‘เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน’ ททท.ภาคกลาง นำร่อง 5 ชุมชน ชวนครอบครัวท่องเที่ยว-Workshop

18.08.20 | 15:40 น.

ถ้าถามว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ละครอบครัวทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง หลายบ้านเด็กๆ ต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนพิเศษหรือเรียนเสริม หลายครอบครัวพากันท่องเที่ยวในต่างจังหวัด แต่น้อยนักที่จะหากิจกรรมครอบครัวที่ได้ทั้งการพักผ่อน สนุกสนาน สร้างความอบอุ่นในครอบครัว และได้ความรู้

จึงเป็นที่มาของโครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง จัดขึ้นโดยมีการจัดกิจกรรม Workshop ร่วมกันในครอบครัวในชุมชน เป็นการใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับครอบครัวที่คุ้มค่า เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบครอบครัว และสามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. เป็นประธานเปิดโครงการ “เรียนนอกห้อง…ท่องชุมชน” ที่หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โฮมสเตย์ไทรน้อย-อยุธยา โดยมี ภานุชนาถ ทองเจือ ผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลปรางทิพย์และปรางทิพย์เดย์แคร์ อติกานต์ ชัยพิพัฒน์กุล ผู้อำนวยการสถาบันสอนภาษาไอจีเนียสคิดส์ ไอคอนสยาม มณฑนา บุญญานุภาพพันธ์ Business representatives Officer Funarium สนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ที่สุด ใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมเปิดงานและพาเด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึง ประภาพรรณ ชัยวัฒนายน ประธานฝ่ายบริหารบริษัท คลาสแคนดี้ จำกัด สนับสนุนระบบจองกิจกรรมผ่านเว็บไซต์ www.classcandy.net ด้วย

อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. กล่าวว่า โครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากแนวคิด Community Based Tourism เป็นการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้มาเยือน โดยกิจกรรมต่างๆ จะถูกกำหนดทิศทางโดยชุมชน เช่น อิงจากวิถีชีวิต วัตถุดิบหรือผลผลิตในชุมชน งานประเพณีพื้นถิ่น เป็นต้น ทำให้ชุมชนมีบทบาทความเป็นเจ้าของในการจัดการดูแล และเกิดความยั่งยืนในการสานต่อ

โดยโครงการนี้ได้คัดเลือก 5 ชุมชนภาคกลางนำร่อง เพื่อร่วมออกแบบ Workshop สำหรับเด็กอายุ 3-10 ปี เน้นกิจกรรม “เล่นสนุก เรียนกระชับ ลงมือทำจริง” ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดกลุ่มครอบครัว ที่มีความใส่ใจในการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว

Advertisement

สำหรับ 5 ชุมชนภาคกลางที่ได้รับคัดเลือกเป็นชุมชนนำร่อง ประกอบด้วย 1.หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โฮมสเตย์ไทรน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กิจกรรมที่จัด Workshop คือ การทำขนมทองเอก และขนมเสน่ห์จันทร์ ขนมไทยมงคลที่น้อยคนจะรู้จัก 2.วิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี กิจกรรม Workshop ทำว่าวจุฬา การละเล่นไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก

3.วิสาหกิจชุมชนเพียรหยดตาล ชุมชนนางตะเคียน จ.สมุทรสงคราม กิจกรรม Workshop ทำน้ำตาลมะพร้าว ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่กำลังจะเลือนหายไปตามกาลเวลา 4.ชุมชนนิเวศน์สันติวนา จ.กรุงเทพมหานคร กิจกรรม Workshop เรียนรู้วิธีปลูกผักออร์แกนิค ตั้งแต่ขั้นตอนการสำรวจแปลงผัก เตรียมดิน ปุ๋ยอินทรีย์ จนถึงลงมือปลูกต้นกล้า และ 5.กลุ่มพัฒนาอาชีพทำดินสอพอง จ.ลพบุรี กิจกรรม Workshop ทำไข่เค็มดินสอพอง เรียนรู้และลงมือผลิตดินสอพอง หยอดดินสอพอง พร้อมเรียนรู้การทำไข่เค็มดินสอพองแสนอร่อย

“เหตุผลที่เลือก 5 ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนนำร่อง เพราะมีวัตถุดิบหรือกิจกรรมนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ละกิจกรรมต้องเหมาะสำหรับเด็ก 3-10 ขวบ และครอบครัว และหากมีผลตอบรับที่ดี จะมีการขยายชุมชนเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท.กล่าว

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. กล่าวด้วยว่า แนวคิดในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นโจทย์ที่ท้าทายและต้องให้เวลาในการทำความเข้าใจพร้อมเรียนรู้ร่วมกับชุมชน สำหรับโครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” ถือเป็นโครงการนำร่อง ที่มีวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในชุมชนภาคกลาง โดยนําธรรมชาติและกิจกรรมชุมชนมาเป็นจุดสนใจ

“นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีช่องทางรายได้ใหม่ จากการท่องเที่ยวและเรียนรู้ ผ่านกลยุทธ์การจัด One day work shop สําหรับเด็กและครอบครัว โดยทาง ททท. ภาคกลาง คาดหวังว่าโครงการนี้จะตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ที่มองหากิจกรรมสุดสัปดาห์กับลูกน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นสนุก เรียนรู้ พร้อมมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ ชุมชนและท่องเที่ยวผ่อนคลายในสุดสัปดาห์


