คอลัมน์ นอกลู่ในทาง : ถอดประสบการณ์ฮอลลีวู้ด

12.09.20 | 18:36 น.
ภาพโดย mohamed Hassan จาก Pixabay

โควิด-19 อาจกระทบธุรกิจโรงภาพยนตร์ แต่ในแง่ “คอนเทนต์” ภาพยนตร์ยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภครอคอย เพียงแต่เปลี่ยนแพลตฟอร์มไปอยู่บนสตรีมมิ่งหรือออนไลน์มากขึ้น

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Comscore ระบุว่าในปีที่ผ่านมาตลาดภาพยนตร์ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 42,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภาพยนตร์ที่ทำรายได้ติดชาร์ต Box Office ส่วนใหญ่ ใช้เทคนิคการนำเสนอที่มีไอเดียแปลกใหม่น่าสนใจ

ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ครั้งที่ 7 (BIDC 2020) เมื่อเร็วๆ นี้เชิญ 2 คนดังในวงการภาพยตร์ฮอลลีวู้ดมาถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จในโลกภาพยนตร์ยุคดิจิทัลผ่าน “เวอร์ช่วล คอนเฟอเรนซ์”

“พอล โทบิน” Art Director, Senior Concept Artist ผู้อยู่เบื้องหลังผลงาน อย่าง Avatar, Narnia, The Hobbit พูดในหัวข้อ “Concept Design for Film : the Imaginary World” ด้วยการเริ่มต้นว่า การเป็น Concept Artist แยกเป็น 2 คำ คือ Concept (ไอเดีย) และ Aritst (ศิลปะ) ในแง่การทำงาน คือการวาดภาพจากแนวคิด (concept) ออกมาให้คนเห็นโดยผสมผสานไปกับการออกแบบโลกที่มีลักษณะเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน

“คนที่อยากเข้าสู่อาชีพนี้ นอกจากความเข้าใจเรื่องศิลปะแล้วยังมีเรื่องประสบการณ์ตรงหลายอย่างที่นำมาผสมผสาน และสร้างเป็นงานที่มีลักษณะเฉพาะตัว หรือนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคตได้”

Advertisement

คุณสมบัติของ Concept Artist ที่ดี ถ้าไม่ได้พูดถึงทักษะด้านศิลปะแล้ว ต้องเป็นคนที่มี passion มีจินตนาการ มีความพยายามที่จะทดลองฝึกฝนต่อเนื่อง และไม่กลัวความล้มเหลว

“พอล” ย้ำว่า “เทคนิค” เป็นเรื่องสุดท้ายที่จะพัฒนาขึ้นมาตามประสบการณ์ชีวิต

และว่า ตัวเขาเองแรกๆ ก็ไม่สนุกกับการเรียนในสถาบันการศึกษาด้านศิลปะจึงใช้วิธีเดินทางไปทำงานในหลายประเทศ โดยส่วนตัวมีความสนใจด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ และเคยไปร่วมงานในหน่วยขุดค้นทางโบราณคดี ได้พบปะผู้คนต่างวัฒนธรรม กลายเป็นประสบการณ์ตรงที่ดึงมาใช้ในการทำงาน Concept Artist ในเวลาต่อมาได้

ทุกวันนี้ เขาก็ยังฝึกฝนฝีมือทำงานศิลปะ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง และท้าทายตนเองด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ เทคนิคใหม่ๆ

ส่วนเรื่อง “การออกแบบ” ในบทบาท Concept Artist จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งที่ต้องทำในงาน (ภาพยนตร์) นั้นๆ เช่นตอนทำ Hobbits ต้องไปอ่านผลงาน “โทเคียน” ของผู้เขียนเรื่องนี้ และต้องเข้าใจการสร้างโลกตามจินตนาการในเรื่อง มีการวิจัยค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต้นทางเพื่อใช้สร้างงานที่เป็นสไตล์ของตนเอง

