ภายใต้ความอ่อนหวาน ‘Soft Power’ ส่วนผสมของไอดอล พลังในตัว “เฌอปราง” BNK48

“Soft Power” ศัพท์สองคำที่ย้อนแย้งและดูเหมือนไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้นี้ คือแนวคิดของ “โจเซฟ เนย์” จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นำเสนอการเปลี่ยนแปลงและสร้างอิทธิพลต่อความคิดของสังคม และประชาชนในประเทศอื่น โดยอาศัยทรัพยากรพื้นฐาน 3 ประการ ไม่ว่าจะ วัฒนธรรม ค่านิยมทางการเมือง และนโยบายต่างประเทศ

เป็นการใช้ “จุดเด่น” เพื่อชักจูงหรือดึงดูดความสนใจให้ผู้คนคล้อยตามโดยปราศจากการ “ใช้กำลังบังคับ” ซึ่งท้ายที่สุดสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คนได้

Soft Power จึงถือเป็น “พลังอำนาจขั้วบวก” ที่ทุกประเทศปรารถนาจะนำมาใช้ในด้านต่างๆ

ทั้งยังคือที่มาแห่งพลังของ “เฌอปราง อารีย์กุล” หรือ เฌอปราง ศิลปินหญิง วงไอดอลอันดับหนึ่งของไทย อย่าง “BNK48” ในลุคของกัปตันวง ผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง แข็งแกร่ง เป็นผู้นำและต้นแบบของวัยรุ่นที่มีความคิด ความอ่าน

แต่กระนั้น “เฌอปราง” ยังมีอีกหลายมุมในชีวิต ที่ไม่ได้เพอร์เฟกต์ดังใครหลายคนคิด “แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ”

ในโลกที่หลายครั้งเป็นสีขาว ดำ เทา… “เฌอปราง” กลับมีหลากสีสันในตัวเอง และพร้อมจะแต่งเติมให้คนรอบข้างได้อยู่เสมอ

“Soft Power” โดย สำนักพิมพ์มติชน คือ หนังสือเล่มแรกที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ เฌอปราง อย่างเจาะลึก จากปลายปากกาของ เอ๋ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ “นิ้วกลม” นักเขียนขวัญใจของใครหลายคน ที่สวมบทบาทแฟนคลับและคนทั่วไป ยิงข้อสงสัยเจาะลึกเรื่องราวชีวิตสุดอันซีนของ “เฌอปราง” ในรูปแบบการถาม “ผู้ที่ไม่รู้” แต่เรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ก่อนจะนำมาเรียบเรียง ถอดบทเรียนจากความคิดของหญิงสาววัย 24 ปี ที่ดูเหมือนว่าสามารถต่อสู้กับโลกใบนี้ได้อย่างเด็ดเดี่ยว

ตั้งแต่ จุดเริ่มต้นของไอดอลคือการซักถุงเท้า, เรื่องไร้สาระไม่มีจริง, คำตอบไม่เดินมาหาเรา, การทำเต็มที่พาเราไปที่ไหน, BNK48 ในสายตาแคปเฌอ, กรีดร้องให้ก้องโลก, หินแม่น้ำ, ขอบคุณที่รักกัน, ยังไม่ใช่บทสุดท้ายของชีวิต และบทพิเศษ ที่เปิดบันทึกส่วนตัวของเฌอปราง

ถามถึงที่มาของชื่อหนังสือ “Soft Power” ครั้งหนึ่ง เฌอปราง ได้เล่าผ่านการสัมภาษณ์โดยมติชนออนไลน์ว่า วันที่พี่เอ๋สัมภาษณ์ได้คุยกันเรื่องวัฒนธรรม ว่าเฌอรับอิทธิพลมาจากอะไรบ้าง

“เฌอได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นมา พอเริ่มโตมีช่วงที่เกาหลีมา แล้วทำไมเกาหลีถึงกลายเป็นประเทศที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มจากอะไร เริ่มจากซอฟต์เพาเวอร์ของเขา ที่เป็นวัฒนธรรม เพลง ศิลปิน ทำให้คนรู้จักประเทศเขา ทำให้เรารู้สึกว่า ญี่ปุ่นก็เคยทำกับเรานี่นา

เมื่อก่อนเป็น J-Pop มาเป็น K-Pop แล้วของไทยจะเป็นอย่างไรได้บ้าง มีหรือป่าว วัฒนธรรมซอฟต์เพาเวอร์ที่เราได้รับมาจากครอบครัวหรือคนรอบข้างของเรา”

