หน้าแรก ประชาชื่น เดือนหงายที่ช...

เดือนหงายที่ชายโขง : เส้นทางสินค้าอาหารไทยในอเมริกา

10.08.16 | 16:46 น.

เมื่อเดินเข้ามาในร้านโกรเซอรี่ไทยในสหรัฐอเมริกา ก็แทบจะเหมือนได้กลับประเทศไทย เพราะสินค้าต่างๆ ล้วนเป็นสินค้าจากไทยและประเทศเพื่อนบ้าน คำถามต่อไปคือ สินค้าเหล่านี้เดินทางมาได้อย่างไร?

จากการสอบถามและค้นคว้า พบว่า ผู้นำเข้าหลักของสินค้าไทยและสินค้าเอเชียมายังสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออกมีอยู่ 3 รายใหญ่ ได้แก่

1. Eastland Co.,Ltd. ก่อตั้งโดยคนไทยและคนลาวอเมริกาเมื่อปี 1981 เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดและมีความครอบคลุมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง เจสซัปป์ รัฐแมรีแลนด์ เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของแบรนด์สินค้าไทยประมาณ 70% ในท้องตลาด เช่น

ไวตามิลค์ โออิชิ น้ำพริกและเครื่องปรุงตราแม่ศรี ขนมและอาหารเอสแอนด์พี ขนมขบเคี้ยวไทยแทบทุกชนิด ซอสภูเขาทอง ข้าวสารหอมมะลิและข้าวกล้อง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังนำเข้าสินค้าจากลาว กัมพูชา เวียดนาม ไต้หวัน และญี่ปุ่นบางส่วนอีกด้วย โดยสินค้าสำคัญจากกัมพูชาคือผลิตภัณฑ์ปลา ทั้งปลาแห้ง ปลาแช่แข็ง และปลาร้า ส่วนสินค้าจากลาวคือเบียร์ลาวและผลไม้ดอง ที่น่าสนใจคือ Eastland ทำให้ธุรกิจอาหารไทยแพร่หลายและมีความเป็นต้นตำรับมากขึ้นเนื่องจากสามารถนำเข้าวัตถุดิบที่หายากจากไทย เช่น เห็ดเผาะกระป๋อง ชะอม ดอกขจร กระชาย ใบขี้เหล็กแช่แข็ง ส่งขายได้ตามร้านขายของชำและสินค้าไทย

2. Vasinee Food Corporation เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินกิจการส่งออกและนำเข้าพร้อมกัน สินค้าหลักคือแบรนด์ “วังเดิม” Wangderm ซึ่งมีหลากหลายตั้งแต่ข้าวสารหอมมะลิ ข้าวเหนียว น้ำพริก เครื่องปรุงรส น้ำผลไม้กระป๋อง แบรนด์วังเดิมนี้ไม่ค่อยเห็นในตลาดในประเทศไทยเท่าใดนัก เน้นการส่งออกและเป็นที่รู้จักในหมู่ร้านค้าไทยในต่างแดน โดยเฉพาะอเมริกา สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่บรู๊คลิน รัฐนิวยอร์ก

Advertisement

3. Siam Food เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินกิจการส่งออกและนำเข้าในอเมริกา เน้นสินค้าแช่แข็ง อาหารสดต่างๆ ลูกชิ้น ปลาและอาหารทะเลชนิดต่างๆ ขนมแช่แข็งพร้อมอุ่น ไอศกรีม สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ จ.สมุทรปราการ

นอกจากนี้ สินค้าจำพวกผักสด อาหารสด เช่น มะละกอ โหระพา กะเพรา ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ข่า มะม่วงดิบ มะม่วงสุกสำหรับปรุงอาหารไทยและอาหารเอเชีย สำหรับอเมริกาฝั่งตะวันออก ปัจจุบันปลูกขึ้นได้ในรัฐฟลอริดา อเมริกาฝั่งตะวันตกจะปลูกทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย ส่วนวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นและสินค้าญี่ปุ่น เช่น ข้าวญี่ปุ่น แป้งญี่ปุ่น ต้องส่งมาจากแคลิฟอร์เนียหรือฮาวาย

สำหรับร้านอาหาร การหาวัตถุดิบเพื่อมาปรุงจำหน่ายจำนวนมาก เป็นไปได้ทั้งจากการสั่งผ่านบริษัทขายส่งเหล่านี้หรือไปซื้อต่อมาจากร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตไทย จีนหรือเวียดนามในพื้นที่ใกล้เคียงอีกทอดหนึ่ง ซึ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ว่าใกล้ไกลจากแหล่งกระจายสินค้าของบริษัทมากเพียงใด ในรัฐที่ใกล้ท่าเรือขนส่ง อาหารไทยจะหาได้ง่ายและราคาถูกกว่ารัฐที่ห่างไกลออกไป อีกทั้งยังมีความเป็นต้นตำรับได้มากกว่าด้วย ปัจจุบันชาวอเมริกาทราบถึงรสชาติอาหารไทยมากขึ้นและต้องการความเป็นต้นแบบ จึงแทบไม่จำเป็นต้องปรับรสให้เปลี่ยนมากนักผิดจากแต่เดิมในอดีต โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่มีชุมชนคนไทยใหญ่ในลอสแองเจลิสและซานฟรานซิสโก

อย่างไรก็ตาม สำหรับร้านค้าปลีก จะมีเซลส์จากบริษัทเหล่านี้มาติดต่อเองทันทีที่แจ้งการเปิดร้าน โดยเซลส์จะนำแคตตาล็อกมาให้เลือกสั่งของทันที ปัจจุบันแคตตาล็อกของเซลส์เป็นแทเบล็ทขนาดใหญ่ แล้วใช้เครื่องยิงบาร์โค้ดสแกนเลือกทันทีที่ตกลงสั่ง แล้วคำสั่งซื้อจะถูกส่งไปที่ศูนย์กระจายสินค้าทันทีที่สั่งเสร็จ และสินค้าจะถูกส่งมายังร้านภายในสองวัน ก่อนจะมารับเช็คค่าสินค้าในสัปดาห์ถัดไป ทำให้วงจรการขายสินค้าเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพทั้งทางการเงินและการขาย

ที่น่าประทับใจคือ สื่อสิ่งพิมพ์ไทยยังมีการนำเข้ามาขาย โดยเฉพาะ “สกุลไทย” กับ “คู่สร้างคู่สม” ยังยอดฮิตติดชาร์ตการสั่งของลูกค้าคนไทยในอเมริกาไม่เสื่อมคลาย ถึงจะมีอินเตอร์เน็ตตามข่าวสบายๆ แล้วก็ตาม