกโระที่เป็นชายสันโดษ ดูไม่ค่อยมีเรื่องราวที่จะต้องวุ่นวายกับผู้คนมากนัก และมีโมเมนต์สุขใจที่สุดในช่วงเวลาได้กินของอร่อยถูกปาก

ซึ่งซีรีส์ได้นิยามว่า นั่นคือ “สุดยอดรูปแบบของความสบายใจ” ของชายผู้นี้ ไม่ว่าเขาจะเครียดกับธุรกิจ หรือยังคิดไม่ออกจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร เขาจะไม่เพ่งเล็งมากนัก แต่จะเปลี่ยนความคิดไปที่การมองหาร้านอาหาร แล้วลองลิ้มรสชาติใหม่ๆ ดู


…เวลาหรือสังคมก็ไม่อาจกีดขวาง เมื่อคนคนหนึ่งชอบตามใจความหิวของตัวเอง ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเองเขากลายเป็นคนเห็นแก่ตัว และเป็นอิสระ การกินอย่างเสรีและไม่มีใครรบกวน คือพฤติกรรมสันโดษ จะเรียกพฤติกรรมนี้ ซึ่งคนยุคใหม่เป็นกันทุกคนว่าสุดยอดรูปแบบของความสบายใจก็ได้

ข้อความข้างต้นคือไตเติ้ลที่จะขึ้นในทุกตอนเพื่อนิยามความ “อร่อยเดียวดาย” ของชายคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นคนเบื่อหน่ายชีวิต แต่เขาเพียงใช้ชีวิตแต่ละวัน อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด

การกินอาหารอย่างเดียวดายนั้น คือภาพแทนของคนๆ หนึ่งที่มีพลังและความสุขกับปัจจุบันขณะเหลือเกิน

…ที่สำคัญมีพลังงานพิเศษบางอย่างจากซีรีส์เรื่องนี้ที่ส่งถึงคนดูด้วยความรู้สึกดีๆ

…ชนิดที่ใครได้ดูจะต้องหลงรักเรื่องราวความอร่อยเดียวดายนี้อย่างแน่นอน