พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แวะมามติชนเมื่อสัปดาห์ก่อน
เป็นภารกิจหลังจากนายกฯประกาศ “นิว นอร์มอล” ในการบริหาร
ประกาศ “รวมไทยสร้างชาติ” ด้วยการดึงทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม
หลังจากวันที่นายกฯประกาศออกโทรทัศน์ และชูแนวทาง “รวมไทยสร้างชาติ” ไม่กี่วันต่อมาจดหมายนัดหมายพบสื่อมวลชนก็มาถึงกองบรรณาธิการ
นายกฯบอกว่า มามติชนครั้งนี้เพราะต้องการฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ประเทศ
มติชนบอกไปตามตรงว่า ประเทศกำลังเผชิญหน้าวิกฤตเศรษฐกิจ
สิ่งที่อยากเห็นคือ คนในชาติมีปัจจัยสี่ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม ครบถ้วน
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ น่าจะได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ
ขอให้ได้เข้าถึงปัจจัยสี่ทั้งหมดอย่างเพียงพอ อย่างรวดเร็ว
ส่วนเรื่องการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน รวมทั้งสิ่งที่อยากได้ยินความเห็นของประชาชนที่อยากให้รัฐได้ยินนั้น
มติชนขออาสาเป็นสื่อกลางตามบทบาทสื่อ
พล.อ.ประยุทธ์ มาคราวนี้ บอกเล่าเรื่องราวในหน้าที่นายกฯให้ฟังคร่าวๆ แต่มากมาย
เนื้อหาที่ถ่ายทอด ทำให้สัมผัสได้ถึงภาระอันหนักอึ้งที่ต้องแบกอยู่บนบ่า
ภาระหนักเช่นนี้ หากแบกรับไว้คนเดียวคงไม่ไหว
การกระจายภารกิจไปให้คนอื่นๆ ในชาติมีส่วนร่วมบ้าง น่าจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเองและประเทศชาติ
อย่างภารกิจเฉพาะหน้าที่ไทยอยากได้ แต่ยังเกิดขึ้นยาก
นั่นคือ การเปิดประเทศ อย่างระมัดระวัง
ตอนนี้เผชิญหน้ากับกระแสความห่วงกังวล เพราะมีชาวต่างชาติติดเชื้อเข้ามาแล้วฝืนกฎ สร้างความเสี่ยงแก่คนภายในชาติ
รัฐบาลที่กำลังเดินหน้าเปิดประเทศรับชาวต่างชาติ เพื่อเพิ่มรายได้ จึงต้องกลับมาทบทวนวิธีการกันใหม่
ทบทวนสถานการณ์ ทบทวนมาตรการกันใหม่อีกครั้งเพื่อความรอบคอบ
เพราะในสถานการณ์โรคระบาด ความเชื่อมั่นทางสาธารณสุขมีความสำคัญ
ต้องทำให้คนในชาติเชื่อมั่น และทำให้ชาวต่างชาติเชื่อถือ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝัน รัฐบาลต้องพร้อมรับมือ
แต่เท่าที่ฟัง พล.อ.ประยุทธ์ในวันนั้น รัฐบาลก็มีแผนรับมือในเรื่องต่างๆ
รับมือกันเป็นห้วงๆ ห้วงละ 3 เดือน
เหตุที่ต้องวางแผนถี่ยิบ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การบริหารสถานการณ์จึงต้องพร้อมรับมือสิ่งไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ
สถานการณ์เช่นนี้จะเป็นไปจนกว่าไทยจะมีวัคซีนป้องกัน
วัคซีนที่กำหนดทดลองในคนเฟสแรกช่วงปลายปีนี้ และกว่าจะผลิตออกมาใช้ได้ก็กลางปีหน้าเป็นอย่างเร็วนั้น ทำให้ช่วงเวลาก่อนจะมีวัคซีน ต้องใช้กลยุทธ์ในการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
สิ่งดีงามสำหรับคนไทย คือ ทุกฝ่ายพร้อมหันมาร่วมมือกัน
ร่วมคิด ร่วมทำ !
ใครได้สดับฟังการสัมมนาของกลุ่มแคร์เมื่อสัปดาห์ก่อน คงรับทราบข้อเสนอแนะ
ใครที่ได้อ่านสกู๊ปพิเศษมติชนในวันถัดมา คงรับทราบแนวคิดของฝ่ายรัฐ ภาคธุรกิจ จังหวัด และท้องถิ่น รวมไปถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างๆ
ทำให้ทราบว่า ทุกฝ่ายมีการพูดคุย มีการเตรียมการ เพื่อแสวงหาทางออกมาอย่างต่อเนื่อง
สภาพการณ์เป็นเช่นนี้ ทำให้เชื่อว่าประเทศไทยสามารถอยู่รอดไปจนถึงวันที่มีวัคซีนใช้ได้แน่
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศบริหารงานแบบ “นิว นอร์มอล” ด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ
พร้อมๆ กับการเดินสายพบปะกลุ่มคนมากมาย เริ่มจากกลุ่มธุรกิจ จนมาถึงกลุ่มสื่อ และกำลังเดินเข้าหากลุ่มอื่นๆ ต่อไป
ตอกย้ำให้เห็นความตั้งใจที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ
พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า ภารกิจเร่งด่วนคือทำให้คนที่ล้ม ลุกขึ้นได้ ทำให้คนที่ลุกได้แล้ว ออกเดินก้าวแรก
และอยากเห็นคนเหล่านั้นก้าวเดินต่อไปอย่างยั่งยืน
การรีสตาร์ตธุรกิจ การเปิดประเทศรับชาวต่างชาติ การปลุกเศรษฐกิจไทยให้ฟื้น นั่นคือ ทางออกที่นำไปสู่ความยั่งยืน
เพราะเป็นการ “ให้เบ็ด” ไม่ใช่แค่การ “ให้ปลา”
การเดินทางพบปะผู้คนกลุ่มต่างๆ ทำให้มองเห็นความตั้งใจของนายกฯ
ความตั้งใจที่จะทำให้คนในชาติปลอดพ้นจากโรคระบาด ความตั้งใจที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งใจประเทศชาติมั่นคง ตั้งใจให้ประชาชนเป็นสุข
ตั้งใจจะ “รวมไทย สร้างชาติ”
เห็นความตั้งใจเช่นนี้ก็ขอภาวนาให้ประสบความสำเร็จ
ขอให้ทุกสิ่งที่ตั้งใจทำเพื่อประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่สัมฤทธิผล
ขอให้ทำแล้วผลิดอกออกผลแก่คนส่วนรวม
ทุกประการที่คิดดีเพื่อคนส่วนใหญ่ ทุกอย่างที่ลงมือทำเพื่อคนส่วนรวม
ขอให้ได้สมดังตั้งใจ

