เติม ‘รอยยิ้ม’ สู่สังคม เอสโซ่ มอบทุนการศึกษา-เครื่องมือแพทย์

26.07.16 | 12:25 น.

การทำบุญไม่จำเป็นต้องทำที่วัดหรือกับพระสงฆ์เสมอไป แค่มีน้ำใจช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนนี่ก็เป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่ง สร้างความสุขใจทั้งกับผู้ให้และผู้รับ

หนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาถึง 6 ปี คือโครงการ “เอสโซ่เติมรอยยิ้ม” เป็นการร่วมมือกันของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สโมสรพนักงานเอสโซ่ ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ทั่วประเทศ และพันธมิตรทางธุรกิจ อย่าง เทสโก้ โลตัส, ราบิก้า คอฟฟี่, น้ำดื่มเซียโล่

ปีนี้ระดมทุนสนับสนุนได้ถึง 2,692,000 บาท!

ยอดพงศ์ สุตธรรม กรรมการและผู้จัดการการตลาดขายปลีกบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า เริ่มจากเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการศึกษา ใน 5 ปีแรกของโครงการเราจึงเน้นที่การแจกทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ด้อยโอกาส มาปีนี้ โชคชัย คุณวาสี ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ กล่าวว่าอยากให้ช่วยดูเรื่องโรงพยาบาล เนื่องจากโรงพยาบาลของรัฐยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ค่อนข้างมาก จึงเป็นที่มาของการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติมจากทุนการศึกษาในปีที่ 6

“ปีนี้เป็นปีแรกที่เราตกลงจะมอบเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาล โดยผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นลูกค้า เพื่อนพนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ หรือว่าหน่วยงานต่างๆ ต่างยินดีให้การสนับสนุนบริจาค ทำให้สามารถมอบเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลได้ถึง 2 แห่ง คือ เครื่องตรวจคลื่นหัวใจ แก่โรงพยาบาลน้ำพอง และเครื่องช่วยหายใจ แก่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น รวมไปถึงเงินอีกจำนวนหนึ่ง” ยอดพงศ์กล่าว

Advertisement

ขณะที่ทุนการศึกษาที่มอบให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยอดพงศ์เสริมว่า ปีนี้สามารถมอบทุนการศึกษาได้ถึง 580 ทุน ทุนละ 3,000 บาท เพิ่มขึ้นปีที่แล้วที่มีเพียง 350 ทุน

นับเป็นสิ่งที่ทำให้ยอดพงศ์รู้สึกภูมิใจที่เห็นโครงการมีผู้ให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น

ทางด้าน โชคชัย คุณวาสี ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ ว่าเบื้องหลังของการเสนอความคิดมอบเครื่องมือแพทย์ช่วยเหลือโรงพยาบาลมาจากคำแนะนำของหลวงพ่อสายทองที่เป็นครูบาอาจารย์ที่เคารพแนะนำมาอีกทอดหนึ่ง

“ท่านแนะนำว่าถ้าทำบุญอย่ามาสร้างโบสถ์ วิหารอะไรเลย เอาเงินรวมกันไว้มาสร้างโรงพยาบาลดีกว่า เพราะวัดหมดครูบาอาจารย์แล้วก็ทิ้งร้าง แต่โรงพยาบาลบาลสามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดไป”

เราเลือก “โรงพยาบาลน้ำพอง” เป็นแห่งแรก เพราะก่อนหน้านี้หลวงพ่อสายทองได้บริจาคสร้างตึกผู้ป่วยไปแล้ว แต่ยังขาดในเรื่องเครื่องมืออยู่จึงถือเป็นหนึ่งเป็นจุดริเริ่มในการทำโครงการ

“จริงๆ แล้วเราจะมอบที่ไหนก็ได้ แต่ส่วนตัวอยากจะสนับสนุนโรงพยาบาลในอำเภอที่ห่างไกลจากตัวเมือง เพราะส่วนใหญ่จะได้รับงบประมาณค่อยข้างน้อย โรงพยาบาลน้ำพองถือเป็นโรงพยาบาลที่ศักยภาพค่อนข้างสูง ขาดแค่เรื่องเครื่องมือที่ไม่เท่ากับโรงพยาบาลในเมืองเท่านั้น ในเรื่องของศักยภาพหมอหรือพยาบาลก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลย จึงตัดสินใจมอบเครื่องมือให้กับที่นี่เป็นที่แรก”

ด้าน นพ.วิชัย อัศวภาคย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน้ำพอง กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับมอบเครื่องตรวจคลื่นหัวใจถึง 2 เครื่อง โดยเครื่องหนึ่งไว้สำหรับผู้ป่วยระยะวิกฤต อีกเครื่องเป็นเครื่องตรวจในเบื้องต้น

“ทั้งสองเครื่องนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่าปัจจุบันนี้คนไทยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคสมองขาดเลือดเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากการกินแบบตะวันตกที่มีไขมัน ความเค็ม หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด จึงทำให้มีโอกาสเป็นโรคมากขึ้น”

นพ.วิชัยเสริมอีกว่า เนื่องด้วยโรงพยาบาลน้ำพองเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ติดกับถนนมิตรภาพ จึงทำให้มีผู้ป่วยฉุกเฉินมาใช้บริการเสมอ

“บางคืนแพทย์และพยาบาลแทบไม่ได้นอนเพราะอุบัติเหตุเยอะมาก ดังนั้นอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ จึงมีความจำเป็น หากถามถึงความต้องการตรงนี้ยังคงไม่พอ การที่มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยถือเป็นเรื่องที่ดี จึงอยากขอขอบคุณที่ได้มอบอุปกรณ์ให้แก่ทางโรงพยาบาลแห่งนี้”

นอกจากการมอบอุปกรณ์การแพทย์และทุนการศึกษาแล้ว สิ่งที่โครงการนี้ทำทุกปีคือกิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์” อันเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอสโซ จัดร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ประกอบด้วย นิทรรศการชุดการทดลองวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ และการแสดงทางวิทยาศาสตร์ ไปจัดแสดงในงาน เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนสู่เยาวชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“เพราะวิทยาศาสตร์ ถือเป็นพื้นฐานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ถ้าทุกคนมีความรู้ทางด้านนี้ดีก็จะพัฒนาไปได้ง่ายขึ้น” มงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการและผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) บอก