จากที่ผู้เขียนเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา และประสบการณ์ที่ได้สำรวจร้านอาหารและสินค้าไทยในหลายประเทศ พบว่าความต้องการสินค้าอาหารไทยทั้งวัตถุดิบ เครื่องปรุง และอาหารกึ่งสำเร็จรูป ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวต่างชาติเริ่มมีความคุ้นชินและชื่นชอบอาหารไทยมากขึ้น รวมถึงต้องการอาหารที่มีรสชาติเป็นไทยแท้ (Authentic) เหมือนที่เคยรับประทานอยู่ในประเทศไทย ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการส่งออกที่ตกต่ำ สินค้า
อาหารยังเป็นสินค้าที่ทำรายได้ให้กับผู้ผลิตและส่งออกในยามยากลำบากนี้ได้
สินค้าด้านอาหารที่สำคัญและเป็นเหมือนตัวแทนของอาหารไทยในต่างแดน คือสินค้าจำพวกพริกแกงและเครื่องปรุงสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็น พริกแกงแดง พริกแกงเขียวหวาน พริกแกงต้มข่าไก่ พริกแกงมัสมั่น ซึ่งผู้ที่ซื้อสามารถ
นำเครื่องแกงเหล่านี้ไปปรุงกับเนื้อสัตว์และผักทำเป็นอาหารไทยแบบง่ายๆ ได้ทันที
โดยปัจจุบันยี่ห้อที่ขึ้นชื่อมากที่สุดเห็นจะไม่พ้น “โลโบ” แต่ก็มียี่ห้ออื่นพยายามสร้างความแตกต่างด้านบรรจุภัณฑ์ ขนาด และชนิดเครื่องแกงที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มความแตกต่างทางการตลาด รวมถึงการขายในปริมาณมากเพื่อเล็งเป้าไปที่ร้านอาหารไทยทีต้องการมาตรฐานด้านรสชาติเช่นกัน
ลำดับต่อมาคือซอสปรุงรสและน้ำจิ้มชนิดที่มีแต่ในอาหารไทยหรืออาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นน้ำจิ้มสุกี้แบบไทย น้ำจิ้มไก่ น้ำปรุงส้มตำ น้ำปลาร้า สินค้าในจำพวกนี้ยังมีผู้ผูกขาดตลาดอยู่ไม่กี่ราย และเป็นตรายี่ห้อที่คุ้นเคยในตลาดไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นซอสพริกศรีราชา น้ำปลาทิพรส น้ำจิ้มไก่แม่ประนอมหรือพันท้ายนรสิงห์ ซอสปรุงรสภูเขาทอง
ซึ่งผู้ที่สนใจส่งออกยังมีโอกาสนำเสนอสินค้าแทรกซึมเข้าไปในสินค้าได้ เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่มีความภักดีต่อตราสินค้ามากนัก และดูที่ราคากับรสชาติประกอบกันมากกว่า อย่างไรก็ดี สินค้าจำพวกนี้มีคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าจำพวกเครื่องแกงสำเร็จรูป หรือแม้แต่คู่แข่งที่ผลิตในประเทศปลายทางเองด้วย
สินค้าที่เป็นช่องว่างการตลาดที่น่าสนใจของผู้ผลิตในประเทศ คือสินค้าจำพวกอาหารกระป๋อง อาหารถนอมในขวดแก้ว ที่สามารถนำไปเป็นวัตถุดิบได้ รวมถึงอาหารสดแช่แข็ง ซึ่งสามารถนำเอาวัตถุดิบที่หลากหลายของอาหารไทยไปขายและนำเสนอต่อผู้บริโภคที่ต้องการรสชาติแบบไทยได้ชัดเจน
ทั้งหัวปลีในน้ำเกลือ เห็ดเผาะกระป๋อง มะกอก สะเดา ชะอม และผักสมุนไพรต่างๆ ซึ่งผู้ผลิตจำเป็นต้องผ่านกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานเพื่อส่งออก และต้องผ่านการตรวจสอบกับองค์กรด้านสาธารณสุขของประเทศปลายทาง ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่ยากแต่หากสามารถผ่านขั้นตอนต่างๆ ไปได้ ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่คุ้มค่า
นอกจากนี้ อาหารกึ่งสำเร็จรูป ของแห้งและขนมขบเคี้ยวก็เป็นสินค้าที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจรวมถึงเป็นสินค้าที่สามารถส่งออกได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขนมขบเคี้ยวที่ทำจากผลไม้ที่ชาวต่างชาตินิยม เช่น ทุเรียน ในตลาดจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น และสินค้าจากมะม่วงในตลาดประเทศตะวันออกกลางและตะวันตก ขนมไทยชนิดแห้งก็เป็นที่น่าสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะทองม้วนอบกรอบ กลีบลำดวน ขนมผิง ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและมีรสชาติเป็นกลางเข้ากันได้กับทุกวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ช่องว่างของตลาดยังเปิดรอรับสินค้าอาหารพื้นเมืองที่อยู่นอกเหนือกระแสหลักของอาหารไทย เช่น อาหารเหนือ อาหารอีสาน อาหารปักษ์ใต้ ที่ชาวต่างชาติเริ่มเข้าใจและเปิดรับมากขึ้นถึงความแตกต่าง โดยเฉพาะอาหารอีสานที่เข้าถึงชุมชนชาวลาว กัมพูชา ในต่างแดนได้อีกด้วย
ข้อจำกัดของผู้ผลิตที่ต้องตอบให้ได้เมื่อต้องการจะส่งออกอาหารไทยในตอนนี้ จึงไม่ใช่การหาตลาด เพราะตลาดนั้นค่อนข้างเปิดกว้าง แต่ปัญหาที่แท้จริงคือการรักษาคุณภาพสินค้าให้สม่ำเสมอในปริมาณที่เพียงพอต่อการสั่งซื้อ และสร้างมาตรฐานของรสชาติและบรรจุภัณฑ์
รวมถึงการวัดค่าทางโภชนาการและสิ่งเจือปนอย่างเป็นระบบเพื่อตอบสนองต่อมาตรการด้านสาธารณสุขของประเทศปลายทาง
ซึ่งการรักษามาตรฐานดังกล่าวยิ่งจะเป็นผลดีต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าภายในประเทศไปพร้อมกัน

