คอลัมน์ มหัศจรรย์การ์ตูน : ความตื้นเขินของความภาคภูมิใจ

ความภูมิใจของ “พ่อครัว” อยู่ที่ใดคงไม่มีคำตอบตายตัวเพราะพ่อครัวแต่ละคนก็คิดแตกต่างกันไป แต่ถ้าเป็นความภูมิใจของ “อาชีพพ่อครัว” ซึ่งหมายถึงความเป็นมืออาชีพ (professional) ที่ตกลงร่วมกันในอาชีพนั้นก็น่าจะหนีไม่พ้นการทำอาหารเพื่อให้คนกินเอร็ดอร่อยและมีความสุข

“Shokugeki no Soma” การ์ตูนทำอาหารที่เด็กหนุ่มสาวมาต่อสู้กันด้วยอาหารมีประเด็นเรื่องความภาคภูมิใจให้เราขบคิดได้เสมอค่ะ ในตอนที่ 4-5 ของซีซั่นสองปี 2016 กล่าวถึงการแข่งขันทำอาหารของ “โซมะ” พระเอกหนุ่มน้อยที่ภูมิใจในการเป็นพ่อครัวร้านอาหารตามสั่งที่บ้านของตัวเอง เขาต้องการปรุงอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นเพื่อความสุขของลูกค้า

ดังนั้นความสุขของลูกค้าคือความภูมิใจของโซมะ

อีกทางหนึ่ง “มิมาซากะ ซูบารุ” คู่แข่งของโซมะซึ่งได้ฉายาว่าราชานักแกะรอยผู้สามารถเลียนแบบทักษะการทำอาหารทุกอย่างรวมถึงเดาใจคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ กำลังเอาชนะโซมะด้วยการเลียนแบบอาหารของโซมะแต่ปรับเปลี่ยนให้อร่อยขึ้น ความภูมิใจของมิมาซากะคือได้เหยียบย่ำพ่อครัวที่มั่นใจในอาหารของตัวเอง ว่าสุดท้ายก็แพ้ให้กับยอดนักเลียนแบบอย่างเขา

การ์ตูนคล้ายจะสอนให้เราภูมิใจในการทำอาหารให้คนกินมีความสุขมากกว่าทำอาหารเพื่อเอาชนะ แต่ที่จริงการภูมิใจในชัยชนะไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะคะ ประเด็นคือเราควรรู้ว่าชัยชนะเป็นความภูมิใจที่ตื้นเขินไม่ยั่งยืน มันหายไปได้ง่ายๆ เพียงแค่ไม่ชนะ ความภูมิใจเป็นเหมือนเสาหลักของบ้านค่ะ ถ้าถล่มเราคงเสียสุขภาพจิตน่าดู ดังนั้น ความภูมิใจควรเป็นเรื่องที่ไม่สลายไปง่ายนัก

เรามักเลือกแขวนความภูมิใจไว้กับเรื่องที่เราขาดพร่องโดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งการคิดตื้นเขินแบบนี้ก็ทำให้ความภูมิใจตื้นเขินเช่นกันค่ะ

คุณสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาปรึกษาด้วยเรื่องเครียดจนอยากลาออก เธออยู่ในวัยสี่สิบต้นๆ ซึ่งถือว่าหน้าที่การงานน่าจะเข้าที่ในระดับหนึ่ง แต่กลับไม่ก้าวหน้านักเนื่องจากเธอย้ายงานบ่อยมากทุก 2-3 ปี ครั้งล่าสุดที่เธอย้ายงานก็แวะมาปรึกษาเช่นกันค่ะ เธอยืนยันว่าเพราะคนที่ทำงานเก่าไม่ให้เกียรติเธอทำให้เธอเครียด ดังนั้น การย้ายงานจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอเชื่อว่าคนที่ทำงานอยู่ตอนนี้อายุน้อยกว่าเธอแต่ทำงานมาก่อนจึงวางท่าสั่งนู่นสั่งนี่ไม่ให้เกียรติเธอ

“จำที่คุณหมอบอกครั้งก่อนได้ค่ะ ว่าถ้าย้ายแล้วมีความสุขดีก็ย้ายไปเถอะ แต่ถ้าอยู่ไปสักพักแล้วคิดว่าที่ทำงานมีปัญหาต้องย้ายอีก ก็แสดงว่าปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ที่ทำงานแต่อยู่ที่ตัวเราค่อยให้มาพบหมออีกครั้ง ก็เลยมาพบค่ะ”

“หมอเชื่อว่าการให้เกียรติเพื่อนร่วมงานเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณทำงานไม่มีความสุขจนอยากย้ายแล้วที่ผ่านมามีเรื่องอะไรที่ทำให้พออยู่ได้อย่างมีความสุขบ้างคะ”

