เริงโลกด้วยจิตรื่น : ไกลจาก‘สามัญสำนึก’

เมื่อไปให้ถึงที่สุดของ “สามัญสำนึก” มนุษย์ทุกคนรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี

การอยู่ร่วมกันด้วยมิตรภาพ ด้วยความรัก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นสิ่งดี ยิ่งไปถึงระดับตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพชีวิต ไม่มีเราไม่มีเขา สรรพสิ่งเคลื่อนไปด้วยชีวิตเดียวกัน ยิ่งเป็นความดีงาม

ชีวิตที่สุขสงบจะเกิดขึ้นเมื่อ “ที่รู้” กับ “ที่เป็น” นั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน

แต่ที่รู้กับที่เป็น มักไม่เป็นไปด้วยกันเสียส่วนใหญ่ ทั้งนี้เนื่องมาจากผลของความคิด และการกระทำ

เมื่อคิดและหรือทำอะไร จะส่งให้เกิดผลไปตามเหตุนั้น

เมื่อสิ่ง “ที่เป็น” ขัดกับ “สามัญสำนึก” การเสียดทานจึงเกิดขึ้น เกิดสภาวะจิตที่แปลกแยกจากสามัญสำนึก

เมื่อ “รู้” ว่าอะไรดี แล้ว “ไม่เป็น” อย่างที่รู้ ความรู้สึกผิดจึงเกิดขึ้น

และตรงนี้ที่เป็นจุดเริ่มต้นว่า จะไปกันใหญ่ หรือคืนสู่ความปกติได้ทันที

คนที่จะคืนสู่ความเป็นปกติได้ ต้องเริ่มที่การยอมรับความผิดพลาดนั้น รู้ว่าผิดพลาด และรีบกลับสู่การทำตามสามัญสำนึก คืนความคิดให้เป็นไปตามสามัญสำนึกได้ ย่อมปลดเปลื้องผลของการกระทำที่ก่อให้เกิดแรงเสียดทานภายในจิตใจได้

ทว่าคนส่วนใหญ่ไม่เป็นเช่นนี้ เมื่อเกิดการกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามสามัญสำนึก อาทิ แยกตัวเองออกมาจากสรรพชีวิต ซึ่งจะก่อความรู้สึกแปลกแยกขึ้นในใจ

แต่แทนที่จะสลายตัวตนที่แยกออกมา กลับกลายเป็นหาเหตุผลมาอ้างเพื่อปกป้องตัวตนไม่ให้รู้สึกผิด

ตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นจึงเติบโตมาในเกราะป้องกันของข้ออ้าง และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากความเคยชินในการหาข้ออ้างเพื่อปกป้อง

ให้ค่าตัวตนที่แปลกแยกนั้นเป็นความดี ความงาม ความชื่นชมยินดี

นั่นเท่ากับการอาศัยความเคยชินในการปกป้องตัวเองนั้น ปรุงแต่งตัวตนขึ้นมาให้เกิดความเป็นปกติที่แยกจากสามัญสำนึก

ทว่าสิ่งที่เกิดจากการปรุงแต่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามล้วนมีธรรมชาติอยู่ที่การต้องเปลี่ยนไป

เปลี่ยนแปลงตามการเสียดทานของเหตุปัจจัยต่างๆ ที่มาประกอบกันขึ้น

การยึดถือว่าสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง ว่าจะไม่เปลี่ยนไป จึงเป็นการฝืนกับความจริง

สภาวะจิตที่ไม่ยอมคล้อยตามจะย่อมไม่เป็นสุข ยิ่งอยู่อย่างขืนขัดความเป็นจริงย่อมเป็นทุกข์หนักขึ้น

เมื่อแทนที่จะยอมรับกฎธรรมชาตินี้ กับพาจิตใจมุ่งไปในทางที่หาเหตุผลมาปลอบประโลมให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ปกป้องตัวเองให้พ้นจากความรู้สึกผิด

ความยุ่งยากยิ่งทับถม ท่วมท้น กลายเป็นเปลือกห่อหุ้มหนาขึ้นเรื่อยๆ

จนไม่สามารถมองเห็นความเป็นจริง หรือกลับมามีชีวิตที่สัมผัสกับ “สามัญสำนึก” ได้

จึงเป็นชีวิตที่อยู่คนละฝั่งกับความเป็นปกติ

และหาทางกลับคืนได้ยากเย็น กระทั่งการทบทวนเพื่อกลับไปรับรู้ว่า “สามัญสำนึก” คืออะไร ยังกระทำได้ยากเย็นยิ่ง

และนี่คือเหตุผลว่า การเข้าถึง “จิตเดิมแท้” ที่พ้นจากการปรุงแต่งจึงเป็นไปได้ยากเย็น

มีน้อยคนอย่างยิ่งที่จะกลับคืนได้

จันทร์รอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แท็งก์ความคิด : การบ้านท้องถิ่น
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่ 12 : เชื้อที่ฆ่าไม่ตาย