“คนทำงานด้านนี้ต้องทำตัวให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในระยะสั้นที่สุด ก่อนเริ่มงานต้องอ่านข้อมูลให้เยอะที่สุด เมื่อทำงานกับผู้กำกับคนไหนควรศึกษางานของผู้กำกับนั้นๆ เพื่อให้พูดภาษาเดียวกันในการทำงาน เช่น เจมส์ คาเมรอน งานของเขาชอบแบบมีทหารเยอะๆ มีหุ่นยนต์ โดยส่วนตัวชอบการสำรวจใต้ทะเล เรื่อง Avatar จึงดึงเอาสีสันของใต้ทะเลลึกมาผสาน และมีองค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นภาษาเฉพาะตัวของผู้กำกับ”

และต้องไม่ลืม “หัวใจสำคัญ” คือ ต้องรู้ว่ากำลังทำภาพยนตร์ให้ผู้ชมกลุ่มใด วัยใด เป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัว เด็ก หรือบล็อกบัสเตอร์ และต้องเข้าใจความเหมาะสมทางวัฒนธรรม ต้องหาความรู้ให้รอบด้าน และที่สำคัญ คือการจรดปากกาวาดภาพไอเดียลงไป ต้องคำนึงถึง “ผู้ชม” ด้วยว่าต้องการให้ผู้ชมรู้สึกอย่างไร อารมณ์ที่ต้องการสื่อสารให้ผู้ชมรู้สึกร่วม คืออะไร

อีกหนึ่งคนดังที่มาแชร์ประสบการณ์ คือ “มาเรีย คาบาร์โด” ผู้กำกับศิลป์ที่มีผลงานเด่นๆ กับสองค่ายยักษ์วงการภาพยนตร์แนวซุปเปอร์ฮีโร่ คือ ดีซี คอมมิกซ์ และ มาร์เวล

เธอบอกว่า “ผู้กำกับศิลป์” เป็นงานที่ท้าทาย เพราะในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันต้องการการออกแบบศิลป์ที่ต่างกัน เมื่อเทียบเฉพาะในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วยกัน การออกแบบศิลป์ในภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน มีรายละเอียดมากกว่างานภาพยนตร์ทั่วไป เพราะต้องทำงานกับทีมงานจำนวนมาก และมีหลากหลายทักษะ บางครั้งเฉพาะฝ่ายศิลป์มีทีมงานถึง 30 คน

ในฐานะ “ฟรีแลนซ์” การได้ทำงานร่วมกับลูกค้า และผู้จ้างงานที่ให้อิสระในการทำงาน ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ และโชคดีที่ลูกค้าบางรายมอบโอกาสการทำงานแบบนี้ให้ ซึ่งในมุมของเธอเมื่อต้องการจ้างคนมาร่วมทีมหรือทำงานกับคนหน้าใหม่จะต้องแน่ใจว่าทีมงานคนนั้นสามารถไว้วางใจได้ เรื่องการบริหารจัดการเวลาเป็น และสามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด

“มาเรีย” ย้ำว่าการทำงานด้านงานศิลป์ ไม่ใช่แค่มาช่วยวาดรูปหรือระบายสี แต่ต้องมีความคิดใหม่ๆ มานำเสนอในงานด้วย

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้าสู่วงการนี้ เธอแนะนำว่าไทยยังไม่มีสตูดิโอใหญ่ๆ อย่าง ดีซี หรือมาร์เวลทำให้การเป็นฟรีแลนซ์ในงานด้านกำกับศิลป์ไม่ง่ายนัก แต่สิ่งที่นักศึกษาสาขานี้ และอยากเข้ามาทำงานด้านนี้ควรทำ คือ “ต้องทำการตลาดตนเองให้เป็นว่าคุณเจ๋งกว่า และไม่จำเป็นต้องรอให้มีคนจ้าง แต่ต้องท้าทายตนเองด้วยการสร้างชิ้นงานเก็บไว้ในพอร์ตเพื่อนำเสนอผู้ที่ต้องการจ้าง

และที่สำคัญ “อย่าไปลอกเลียนงานของคนอื่น”