เมื่อจากบ้านจากเมืองมาถึงอีกฟากโลก คนที่อยู่ห่างไกลก็ต้องคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนเป็นธรรมดา ไหนจะข้าวปลาอาหาร ภาษาพูดที่เคยคุ้นชิน ถ้าเป็นการมาท่องเที่ยวก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆ แปลกที่แปลกถิ่น แต่คนที่มาเพื่อทำงานเรียนต่อ หรือติดตามคนรักมาใช้ชีวิต นานเข้าก็คงจะรู้สึกว้าเหว่เหงาและคิดถึงสิ่งแวดล้อมที่อยู่ไม่ได้
ร้านอาหารไทยและร้านขายของไทย จึงกลายเป็นเหมือนศูนย์กลางชุมชนของคนไทยและรวมถึงชาวประเทศเพื่อนบ้านของไทยไม่ว่าจะเป็นลาวหรือเขมรในต่างแดน
ผู้เขียนเดินทางมาประเทศอเมริกา พบร้านขายของชำและร้านอาหารไทย Bangkok 54 Oriental Market ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นร้านค้าและร้านอาหารไทยที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในเขตสามรัฐทางตะวันออกตอนกลางของอเมริกา (เวอร์จิเนีย แมรี่แลนด์ และวอชิงตันดีซี) ซึ่งบรรยากาศภายในร้านแทบไม่แตกต่างอะไรกับอยู่ในประเทศไทย ทั้งสินค้าที่วางขาย มีตั้งแต่เครื่องแกง
พริกสด ใบโหระพา กะเพรา ผักชีไทย ผักชีลาว ครก หวดนึ่งข้าวเหนียว ไตรจีวร เครื่องสังฆทานจนถึงนิตยสารคู่สร้างคู่สมและสกุลไทย โทรทัศน์ก็เปิดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ฟังคุณวิภูกับน้องไบรท์ เปิดเพลงไทยทันสมัย จะผิดกันก็เพียงใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อของเท่านั้น
นอกจากสินค้าของประเทศไทยแล้วยังมีสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปลาร้าเขมร มะกอกดองและเบียร์ลาว น้ำปลาเวียดนาม เครื่องแกงอินโดนีเซีย เพื่อรองรับลูกค้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศอื่นที่คิดถึงรสชาติของอาหารท้องถิ่นให้เลือกซื้อหาจับจ่ายกัน
คุณป้าเอ็นดู เจ้าของผู้ก่อตั้งร้าน Bangkok 54 กล่าวถึงการทำร้านค้าไทยว่า เมื่อแรกที่มาอยู่อเมริกาเมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว สินค้าทุกอย่างจากไทยเป็นของหายาก อยากจะทำแกงเผ็ด ต้องใช้นมผงละลายน้ำแทนกะทิ พริกป่นติดตัวมาผสมกับของแห้งที่ได้จากร้านจีน พอทำอาหารไทยขาย การหาวัตถุดิบเป็นเรื่องจำเป็น ร้านค้าที่นำเข้าของไทยมาได้ช่วยส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยให้สมบูรณ์ขึ้นครบวงจร จนรสชาติอาหารสำเร็จรูปของร้าน Bangkok 54 เป็นที่ยอมรับของลูกค้าและสถานทูตไทย
การเป็นร้านที่มีสินค้าไทยขายหลากหลาย ยังเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวและชุมชนคนไทยในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ข้าราชการและพนักงานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ยังมาซื้ออาหาร ของสด และของแห้งเพื่อจัดงานต่างๆ จากร้าน เป็นที่ประกาศส่งข่าว หาคนเช่าบ้าน หาแรงงาน และเปิดโอกาสให้คนไทยที่มาอยู่อเมริกาในแถบนี้ได้พบปะกัน เนื่องจากบางคนก็ไม่ได้นับถือพุทธ หรือไม่ได้สนใจศาสนา วัดไทยจึงยังตอบโจทย์ความสัมพันธ์ของชุมชนคนไทยและชาวประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้เท่าร้านขายของชำ
เมื่อพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าในร้าน หลายคนเดินทางมาจากต่างเมืองหรือต่างรัฐระยะไกล ขับรถ 4-5 ชั่วโมงเพื่อมาซื้อสินค้าไทยไปตุนไว้เพื่อทำอาหาร บางส่วนเป็นชาวลาวและชาวเขมรที่อพยพมาอยู่อเมริกาตั้งแต่สมัยสงครามอินโดจีน บางส่วนก็เป็นชาวอเมริกาหรือชาวต่างชาติอื่นๆ ที่รู้จักอาหารไทยผ่านทางสื่อต่างๆ หรือเคยไปประเทศไทย หรือมีภรรยาเป็นคนไทย เข้ามาเลือกซื้อสินค้าเพื่อนำกลับไปปรุงด้วยตัวเอง
บรรยากาศและความอบอุ่นของร้านค้าไทย ชวนให้ระลึกถึงประเทศไทยสำหรับคนที่ต้องจากมาไกล ทำให้ลูกค้าหลายคนเดินเข้ามาในร้านประจำทุกวัน ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ไม่กี่เหรียญก่อนจะกลับบ้าน เพื่อให้รู้สึกว่าได้ยินภาษาไทย ได้เห็นสินค้าไทยและได้เจอเพื่อนคนไทยพูดคุยกันสักสองสามนาที
สำหรับคนที่อยู่ในประเทศแล้วอาจจะฟังดูเกินเลยไป แต่เรื่องปกติธรรมดาเหล่านี้หากขาดหายไปเมื่อไรจึงจะรู้สึกถึงความสำคัญที่เคยมี

