ม.44 จัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งที่มีปัญหาแก้ไขกันเองไม่ได้
จึงไปกันได้ดีกับการเมืองไทย “เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบไม่ประชาธิปไตย” (ขอยืมจาก อ. เกษียร เตชะพีระ) ที่อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุนหลักด้วยในเหตุการณ์เปลี่ยนผ่านครั้งล่าสุด
สะท้อนคุณภาพการบริหารจัดการของอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งหนีไม่พ้นว่าต้องเกี่ยวข้องกับวิชาการ ดังมีนักการศึกษาระดับสูงจำนวนไม่น้อยกล่าวสอดคล้องกันดังนี้
“มหาวิทยาลัยมีปัญหามากกว่าที่เป็นข่าว”, “จัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐาน”, “แสวงหาประโยชน์จากการจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ”
ดังนั้น “ต้องปฏิรูปวัฒนธรรมและวิธีคิดจากที่เคยนึกถึงตัวเอง และคิดถึงแต่หลักสูตรของตัวเอง ต้องปรับมาคิดถึงการศึกษาจะได้อะไร”
[มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559 หน้า 2]
อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยมีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา รวมทั้งวิธีคิดคับแคบกีดกันความรู้และความคิดต่าง
ที่สำคัญคือจมอยู่กับชุดความรู้ความคิดยุคอาณานิคม เช่น สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย, อยุธยาเป็นราชธานีแห่งที่สอง, ให้ความสำคัญประวัติศาสตร์สงครามกับเพื่อนบ้าน แล้วปิดกั้นประวัติศาสตร์สังคม ฯลฯ
บรรดาอาจารย์ด้วยกันก็รู้เต็มอก แต่พากันรักษาประเพณีลูบหน้าปะจมูก จึงนิ่งเสีย ทำให้นักศึกษาเสียโอกาส ประเทศชาติไม่ก้าวหน้า

