ย่ำไปในดงเพลง : ปืนบ่มีลูก ยิงถูกก็บ่ตาย : โดย เขบ็ดหัวโต

ย่ำไปในดงเพลง : ปืนบ่มีลูก ยิงถูกก็บ่ตาย : โดย เขบ็ดหัวโต

ย่ำไปในดงเพลง : ปืนบ่มีลูก ยิงถูกก็บ่ตาย : โดย เขบ็ดหัวโต

เห็นการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาแล้ว

นึกถึงเพลงปืนบ่มีลูก ของ “ขุนพลแคน” สมัย อ่อนวงศ์ ขึ้นมาติดหมัด

มิตรรักแฟนประจำของข้อเขียนตรงนี้คงจำได้ว่า เมื่อเริ่มเปิดบัญชรใหม่ๆ ก็เขียนถึงครูสมัยเขามารอบหนึ่งแล้ว

มีไม่กี่คนหรอกครับที่ไม่ได้เกิดในท้องถิ่นอีสาน แล้วได้รับการยกย่องว่าเป็นขุนพลแคน

แต่ถิ่นกำเนิดที่เขาย้อย เพชรบุรีนั้น คือพื้นที่ซึ่งทางการสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จัดไว้สำหรับชาว “ทรงดำ” ที่กวาดต้อนมาจากหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

รากเหง้าที่มาของชีวิตวัฒนธรรมหลายอย่างจึงไม่แตกต่างจากพี่น้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รวมทั้งแคนและทางเพลง

ตอนเป็นศิลปินเดี่ยวก็ดังอยู่แล้ว

เป็นแชมป์ประกวดแคนระดับประเทศ เป็นตัวแทนประเทศไทยออกไปเดินสายในฐานะทูตวัฒนธรรมในประเทศต่างๆ

ยิ่งพอมาจับคู่ลงตัว ตั้งวงดนตรีร่วมกับ ครูกานท์ การุณวงศ์ ในช่วงต้นทศวรรษ 2510 ยิ่งระเบิดเถิดเทิงกันเข้าไปใหญ่

มีเพลงฮิตของตัวเองก็มาก

ปั้นนักร้องดังประดับวงการก็เยอะ

เช่น พรชัย สร้อยเพชร (ที่เป็นหลานชาย) กับเพลงแสบหัวใจ

หรือดำ แดนสุพรรณ กับเพลงรักกับพี่ดีแน่ (ที่เอาทำนองเพลง Washington Square มาทั้งดุ้น แต่ทำเป็นไทยได้เนียนเหลือหลาย)

ปืนบ่มีลูก เป็นผลงานประพันธ์ของครูกานท์

โดยครูสมัยเรียบเรียงดนตรีเอง

เสียงแคนถึงเป็นพระเอก คลอดสลับไปกับเสียงร้อง

บวกกับเนื้อหากระแทกใจ

เพลงที่ออกวางตลาดในราวปี 2511-12 ก็ฮิตติดตลาดชนิดคนเฒ่าคนแก่หรือลูกเด็กเล็กแดงต้องฮัมท่อนขึ้นต้นว่า

“ปืนบ่มีลูก ยิงถูกก็บ่ตาย” ได้

ดังประมาณนั้นเลยทีเดียว

แต่ที่แวบนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา ก็เพราะนั่งอ่านข่าวการทำงานของหลวงท่าน (สำนวนโบราณให้เข้ากับยุคของเพลง)

อ่านแล้วก็ให้ขัดใจ ว่าอะไรต่อมิอะไร ทำไมมันสะเปะสะปะไปหมด

เหมือนที่เพลงเขาบอกเอาไว้เปี๊ยบเชียวว่า

“ปืนมีลูก ยิงบ่ถูกบ่ตาย”

รัฐบาลไทยก็ประมาณนี้ละครับ

อุตส่าห์รวบอำนาจเอาไว้กับมือทั้งหมดด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดันทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันนอกจากประกาศเคอร์ฟิว

กลัวไวรัสก็เคอร์ฟิว

โกรธเด็กแว้นก็เคอร์ฟิว

มันใช่เรื่องไหมนั่น

เหมือนกันกับที่กลัวโรคระบาดเสียจนสั่งให้ทุกคนหดหัวเข้าไปอยู่ในกระดอง

ไม่ต้องแง้มออกมาดูเดือนดูตะวัน

จนจำนวนคนอดตายทำท่าจะแซงหน้าคนตายจากโรคระบาดไปถึงไหนต่อไหน

มีปืนในมือ บรรจุลูกพร้อม

ยิงไม่เข้าเป้าเลยสักลูก

มันก็ครือกันกับปืนบ่มีลูก

อยู่ไปนานๆ พอคนเขาเห็นว่าเล่นปืนไม่เป็น

จากกลัวก็กลายเป็นขบขัน

ไวโอลินนั้นก็มีสี่สายจริงๆ ละครับ

ปืนบ่มีลูก ยิงถูกก็บ่ตาย
ซอบ่มีสาย สีได้ก็บ่ดัง
รูปบ่หล่อ สาวบ่เบิ่งเรา
อมพระมาเว้า สาวเจ้าก็บ่ฟัง

มีรถยนต์ร้อยคันพันคัน
บ่มีน้ำมันรถนั้นก็บ่แล่น
มีหมอลำถ้าบ่มีหมอแคน
ปี่ชวาเป่าแทน
ใครสิมาอยากฟัง

ชายใจเดียวเจอะหญิงใจเดียว
รักแน่นเหนียวฉ่ำอกฉ่ำใจ
ผมใจเดียวใจดีปานใด
เจอะเอาหญิงหลายใจ
จึงมายืนจังงัง

ปืนมีลูก ยิงบ่ถูกบ่ตาย
ซอมีสายเอาแขวนไว้ก็บ่ดัง
ไวโอลินนั้นก็มีสี่สาย
เอาไปสีใส่ควาย
ควายได๋มันสิฟัง

ปืนบ่มีลูก – สมัย อ่อนวงศ์
https://youtu.be/WFGnhu4eYjU

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จุรินทร์-อิสสระ’ นำหว่านข้าวร่วมชาวนาอีสาน ลุยติดตาม ‘ประกันรายได้เกษตรกร’ ผู้ปลูกพืชหลัก 5 ชนิด
บทความถัดไปเสี่ยสุรัตน์ แจงปมดราม่ามวยย้ายศึก ยันไม่เกี่ยวข้องกับ เพชรยินดี