“พี่เอ๋บอก เอ้ย! คำนี้ดี ชอบ อยากเอาไปตั้งเป็นชื่อหนังสือ เฌอว่าโอเคไหม เฌอก็บอก “แล้วแต่พี่เลยคะ พี่เป็นคนเขียน” (หัวเราะ)”

หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวผู้มีความคิด ความเป็นผู้นำ แข็งแกร่ง กล้าเผชิญต่อปัญหา เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินตามฝัน ผ่านขวากหนาม และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยได้รับพลังจากวัฒนธรรม จนขึ้นมายืนในจุดที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

จึงถือว่าน่าสนใจทั้งสองแง่มุม มุมหนึ่ง คือตัวเฌอปราง ที่เป็นไอดอลในยุคสมัยใหม่ อีกมุม “นิ้วกลม” คือไอดอลของนักเขียนที่มีแฟนคลับนักอ่านติดตามมากมาย

การฟีเจอริ่งกันของไอดอล 2 วงการ หนนี้ จึงได้รับการสนับสนุนโดยแฟนคลับอย่างล้นหลาม ขณะเดียวกัน เสน่ห์ของ “นิ้วกลม” ในเล่มนี้ ก็ไม่ได้ถูกเบียดบังหายไปไหน

“หลายครั้งของการสนทนา เฌอปรางทำให้ผมลืมไปว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าอายุแค่ 24 ปีเท่านั้น ด้วยความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ การเรียบเรียงความคิดที่เป็นระบบ ขณะที่บางคำตอบก็ฉุกผมกลับมาว่า เฌอปรางก็เป็นหญิงสาวที่มีความคิดสมวัยคนหนึ่งนั่นเอง

มีเด็กและผู้ใหญ่วิ่งสลับไปมาอยู่ในตัวเธอ

“เป็นคนที่มีพลัง ขณะเดียวกันก็เป็นพลังที่นุ่มนวล และนี่เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจ” นิ้วกลมเผยไว้ในคำนำของหนังสือ

ไม่เพียงด้านสวยงาม ทว่า ยังเผยมุมเปราะบาง บาดแผล และความล้มเหลว ด้วยการที่นิ้วกลมเริ่มบทสนทนาขุดหาข้อเสียภายใต้ภาพลักษณ์ที่น่ารักสดใส ความพยายามเป็นเลิศ และความดีงามสารพัดที่พัดผ่านสายตามาทางสื่อ

เผยเรื่องราวตั้งแต่ก่อนที่จะมาเป็นไอดอลว่า มีชีวิตและที่มาอย่างไร ตอนเด็กเรียนอย่างไร มีประสบการณ์อะไรบ้าง และพื้นฐานเหล่านั้นส่งผลให้เฌอปรางเป็นอยู่ทุกวันนี้ด้วยเหตุผลอะไร

กว่าจะได้เป็น “กัปตันวง” หลายคนที่ได้อ่านจะไม่แปลกใจเลยว่า เธอมายืนอยู่ ณ จุดสปอตไลต์นี้ได้อย่างไร

ยังมีเรื่องราวการทำงานในวง BNK48 สอดแทรกแง่มุมต่างๆ ในฐานะแฟนคลับ ที่มองลงไปจะเห็นแต่ความสวยงามและความเป็นผู้นำ แต่อาจไม่เคยรู้เลยว่าการอยู่จุดนั้นต้องทำงานหนักแค่ไหน กระทั่งงาน “จับมือ” ที่แฟนคลับรอเป็นวันๆ เพื่อจับมือไอดอลเพียง 8 วินาที หลายชีวิตอาจมองว่าไม่มีอะไร ก็แค่นั่งเฉยๆ แต่ความจริงมีเรื่องราวมากกว่านั้น พรรณนาไว้ในหนังสือเล่มนี้

แน่นอนว่า คนที่เป็นแฟนคลับอยู่แล้วจะได้รับรู้เรื่องราวชีวิต คนที่ไม่ใช่แฟนคลับจะได้เห็นเส้นทางที่เฌอปรางเดิน ก่อนจะป๊อปปูลาร์

ถามว่าพิเศษกว่าบทสัมภาษณ์อื่นๆ อย่างไร ก็ต้องบอกว่า รอบนี้ “พี่เอ๋ นิ้วกลม” หยิบมุมมอง ปล่อยคำถามอย่างโดดเด่นและน่าสนใจ

“เราตกใจมาก เพราะรู้จักชื่อของพี่นิ้วกลมมาพอสมควร ก็เลย โอโฮ! ให้นิ้วกลมมาทำหนังสือเฌอเลยเหรอ เรานัดเจอกันที่ร้านกาแฟ หรือร้านอาหาร ก็นั่งพูดคุยคุยกัน 1-2 ชั่วโมง ประมาณ 4-6 ครั้ง แล้วพี่เขาก็จับเป็นประเด็นไปเขียนเป็นหนังสือ