“ผู้บังคับบัญชาเป็นคนดีค่ะ เขาก็รู้ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ทำงานเอาแต่ชอบประจบ เวลาเรามีปัญหาท่านก็จะมาช่วยเหลือตลอดเพราะรู้ว่าเราขยันและตั้งใจทำงานจริงๆ”

“ความขยันและตั้งใจทำงานเป็นข้อดีของคุณ ถึงขนาดผู้บังคับบัญชายังมองเห็น ข้อดีข้อนี้ต่อให้เพื่อนจะไม่ให้เกียรติคุณแต่มันก็ไม่หายไปจากตัวคุณนะคะ แต่ถ้าย้ายงานก็คงต้องลุ้นเอาว่าผู้บังคับบัญชาคนใหม่จะเห็นคุณค่าของคุณเหมือนคนนี้หรือเปล่า”

เธอดูดีใจมากขึ้น เมื่อมั่นใจว่ามีคนเห็นคุณค่า แต่ครั้งหน้าคงต้องเลียบๆ เคียงๆ ถามว่าเธอเข้าใจว่าควรภูมิใจเรื่องอะไรมากกว่ากัน ระหว่างความสามารถของตัวเองกับคำชมจากผู้บังคับบัญชา ถ้าเป็นอย่างแรกก็ดูจะไม่ตื้นเขินและมั่นคงกว่าอย่างหลังค่ะ

มีงานวิจัยเรื่องหนึ่งกล่าวถึงความไม่พอใจในใบหน้าและรูปร่างของตัวเองที่สะท้อนออกมาจากคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นหาคู่ Tinder ค่ะ แอพพ์นี้ใช้หาคู่เดตออนไลน์ด้วยวิธีจับคู่สองคนที่ถูกใจรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายที่เห็นในภาพ จุดขายของ Tinder คือเมื่อเห็นภาพใบหน้า เราสามารถเลือกว่าชอบหรือไม่ชอบก็ได้ ถ้าเราชอบหน้าคนนี้และอีกฝ่ายก็ชอบหน้าเราเหมือนกันก็จะจับคู่กันได้ Tinder ก็จะให้โอกาสทั้งคู่ได้ติดต่อกัน

งานวิจัยนี้พบว่าถ้ารูปของเราได้รับคำชมจากคนอื่นจะทำให้ความภูมิใจในตัวเอง คุณค่าในตัวเอง และแนวโน้มหลงตัวเองเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้น การตกเป็นเป้าพินิจพิจารณาจากคนอื่นจะทำให้เราหันมากังวลกับรูปร่างหน้าตาของตัวเองมากขึ้นจนรู้สึกวิตกจริตและซึมเศร้ารวมถึงเกิดความเครียดขึ้นด้วย ยังพบว่าผู้ใช้ Tinder ทั้งสองเพศมีความพึงพอใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองน้อยกว่าคนที่ไม่ใช้ และผู้ใช้ Tinder เพศชายมีความภาคภูมิใจในตัวเองน้อยกว่าผู้ชายที่ไม่ใช้

ดร.เจสสิก้า สตรูเบล ผู้วิจัยบอกว่า ผู้ใช้ Tinder มีแนวโน้มจะเชื่อว่าตัวเองมีอะไรดีบางอย่างและเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะมีคนสนใจตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเริ่มถามตัวเองว่าอะไรคือคุณค่าที่แท้จริงของตัวเรากันแน่ การมีคนเลือกเราอย่างนั้นหรือ วิธีแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำตัวเองให้เป็นวัตถุชิ้นหนึ่งรอให้คนมาเลือก การถูกลดค่าจากคนเป็นวัตถุย่อมกระทบต่อความภูมิใจในตัวเองแน่นอนค่ะ

ปัญหาเรื่องความภูมิใจในตัวเองไม่ได้เกิดจากการใช้ Tinder ไม่ได้เกิดจากการชอบเอาชนะหรือต้องการการให้เกียรติด้วย ความตื้นเขินของมันน่าจะเป็นสาเหตุมากกว่า ดังนั้น ถ้าเราทำให้ความภูมิใจเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งเหมือนรากแก้วคือต่อให้สถานการณ์หรือฟ้าฝนเปลี่ยนแต่ความภูมิใจในเรื่องนั้นยังคงไม่เปลี่ยน ยังยึดมั่นอยู่ที่เดิม ชีวิตก็น่าจะมีความสุขขึ้นได้นะคะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วุฒิชัย’ไม่คาดหวังต้องคว้าทองมวยสากล-ขอต่อยไปทีละไฟต์ (มีคลิปสัมภาษณ์)
บทความถัดไปCAT ผนึกพันธมิตร เปิดตัวบริการ C nema by CAT เสิร์ฟความบันเทิงออนไลน์เหนือระดับส่งตรงถึงบ้าน