ย่ำไปในดงเพลง : The Circle Game ในสังคมชักเย่อ(อำนาจ) : โดย เขบ็ดหัวโต

ย่ำไปในดงเพลง : The Circle Game ในสังคมชักเย่อ(อำนาจ) : โดย เขบ็ดหัวโต

ย่ำไปในดงเพลง : The Circle Game ในสังคมชักเย่อ(อำนาจ) : โดย เขบ็ดหัวโต

เพิ่งผ่านวันครบรอบ 88 ปีประชาธิปไตยไปหมาดๆ

เป็น 88 ปีที่ลุ่มๆ ดอนๆ

เป็นเวลาที่ประวัติศาสตร์ในอนาคตจะบันทึกไว้ ว่าสังคมไทยเล่น ชักเย่ออำนาจŽ กันอย่างรุนแรงและยาวนานที่สุดช่วงหนึ่ง

ระหว่างพลังยื้อ ที่ไม่ประสงค์จะเห็นอะไรมากระทบกับอำนาจและผลประโยชน์ที่ถือครองอยู่

กับพลังของความเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติและเป็นธรรมดาของโลก

โดยมีชีวิตและชะตาของสมาชิกในสังคมเป็นเดิมพัน

และเครื่องสังเวย

และเพราะสภาพชักเย่อหรือพายเรือในอ่างนี่เอง

เลยได้ทำให้หวนคิดถึง The Circle Game ของ Joni Mitchell ขึ้นมา

Joni ตั้งใจเขียนเพลงนี้เป็น เพลงแก้Ž กับเพลงของ Neil Young ยอดนักดนตรีและนักแต่งเพลงชาวแคนาดาด้วยกัน

ในเพลง Sugar Mountain นั้น Young พูดถึงการสูญสิ้นความฝันและวัยเยาว์ ด้วยเนื้อท่อนที่ว่า

“You canžt be 20 on Sugar Mountain.”

ใน The Circle Game ที่เป็นเพลงแก้ Joni จึงเล่าถึงแต่ละช่วงเวลาของชีวิตวัยเด็ก

เริ่มจากท่อนแรกก่อน 10 ขวบ ที่ยังเล่นจับแมลงปอกับฝันที่อยากเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

มาถึงท่อนที่สองของชีวิตวัยรุ่น ที่มากด้วยพลัง

แล้วตบด้วยท่อนสุดท้ายเมื่อเด็กกลายเป็นหนุ่มอายุ 20

แต่ก็ยังไม่หมดความฝัน

เพราะถึงจะ

Though his dreams have lost some grandeur coming true.

แต่ก็มี

There’ll be new dreams, maybe better dreams and plenty.

Before the last revolving year is through.

แต่เหมือนกับอีกหลายๆ เพลงของนักร้องนักแต่งที่เพิ่งสร้างตัวสร้างอาชีพในยุคนั้น

คือเจ้าของเพลงไม่ได้บันทึกเสียง-ขายแผ่นเป็นคนแรก

ระหว่างที่ตระเวนเล่นดนตรีตามผับในฟิลาเดลเฟียและโตรอนโต

คืนหนึ่ง Tom Rush นักร้องมีชื่อในยุคนั้น ได้ยิน Joni เล่นและร้องเพลงนี้แล้วติดใจ

จึงซื้อ The Circle Game ไปบันทึกเสียงในปี 1968 พร้อมกับอีก 2 เพลงของ Joni คือ Urge for Going และ Tin Angel

แต่ไม่โด่งดังเท่าไหร่

กระทั่ง Joni มีโอกาสอัดแผ่นของตัวเอง จึงเอาเพลงนี้ไปรวมในอัลบั้ม Ladies of the Canyon ที่วางจำหน่ายในปี 1970

และกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเธอ (ไล่เลี่ยกันมากับ Both Sides Now และ Big Yellow Taxi)

โดยเฉพาะเวลาขึ้นแสดงสดบนเวที

The Circle Game กลายเป็นเพลงที่ขาดไม่ได้

ถึงขนาดในช่วงปลายของอาชีพ Mitchell ตัดเพลงนี้ทิ้งไปเวลาขึ้นคอนเสิร์ต

ด้วยเหตุผลว่า

“อยากให้คนได้ฟังเพลงอื่นซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของฉันบ้าง”

Joni เคยป่วยด้วยโรคโปลิโอตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอยู่ถึง 2 ปี กว่าอาการจะทุเลา

ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หายกลับมาเป็นปกติ

เพราะมือและแขนซ้ายของเธอยังอ่อนแรงกว่าคนทั่วไป

แต่กลายเป็นผลดีเมื่อเธอยึดอาชีพเป็นนักดนตรี

เมื่อมือซ้ายอ่อนแรงจนเล่นกีตาร์ที่ตั้งสายตามเสียงมาตรฐานไม่ได้

เธอก็ตั้งกีตาร์แบบ “สายเปิด” ให้เสียงหย่อนลงมากว่าปกติ

และแต่ง-เล่นเพลงให้รับกับการตั้งสายเปิดนี้

เสียงพิคกิ้งและตีคอร์ดกีตาร์ของเธอ-โดยเฉพาะเวลาแสดงสด-จึงไม่เหมือนใคร

กลายเป็นเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง

หลังจากเพลงโด่งดังขึ้นมาแล้ว

มีศิลปินอีกกว่า 200 คน ที่บันทึกเสียงเพลงนี้

และเนื้อท่อนที่ว่า And the painted ponies go up and down. ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ Blood, Sweat and Tears วงแจ๊ซร็อกชื่อดังเอาไปเขียนเนื้อท่อนหนึ่งในเพลงฮิต Spinning Wheel ว่า

Ride a painted pony let the spinning wheel spin.

Joni ให้สัมภาษณ์นิตยสาร Mojo เมื่อปี 1994 เอาไว้ว่า

เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเขียนเพลงนี้ให้ออกมาเป็น “เพลงเด็ก”

แต่ก็ยินดีที่ผู้ฟังชอบให้เป็นอย่างนั้น

วันนี้เด็ก จะ 20 หรือ 30 ในสายตาของคนแก่อายุ 70-80 ออกมาแสดงให้เห็นแล้วว่า

There’ll be new dreams, maybe better dreams and plenty.

นั้นมีอยู่จริง

ในขณะที่

The last revolving year is through. ของท่านผู้มีอายุทั้งหลายเหลือน้อยลงไปเต็มที

ถามว่าเราจะอยู่และสร้างสังคมนี้เพื่ออะไร

และเพื่อใคร

The Circle Game – Joni Mitchell
https://youtu.be/V9VoLCO-d6U

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สภาล่างมะกันโหวตหนุน ยกสถานะ ‘กรุงวอชิงตันดี.ซี.’ เป็นรัฐที่ 51
บทความถัดไปรักคุดถูกกีดกัน ลาโลกดับคู่ ทิ้งจดหมาย ขอให้ชาติหน้าเกิดมารักกันอีก