เล่าเรื่องของเฌอปรางเยอะมากๆ ตั้งแต่เด็กเลยแหละ ว่าโตมาแบบไหนบ้าง เรียนอะไรทำอย่างไร เพราะพี่เอ๋มีบางมุมที่เขาอยากรู้จักด้วย เขาก็จะถามต่อไปเรื่อยๆ เฌอน่าจะไม่เคยเล่าละเอียดขนาดนี้ที่ไหนมาก่อน

แน่ๆ คือมีรูปภาพ ที่น่าจะยังไม่เคยเห็นที่ไหน เพราะว่าเฌอต้องไปค้นอัลบั้มตั้งแต่เด็กมากๆ มา” เจ้าตัวเผย

นอกจากความเข้มข้นในวัยเด็ก หลายช่วงกระทบใจ ยังมีความโหดร้ายในเล่มนี้ ที่เธอก็เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง ไม่ได้มีต้นทุนเหนือคนอื่นๆ แต่การมาสู่จุดนี้ ก็ด้วยการต่อสู้ในการทำงานอย่างหนัก

ที่สำคัญ เมื่อโฟกัสอะไร สนใจเรื่องไหนจะไปสุดทาง สนใจทุกดีเทล แฟนคลับที่เคยไปงานจับมือ หรืออีเวนต์ต่างๆ อาจจะเคยเห็นด้านซอฟต์ ที่น่ารัก ยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่หนังสือเล่มนี้จะพาไปเห็นอีกด้าน ว่าอะไรที่เป็นแรงใจให้กับผู้หญิงคนนี้ อธิบายว่ามนุษย์คนหนึ่งจะขึ้นมาประสบความสำเร็จได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่จำเป็นจะต้องรู้จักเฌอปราง ผู้อ่านก็รับรู้ได้อย่าง “ชัดเจน”

ภาพประกอบ โดย “โลเล”

เมื่อพลิกปกหลัง จะพบกับชื่อหนังสือ ที่ทีม “Routine Studio” มือกราฟิก นำเสนอไอเดียที่ไม่ต้องการให้มีตัวหนังสือบดบังใบหน้า

ไม่ต้องพูดถึงภาพถ่ายหน้าปกที่เรียบง่าย ทว่า โดดเด่น ชวนให้หยิบจับ ภายในเล่มรับรองว่า “ยิ่งกว่า” นอกจากรูปที่เฌอปรางคัดมาเป็นภาพประกอบ บางรูปไม่เคยลงในโซเชียลมาก่อน Exclusive สุดสุด แล้วยังมีภาพประกอบที่วาดโดย “โลเล” (Lolay) ศิลปินชื่อดัง ที่มาร่วมโปรเจ็กต์ จับพู่กัน จุ่มสี ละเลงจินตนาการผสานความเซอร์เรียลบางอย่างที่สัมพันธ์กับเนื้อหาแต่ละบท เป็นกิมมิคที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมีภาพถ่ายสุดพิเศษที่ไม่ได้อยู่ในเล่ม ด้วยฝีมือจับช่วงเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ โดย “มานี มีใจ” (Maneemejai) สร้างสรรค์และตีความ “Soft Power” ผ่านภาพถ่ายพอร์ตเทรต ใครที่ชอบภาพเบื้องหลังจากเอ็มวีเพลง “Heavy Rotation” เล่มนี้อัดเต็มเปี่ยม

“ครั้งนี้เราได้ถ่ายพอร์ตเทรตเดี่ยวของ เฌอปราง อารีย์กุล ที่พิเศษไปกว่านั้นคือได้ใช้รูปที่ออริจินัล จบที่หลังกล้องเลย เพื่อให้ยังคงมีความธรรมชาติของรูปทั้งหมดอยู่ ให้รูปได้เล่าเรื่องความเป็นสีเทาอีกด้านผ่านสายตาของไอดอลคนเก่งคนนี้” มานี มีใจ เผย

ด้าน ทศพล เหลืองศุภภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ เครือมติชน เผยเบื้องหลัง ผ่านเพจ broccoli book ในรายการ BOOKCASTER EP.09 โดยเล่าว่า เฌอปรางทำงานด้วยความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง

“เราได้อยู่ในกองด้วยกัน รู้สึกว่าน้องพยายามสื่อสาร ถ่ายทอดทุกอย่างออกมา ดีใจที่แต่ละคนพูดว่าปกสวย ก็มาจากความตั้งใจของน้อง”

