แทงก์ความคิด : ฉากประทับใจ
เข้าใกล้สิ้นปีด้วยใจผวานิดๆ เนื่องจากโรคโควิด-19 แผลงฤทธิ์ที่สมุทรสาคร
แม้กระทรวงสาธารณสุขจะปิดกั้นพื้นที่ “ไข่แดง” แต่ก็ยังมีผู้ติดเชื้อกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ
กลายเป็นพื้นที่ “ไข่ขาว” และพื้นที่ “ขอบกระทะ”
เขาแบ่งกันแบบนี้เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการระบาดได้
สำหรับพื้นที่ “ไข่แดง” คงหนีไม่พ้นการล็อกดาวน์อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เริ่มที่ล็อกเป็นจุดๆ เริ่มต้นจากจุดที่เสี่ยงที่สุด
นั่นคือจุดแพร่ระบาด
ส่วนพื้นที่อื่นๆ ใช้มาตรการที่เข้มงวดไม่เท่ากัน เพื่อให้เศรษฐกิจยังขับเคลื่อนได้
พื้นที่ไหนพร้อมใจกันคุมโรคได้ดี ไม่จำเป็นต้องปิดเมือง
พื้นที่ไหนพลาดท่า เกิดระบาดเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องล็อกดาวน์
แต่ภาวนาว่าไม่น่าจะถึงขั้นคุมไม่อยู่ โรคระบาดรอบใหม่ ทำให้ต้องล็อกดาวน์ทั่วประเทศอีกนะ
เพราะแค่ล็อกไปเมื่อต้นปี 2563 ก็ยังจำความรู้สึกนั้นได้ไม่ลืม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ขอให้ใจสู้ อยู่กันต่อไป เพราะทุกๆ สถานการณ์ ย่อมต้องมีบางฉากที่ทำให้เราประทับใจ
เหมือนกับชมภาพยนตร์
ยกตัวอย่างภาพยนตร์ชุดที่เคยดู อาทิ ภาพยนตร์เกาหลี ชื่อ Start-Up
ฉากที่ชื่นชอบคือตอนที่พ่อพระเอกซึ่งตกงานจากระบบ AI อันเป็นผลิตผลของสตาร์ตอัพ เข้าไปโวยวายในที่นำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่
บทตอบโต้ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ฟังแล้วน่าคิด
ได้แง่มุมจากคน 2 รุ่นที่มีความแตกต่างกัน
การพัฒนาเทคโนโลยีนั้นดี แต่การใส่ใจต่อผลกระทบก็ไม่อาจเพิกเฉย
เพราะทุกๆ การพัฒนา ย่อมมีคนที่ปรับตัวไม่ทัน
เป็นฉากปะทะทางความคิดนี้ ดูแล้วได้คิด
ได้ฟังเหตุผลเป็นของคน 2 รุ่น ซึ่งเกิดเป็นความขัดแย้ง
นี่ถ้าใช้หลัก “ใจเขา ใจเรา” คือรับฟังเหตุผลที่เห็นต่างได้
ความขัดแย้งระหว่างคน 2 รุ่น น่าจะน่ามีจุดลงตัว
จบจากภาพยนตร์เกาหลี ลองไปชมภาพยนตร์ชุดฝรั่งบ้าง
ภาพยนตร์ชื่อ The Queen’s Gambit ถือเป็นภาพยนตร์ชุดสุดฮิตอีกเรื่องในรอบปี
เป็นเรื่องราวของเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เล่นหมากรุกสากลเก่งระดับเซียน
จากทักษะหมากรุกที่ได้รับจากภารโรงสถานรับเลี้ยงเด็ก ก้าวไปสู่แชมป์หมากรุกของประเทศ
ทุกๆ จังหวะก้าวขับเคลื่อนไปด้วยใจรัก
แต่ฉากประทับใจกลับเป็นฉากสุดท้าย