“จากข้อมูลที่ได้เห็นมา ในวันหยุดสุดสัปดาห์มีพ่อแม่หลายท่านนิยมพาลูกออกท่องเที่ยวในต่างจังหวัดที่ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก อีกกลุ่มหนึ่งที่เรามองเห็นคือกลุ่มครอบครัวที่ใช้เวลาวันหยุดของลูกๆ ไปกับการเรียนพิเศษ ทั้งด้านวิชาการ ดนตรี หรืองานอดิเรก ซึ่งเรามองว่าความสนใจของทั้ง 2 กลุ่มนี้ สามารถนำมาพัฒนาร่วมกันและส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคกลางของเราได้ จึงเริ่มมองหาชุมชนที่สามารถท่องเที่ยวได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว พร้อมหากิจกรรม Workshop สั้นๆ ให้เด็ก ได้เรียนรู้ เพลิดเพลิน ระยะเวลาไม่เกิน 2-3 ชั่วโมง”
ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท.กล่าว

ในส่วนสถาบันและองค์กรที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” ต่างเห็นด้วยกับการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน

โดย ภานุชนาถ ทองเจือ ผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลปรางทิพย์และปรางทิพย์เดย์แคร์ กล่าวว่า ที่ ททท.เชิญมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เราเห็นว่าตรงกับสิ่งที่เราทำ ในสิ่งที่เราทำจะสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้องเรียนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราตัดสินใจไม่ยากที่มาร่วมโครงการนี้ เพราะอย่างน้อยเด็กได้เรียนรู้และได้ออกมาถึงชุมชน เขาจะได้นำกลับไปถ่ายทอดอย่างที่ครูบอก อย่างน้อยวัฒนธรรมต่างๆจะได้สืบสานต่อไปเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนอนุบาลปรางทิพย์เคยพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมทำนา ที่กรมการข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเด็กระดับชั้นอนุบาล 2 ให้เด็กลงไปดำนา พอได้ทำจริงเขาจะรู้สึกว่าปลอดภัย เขาสนุกมีความสุข และสามารถนำกลับไปเล่าได้ว่าชาวนาเหนื่อยยังไง ต้องทำยังไงบ้างกว่าจะได้ข้าว ทุกอย่างเห็นผลได้ในทันที เหมือนกิจกรรมในโครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” ที่เราตัดสินใจได้ทันทีว่าจะมาเข้าร่วม ไม่ควรพลาดโอกาสนี้

ด้าน อติกานต์ ชัยพิพัฒน์กุล ผู้อำนวยการสถาบันสอนภาษาไอจีเนียสคิดส์ ไอคอนสยาม กล่าวว่า พาเด็กๆ เข้าร่วมโครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์กับหลักสูตรการสอนของ “ไอจีเนียสคิดส์” ได้ดี ที่ให้เด็กๆ ออกไปทำกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว มองว่าการเรียนรู้นอกห้องจริงๆ แล้วสำคัญมาก นอกจากช่วยทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำของเด็กๆ ได้อีกด้วย

ขณะที่ ประภาพรรณ ชัยวัฒนายน ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท คลาสแคนดี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพสังคมบีบบังคับให้พ่อแม่มีภาระการทำงานมากขึ้น แต่การใช้เวลากับลูกให้มีคุณภาพถือเป็นอีกหน้าที่สำคัญที่ไม่ควรละเลย จากงานวิจัยชี้ชัดว่า เด็กที่มีผู้ปกครองใส่ใจ และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้เด็กเป็นผู้ที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความกล้าหาญ เชื่อมั่นในตนเอง รักการผจญภัย ชอบออกไปค้นหาเรียนรู้สิ่งใหม่ เมื่อโตขึ้นจะมีทักษะทางสังคมที่ดีกว่าเด็กที่ผู้ปกครองไม่ค่อยได้ใช้เวลาร่วมกัน ด้วยเหตุนี้การมีกิจกรรมสนุกสนาน กระชับ และได้ออกไปเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ จะเป็นตัวกลางให้ครอบครัวมีโอกาสใช้เวลาร่วมกัน บ่มเพาะความทรงจำดีๆ ให้ลูกมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ พร้อมเติบโตเป็นเด็กที่มีคุณภาพ

สำหรับครอบครัวที่สนใจเข้าร่วม โครงการ “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” สามารถเช็กตารางเวลาและสำรองที่นั่งได้ทาง www.classcandy.net โดยค่าใช้จ่ายในการ Workshop ราคา 300-500 บาทต่อท่าน โดยครอบครัวที่ต้องการห้องพัก สามารถจองห้องพักราคาพิเศษได้ที่ www.traveligo.com/outingnlearning พิเศษสำหรับทุกครอบครัวที่จอง Workshop ในโครงการ ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2563 นอกจากนี้จะได้รับ Voucher จากศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (Cockpit) ในการตรวจสภาพรถฟรีทันทีทุกสาขา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมโครงการที่เว็บไซต์ www.เรียนนอกห้องท่องชุมชน.com