เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีแห่งโรคโควิด-19 กันแล้ว
ขอปรบมือให้กับทุกคนที่สามารถดำรงอยู่รอดมาจนถึงบัดนี้ เพราะทุกๆ จังหวะก้าวนับแต่เริ่มมีการปิดประเทศ ทุกคนทุกบริษัททุกองค์กรต่างต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนสามารถปรับตัวจนอยู่ได้
ถือว่าเยี่ยม
ขณะนี้การวิจัยและการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มีความคืบหน้าออกมาให้ได้รับฟัง
ทั้งยุโรป ทั้งอเมริกา รวมถึงเอเชีย และอื่นๆ ที่ลงทุนผลิตคิดค้น
ผลการทดลองกับมนุษย์ทยอยรายงานให้โลกทราบว่า ได้ผลเกิน 90 เปอร์เซ็นต์
แต่กว่าจะได้ใช้ได้กระจายไปทั่วโลก องค์การอนามัยโลกบอกว่าประมาณฤดูหนาวปีหน้า
หมายความว่าประมาณปลายปี 2564 นั่นไง
นี่ยังเป็นโจทย์ของรัฐบาล เอกชน และประชาชน ทุกประเทศที่ต้องยืนหยัดอยู่ไปจนกว่าจะได้ใช้วัคซีน
ส่วนบุคคลคงหนีไม่พ้นมาตรการทางสาธารณสุขที่คุ้นชินกันอยู่แล้ว
ขณะที่ภาคเอกชน และประเทศ ต้องเอาใจใส่เพิ่มเติมในเรื่องเศรษฐกิจ
หากมองแง่ดี การเริ่มต้นหลังพลเมืองโลกได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ถือเป็นการรีสตาร์ตประเทศ
ประเทศไทยเองก็ต้องเร่งดำเนินการ
เมื่อวันก่อนหนังสือพิมพ์มติชนจัดสัมมนาเรื่อง “7 เสือ ที่อยากเห็น กสทช.ชุดใหม่ เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย” ที่ห้องประชุมข่าวสด
หลายคนคงได้ฟัง หลายคนคงได้อ่าน
ได้ฟังและได้อ่านแล้ว คงมีความเห็นร่วมกันว่า “การบ้าน” ที่ต้องทำเพื่ออนาคตของประเทศนั้นทุกคนต้องช่วยกัน
แม้การสัมมนาจะมีหัวข้อเกี่ยวกับ กสทช.ชุดใหม่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม
แต่เพียงแค่ อาจารย์พี่เอ้-นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย เปิดประเด็นเรื่องคุณภาพคน
ทุกคนที่ได้ฟังการเสวนาก็มองเห็นการบ้านของทุกภาคส่วนที่ต้องทำ
อาจารย์เอ้บอกว่า ประเทศไทยในเวลานี้กำลังตกอยู่ในอาการแข่งขันกับใครเขาไม่ได้
มองเฉพาะจำนวนแรงงานที่เข้ามหาวิทยาลัยก็เห็นแล้วว่ามีจำนวนน้อยลงทุกปี
จาก 4 แสน เหลือ 3 แสน และ 2 แสนคน
จำนวนกำลังแรงงานจึงไม่ใช่พลานุภาพของประเทศ
ไทยจึงควรหันมาเน้นที่คุณภาพ
ภายในงานสัมมนามีการนำเสนอคุณสมบัติของ กสทช. ชุดใหม่หลากหลาย
นายสุพันธ์ุ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฝากความหวังไว้ที่ กสทช.ชุดใหม่
อยากให้ได้ 7 สิงห์ ไม่อยากได้ 7 แมว
แสดงว่าผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ต้องมีคุณภาพคับแก้ว
ทั้งนี้ในวงเสวนาพูดไปพูดมา ต้องการเห็น กสทช.ชุดใหม่ มีคุณสมบัติระดับเทพ
ขณะที่ นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ฝากเรื่องการตลาด อยากเห็น กสทช. มีความเป็นอิสระ ไม่ทำให้เกิดการผูกขาด
ขณะที่ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ยังอยากเห็น กสทช.ทำหน้าที่กำกับควบคุมให้ดีด้วย
ต้องตรงไปตรงมา น่าเชื่อถือ โปร่งใส คาดการณ์ได้ ทำให้เกิดขึ้นจริง
นายสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการบริหารและเลขาธิการ สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สทค.) หวังให้ 7 เสือ กสทช. ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ นั้น ทำงานร่วมกันได้
อันนี้สำคัญ
เพราะที่ผ่านมา การทำงานร่วมกันไม่ได้ กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้งานหยุดชะงัก ทั้งๆ ที่มีคนเก่งเต็มไปหมด ดังนั้น ข้อกังวลนี้จึงน่าจะนำมาพิจารณาด้วย
นอกจากนี้วิทยากรยังอยากเห็น กสทช.ชุดใหม่มี “นิววิชั่น” มีไอเดียเสมือนเป็น “ดีไซเนอร์”
มีความคิดสร้างสรรค์ออกแบบโทรคมนาคมของไทยในอนาคต
ภาพสะท้อนจากวงสัมมนาในวันนั้นทำให้นึกถึงความต้องการอื่นๆ ในอนาคต
โดยเฉพาะความต้องการของโลก ความต้องการของประเทศ
ต้องบอกว่า ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทุกแผนก และทุกๆ คน ต่างต้องการผู้ร่วมงานที่มีคุณสมบัติขั้นเทพทั้งนั้น
ผู้ร่วมงานที่มี “นิววิชั่น” ผู้ร่วมงานที่ต้องรู้จัก “ออกแบบ” การทำงานของตัวเอง
สามารถทำงานกับผู้อื่นได้ มีความเชี่ยวชาญในหน้าที่ที่รับผิดชอบ
มีพฤติกรรมโปร่งใส ปฏิบัติงานแบบให้ตรวจสอบ มีความน่าเชื่อถือ และอื่นๆ
สรุปคือทุกคนต้องมีคุณภาพ
และไม่ใช่คุณภาพธรรมดา แต่ต้องมีคุณภาพขั้นเทพ
แม้ปัจจุบันจะมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว แต่ต่อไปต้องคิดและทำได้ดีกว่าเดิม
การสัมมนาครั้งนี้ มอบ “การบ้าน” ให้ทุกคนที่รับฟังกลับไปขบคิด
ขบคิดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถเพิ่มคุณภาพขึ้นมาได้
เพิ่มคุณภาพให้ตัวเอง เพิ่มคุณภาพให้ผู้อื่น เพิ่มคุณภาพให้ประเทศ
ทำให้ไทยมีจุดแข็งใหม่ในการแข่งขัน
หากทุกคนช่วยกันพัฒนาตัวเอง พัฒนาผู้อื่นได้ ประเทศไทยย่อมมีอนาคตสดใส
ประเทศไทยย่อมคุณภาพเพิ่มขึ้น และดีกว่าเดิม