ด้าน เจ้าตัว หลังได้อ่านเรื่องราวของตัวเองก็เผยความรู้สึกด้วยว่า “ดีใจมาก”

“ดีใจที่พี่นักเขียนอีกคนที่เข้าใจความเป็นเรา และเห็นสิ่งที่เราทำว่ามีประโยชน์บางอย่าง งานไอดอลหรือเป็นศิลปินตรงนี้ มันส่งผลต่อคนอื่นได้จริงๆ เป็นความดีใจของเฌอที่เหมือนว่า เราทำงานสำเร็จ งานส่วนหนึ่งที่เราทำแล้วเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น

ได้ชวนพี่นิ้วกลมไปงานมีตติ้งด้วยตอนนั้น ในหนังสือเขียนว่า เขาร้องไห้ด้วย เราก็เห้ย! จริงหรอ เขาไม่ได้เป็นแฟนคลับเรานะ ทำไมเขาสัมผัสได้ขนาดนั้นเลยหรอ ในบรรยากาศหมู่มวลตรงนั้น เราอยากให้เขาเห็นภาพจริงๆ ว่า ฟิลลิ่งของไอดอลกับแฟนคลับมันเป็นอย่างไร ในรูปแบบของเรา ในรูปแบบของ BNK48″ เฌอปรางเผย ก่อนจะกล่าวทิ้งท้าย

เราทำดีที่สุด แม้ว่าจะไม่มีใครมาบอกว่าเขามีเราเป็นแรงบันดาลใจ แต่ในงานของเราก็คือการเป็นไอดอล การแสดง เป็นความสุข เป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ เราทำตรงนี้ดีที่สุดแล้ว ถ้ามีฟีดแบ๊กกลับมาถือว่าเป็นบวกมากกว่าเดิม

ภาพประกอบ โดย “โลเล”

“หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นกำลังใจ หรือแรงบันดาลใจบางอย่างให้กับคนที่มาอ่าน ถ้าเป็นแฟนคลับก็จะได้รู้จักหลายมุมมากขึ้น เข้าใจว่าเฌอโตมาอย่างไร หรืออาจจะเข้าใจความเป็นเฌอมากขึ้นหลังจากนี้”


เตรียมสัมผัส “พลังอันอ่อนนุ่ม”

“เฌอปราง อารีย์กุล” กัปตันวง BNK48 ส่งต่อพลังโดยไม่ใช้ความรุนแรง ผ่านหนังสือ “Soft Power” โดย นิ้วกลม ร่วมกับ สำนักพิมพ์มติชน คือหนังสือปกแข็งสันตรง 288 หน้า เย็บกี่ ไสกาว เพื่อความคงทน พิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ขาว 100 แกรม 4 สีทั้งเล่ม

พร้อมภาพถ่ายสุดพิเศษสไตล์ Soft Power จาก “มานีมีใจ” และแทรกภาพวาดประกอบโดย “Lolay”

ความพิเศษของปกด้านหน้า ใช้เทคนิค “Soft Touch” สัมผัสแล้วละมุนมือ เพื่อให้แมตช์กับชื่อหนังสือ Soft Power

พร้อมด้วยของพรีเมียม เป็นโปสการ์ด “เฌอปราง” ขนาด 100×150 mm. จำนวน 1 ใบ แบบพิเศษเฉพาะในมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 และไม่ซ้ำกับช่วงพรีออร์เดอร์

พลิกด้านหลังโปสการ์ด จะเห็นเป็น “โควต” ข้อความจากหนังสือ ที่นิ้วกลมคัดมาไม่ซ้ำ

คือส่วนหนึ่งของความพิเศษที่รอทุกท่านอยู่ ณ บูธมติชน H26 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25

เตรียมพบกับ “เฌอปราง อารีย์กุล” ในกิจกรรม “Matichon Book Talk : เปิดตัวหนังสือ “Soft Power” วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 18.00-19.00 น. ณ เวทีกลาง

และพบปะศิลปินได้ที่บูธมติชน H26 วันที่ 6 ตุลาคม เวลา 11.00-12.00 น. และ 10 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น.

ติดตามข้อมูลและกติกาการร่วมกิจกรรมเปิดตัวหนังสือ “Soft Power” และการพบปะศิลปินที่บูธมติชน H26 ที่ fb.com/matichonbook เร็วๆ นี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พช.’ เดินหน้า 3 มาตรการเชิงรุก กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ลดหนี้ต่ำทั่วประเทศ
บทความถัดไปหวิดวอดโรงงานทอผ้ารายใหญ่ ย่านกระทุ่มแบน เหตุประเก็นหม้อต้มน้ำมันแตก