หน้าแรก ประชาชื่น โลกสองวัย : ถ...

โลกสองวัย : ถึงเวลาลดรายได้

26.07.16 | 12:30 น.

เรื่องหนึ่งที่น้องหนูควรประพฤติปฏิบัติตั้งแต่วันนี้เพื่อวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องลำบาก คือการออมรายได้จากค่าขนมที่คุณพ่อคุณแม่ให้ใช้เป็นประจำวัน ประจำสัปดาห์ แม้แต่ประจำเดือน

เขาว่าการออมเงินรายได้ไม่ว่าจะได้เท่าไหร่ ขอให้เก็บไว้ร้อยละ 10 รับรองว่าภายในไม่กี่ปีจะมีเงินเก็บออมจำนวนไม่น้อย

ระบบเงินออมที่ดี คือการเก็บใส่บัญชีธนาคาร จะเท่าใดก็ตาม และควรเป็นแบบบัญชีประจำอย่างน้อย 1 ปี เดือนละเท่ากัน เช่น เดือนละ 100 บาท 1 ปี หรือ 12 เดือน จะมีเงินออมอย่างน้อย 1,200 บาท ยังไม่บวกดอกเบี้ยที่เป็นดอกประเภททบต้น

หากเป็นการออมวันละเล็กวันละน้อย คือเหลือเงินกลับมาบ้านวันละเท่าไหร่ ให้เก็บใส่กระป๋องออมสิน ไม่กำหนดว่าเป็นเหรียญบาท เหรียญห้าบาท เหรียญสิบบาท หรือธนบัตร 20 บาท

การเก็บออมใส่กระปุกหรือกระป๋องออมสิน ไม่ว่าจะใช้เวลาสักสองสามเดือน หรือปีหนึ่ง ค่อยเปิดกระป๋องทีหนึ่ง รับรองว่าได้เป็นเงินร้อย อาจถึงพันบาทได้ไม่ยาก เพื่อให้เพิ่มพูนขึ้น ควรนำไปฝากธนาคารประเภทฝากประจำราย 3 เดือน หรือ 6 เดือน เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยมากขึ้นกว่าปกติ

Advertisement

ว่าด้วยการออม ซึ่งเคยบอกกล่าวไว้หลายครั้งแล้ว วันก่อนมีเรื่องพิษเศรษฐกิจทำ “เงินค่าขนม ที่ชายญี่ปุ่นได้รับจากเมียลดฮวบ” นำมาจากคอลัมน์ “สรรหามาเล่า” ผู้นำเสนอคือ [email protected] หนังสือพิมพ์มติชน จึงขอนำมาเสนอและขยายความต่อ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องหนูและคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่เป็น “มนุษย์เงินเดือน”

เรื่องของเรื่องเป็นรายงานข่าวจากเอเอฟพีบอกว่า แม้ได้ชื่อว่าเป็น “หัวหน้าครอบครัว” เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงานหาเงินเข้าบ้าน แต่ผู้ชายญี่ปุ่นที่แต่งงานมีครอบครัวส่วนใหญ่จะมอบเงินเดือนให้ภรรยาเป็นคนจัดสรรดูแล ว่าแต่ละเดือนในบ้านมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

จากข้อมูลล่าสุดที่ธนาคารชินเซได้มา ปรากฏว่า ทุกวันนี้บรรดาสามีที่ทำงานกินเงินเดือนได้เงินติดกระเป๋าเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการเที่ยว กินดื่ม ลดลงเหลือเดือนละ 37,873 เยน (13,066 บาท) เป็นตัวเลขต่ำสุดอันดับ 3 เท่าที่มีการสำรวจเก็บข้อมูลเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2522

ธนาคารชินเซเริ่มเก็บเรื่องเงินพ็อคเก็ตมันนี่ หรือเงินติดกระเป๋าที่สามีชาวญี่ปุ่นได้รับจากภรรยาตั้งแต่ปี 2522 พบว่า ช่วงเศรษฐกิจฟูเฟื่องราวปลายปี ค.ศ.1980 หรือ พ.ศ.2523 ต่อถึงต้นปี ค.ศ.1990 พ.ศ.2533 สามีชาวญี่ปุ่นเคยได้เงินเป็นค่ากิน เที่ยว ใช้จ่ายส่วนตัว สูงถึงเดือนละ 77,725 เยน (28,815 บาท) ทั้งนี้ เป็นการเก็บข้อมูลจากผู้ชายที่แต่งงานแล้ว 1,000 คน อายุ 20-50 ปี

จากการคำนวณเงินติดกระเป๋าล่าสุด 37,873 เยนต่อเดือน เท่ากับสามีชาวญี่ปุ่นจะมีเงินสำหรับรับประทานอาหารกลางวันเฉลี่ยมื้อละ 587 เยน (202 บาท)

ขณะที่ข้อมูลระบุว่า ผู้ชายญี่ปุ่นใช้เงินกิน ดื่ม หลังเลิกงานเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนเดือนละ 11,765 เยน (4,059 บาท) สูงขึ้นจากปีก่อน 50 เยน (17 บาท)

การที่ผู้ชายชาวญี่ปุ่นต้องมอบเงินเดือนให้กับภรรยาเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากเมื่อผู้หญิงชาวญี่ปุ่นแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะต้องทำงานบ้านตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในบ้าน รวมทั้งค่าใช้จ่ายของลูกด้วย ขณะที่ผู้ช่ายชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้วมีหน้าที่ทำงานนอกบ้าน ไม่ว่าจะกินเงินเดือนหรือไม่ ต้องนำเงินมามอบให้กับภรรยาเป็นรายเดือน รวมทั้งเงินที่ภรรยาต้องใช้จ่ายส่วนตัวด้วย

นำเรื่องนี้มาบอกกล่าวเพื่อให้น้องหนูรู้ว่าคุณพ่อทำงานกินเงินเดือน คุณแม่คือผู้ที่ทำงานบ้านทั้งหมด ผู้ชายชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่หลังเลิกงานจะต้องไปกินข้าวเย็น สังสรรค์กินดื่มกับเพื่อนร่วมงาน ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นจะเห็นภาพผู้ชายญี่ปุ่นสังสรรค์เฮฮากับเพื่อน รวมถึงเพื่อนผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน

ดังนั้น ผู้ที่ต้องเก็บหอมรอมริบเก็บเงินไว้ใช้จ่ายคือคุณแม่ น้องหนูจึงควรเก็บออมไว้บ้างจะดีไม่น้อย