เมื่อนางเอกกลายเป็นนักเล่นหมากรุกชาวอเมริกันที่ต้องไปแข่งกับแชมป์โลก
เผชิญหน้ากับแชมป์เก่าชาวรัสเซีย
แข่งขันกันในบรรยากาศที่การเมืองระหว่างประเทศขัดแย้งเข้มข้น
อเมริกากับรัสเซียยืนอยู่คนละขั้ว
ภาพยนตร์ฉายภาพความขัดแย้งระหว่างรัฐต่อรัฐ
แต่ฉากสุดท้ายกลับสะท้อนภาพมิตรภาพระหว่างคนต่อคน
กลายเป็นฉากที่น่าประทับใจ
เมื่อนางเอกจะเดินทางกลับอเมริกาหลังได้แชมป์
ระหว่างเดินทางไปสนามบิน นางเอกขอลงเดินเที่ยวสวนสาธารณะที่ชาวรัสเซียผู้นิยมหมากรุกนั่งเล่นเกมกันอยู่
เมื่อเธอเดินผ่าน ชาวรัสเซียจำได้ว่าเธอคือแชมป์โลกหมากรุกคนใหม่
ชาวรัสเซียเข้ามาทักทายด้วยความสนิทสนม และชวนเล่นหมากรุก
สุดท้ายคนอเมริกันก็เล่นหมากรุกกับคนรัสเซีย
เป็นมิตรภาพของคนในขณะที่รัฐขัดแย้งกัน
ขออีกสักเรื่อง
คราวนี้เป็นภาพยนตร์อินเดีย ชื่อ PK เรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวที่ลงมายังโลก
แต่ถูกขโมยกุญแจยานอวกาศไป
เนื้อเรื่องผูกโยงกับความเชื่อหลากหลายในอินเดีย
ฉากประทับใจคือ ตอนที่ตัวเอกออกรายการทีวี แล้วตอบคำถามเรื่องพระเจ้า
จำแนกพระเจ้าออกป็น 1.พระเจ้าผู้สร้างโลก กับ 2.พระเจ้าที่คนในโลกสร้างขึ้น
พระเจ้าผู้สร้างโลกและจักรวาลนั้น มีบารมีมาก ไม่จำเป็นต้องให้ใครไปปกป้อง
ส่วนพระเจ้าที่คนสร้างขึ้น คนมักแอบอ้างว่าต้องปกป้องพระเจ้าด้วยการทำนั่นทำนี่
รวมทั้งการทำลายล้าง หรือเรียกเก็บผลประโยชน์จากผู้คน
คำถามและคำตอบในฉากนี้ ฟังแล้วประทับใจ
กระตุ้นให้คิดต่อว่า คำยุยงให้ปกป้องด้วยความรุนแรง หรือเรียกทรัพย์ด้วยข้ออ้างดังกล่าวนั้น มันถูกแล้วหรือ?
นี่เป็นเพียงตัวอย่าง เชื่อว่าภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่เข้าโรงและออกฉาย น่าจะมีฉากประทับใจ
เหมือนกับทุกสถานการณ์ในชีวิตที่เราเผชิญหน้าอยู่ทุกวัน
ทุกสถานการณ์ ย่อมมีหลากหลายเหตุการณ์
และจำนวนเหตุการณ์อันหลากหลาย ย่อมต้องมีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ
เสมือนกับเป็นฉากประทับใจ
ก่อนที่ปีเก่าจะผ่านพ้น ปีใหม่จะเคลื่อนเข้ามา
หากได้ทบทวนว่า 1 ปีที่กำลังผ่าน มีฉากไหนที่น่าประทับใจในชีวิตบ้าง
ยิ่งปีนี้โลกเผชิญหน้ากับโควิด ทุกชีวิตลิ้มรสกับความลำบาก
การได้ระลึกถึงฉากประทับใจจากเหตุการณ์ต่างๆ
อาจเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีพลังใจ
ทำให้ฮึกเหิม ทำให้คึกคัก ทำให้ชีวิตพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปในปีใหม่นี้
โดย นฤตย์ เสกธีระ

