ผ่านมา 1 สัปดาห์เศษ เป็นอันแน่นอนว่าคนไทยได้เหรียญทองเรียบร้อยแล้ว ถึงวันนี้จะได้รับกี่เหรียญ น้องหนูที่ติดตามการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท โดยเฉพาะนักกีฬาไทยทราบดี
น้องหนูที่ตัดคูปองชิงโชคจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดและหนังสือพิมพ์ในเครือมติชน ขีดเครื่องหมายเฉพาะคำว่า “ได้รับเหรียญทอง” เป็นอันว่ามีโอกาสชิงโชครถยนต์และรางวัลอื่นเรียบร้อย
ถึงวันจับคูปอง ส่วนคูปองไม่ได้รับเหรียญทองคงมีเพียงไม่มากสักเท่าใด
คะแนนอย่างเป็นทางการของการลงประชามติ ตั้งแต่จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทั้งหมด จำนวนผู้ไปออกเสียงประชามติ จำนวนผู้เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนผู้ไม่เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนผู้เห็นด้วยกับคำถามเพิ่มเติม จำนวนผู้ไม่เห็นด้วยกับคำถามเพิ่มเติม และจำนวนบัตรเสีย มีออกมาแล้วตั้งแต่วันพุธกลางสัปดาห์ก่อน
น้องหนูนำตัวเลขเหล่านี้ไปเตรียมสำหรับตอบคำถามครูและคำถามที่ต้องสอบปลายปีนี้ได้
ถึงอย่างไร การลงประชามติครั้งนี้ คือครั้งที่สอง เป็นเรื่องการรับร่างรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน เพียงแต่ครั้งแรกไม่มีคำถามพ่วง เพราะนายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น
เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่า ทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ในส่วนแรกต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนหลังแล้วแต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนขณะที่มีการเลือกตั้งจะว่าอย่างไร
ดังนั้น ทั้งประธานรัฐสภา และนายกรัฐมนตรีจึงต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเป็นผู้เลือก ไม่ใช่มาจากที่รัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากอำนาจเผด็จการเป็นผู้เลือก
ประเทศไทยกลับเข้าสู่ “โหมด” ประชาธิปไตยหลังจากพวกเราแสดงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ อีกไม่นานเราจะมีประชาธิปไตยฉบับถาวร เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้เรียบร้อย กำหนดวันเลือกตั้งจะเกิดขึ้น เท่าที่มีการยืนยันจากนายกรัฐมนตรีคือน่าจะเป็นปลายปีนี้
ถึงวันนั้น น้องหนูที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง (เช่นกำหนดในวันลงประชามติ) มีชื่อในทะเบียนบ้านเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง และมีสัญชาติไทย เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หากไม่ไปโดยมิได้แจ้งเหตุอันสมควรอาจถูกจำกัดสิทธิบางประการ
ระหว่างนี้ หวังว่าน้องหนูที่สนใจการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขควรจะหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการลงประชามติมาอ่าน เพื่อศึกษาประเด็นที่น้องหนูให้ความสนใจ อย่างน้อยประเด็นแรก คือเรื่องสิทธิทางการศึกษา ที่ (ร่าง) รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย คือเรียนฟรี
แต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่านโยบายรัฐบาลให้เรียนฟรี 15 ปี
อย่างนี้จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
แต่เมื่อเป็นนโยบายรัฐบาล ไม่น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บัญญัติไว้ว่า บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ ก็ตาม
เรื่องการศึกษาของน้องหนู ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก หากน้องหนูยังต้องเรียนตามตำรา หรือหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ น้องหนูอาจล้าหลังกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ต่างก้าวหน้าไปเรียนในหลักสูตรที่สัมพันธ์กับสถานการณ์โลก และความต้องการด้านแรงงาน เช่นที่ประเทศไทยจะปรับตัวเป็น
“ประเทศไทย 4.0”
เป็นอย่างไร จะลองหาข้อมูลมาแจ้งให้ทราบภายหลัง โปรดติดตาม

