ในวันที่เกิดความกระจ่างในความคิด ว่าความยุ่งยากของชีวิตนั้นเกิดขึ้นด้วยสองสาเหตุ
หนึ่ง จัดการชีวิตเราเพื่อตอบสนองรูปแบบที่คนอื่นอยากจะให้เป็น
สอง จัดการชีวิตคนอื่นเพื่อให้ตอบสนองรูปแบบที่เราอยากจะให้เป็น
และมองเห็นชัดเจนในใจว่า หนทางที่ง่ายกว่าคือ จัดการชีวิตของเราเองอย่างที่เราคิดว่าควรจะเป็น
หมายถึงการตัดคนอื่นออกไปก่อน ทั้งในแง่ที่ปล่อยให้มากำหนดความเป็นไปของเรา และในมุมที่ไปจัดการกะเกณฑ์ให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น
แต่แม้กระทั่งรู้สึกว่าง่ายกว่า ก็ใช่ว่าจะสำเร็จได้โดยเร็ว เพราะเราเห็นว่ารูปแบบของการใช้ชีวิตที่ควรจะเป็นนั้น อย่างไรเสียต้องเริ่มจากการมองเห็นที่เป็นอยู่จริง เพื่อกำหนดวิธีการและความพยายามที่จะเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นนั้น
มีปัจจัยภายในใจ และสภาพแวดล้อมมากมายที่จะเป็นอุปสรรคให้ต้องคลี่คลายระหว่างทางจากที่เป็นอยู่ไปสู่ที่ควรจะเป็นนั้น
กระทั่งไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นแล้ว ยังไม่เอาในสิ่งที่เขาอยากจะให้เราเป็น หรือเราอยากให้เขาเป็น มาเป็นสาระ เอาแค่จัดการให้ตัวเองเป็นอย่างที่ควรจะเป็น ยังมีเรื่องยุ่งยากมากมายในการที่จะสร้างสภาวะนั้น
“หลวงพ่อชา สุภัทโท” เคยเทศนาธรรมว่า
“เธอจงระวังความคิดของเธอ
เพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวังความประพฤติของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอจะกลายเป็นความเคยชินของเธอ
เธอจงระวังความเคยชินของเธอ
เพราะความเคยเชินของเธอจะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอจะกำหนดชะตาชีวิตของเธอชั่วชีวิต”
คำเทศนาธรรมของหลวงพ่อชานี้เป็นคำตอบของคำถามที่ว่าการจัดการแค่เรื่องของจิตตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำได้ เพราะเมื่อความคิดได้พัฒนามาจนเป็นอุปนิสัยที่กำหนดชะตาชีวิตแล้ว การเข้าไปเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตมีเรื่องที่จะต้องทำอย่างเข้มข้น
คล้ายกับว่าไม่น่าจะยุ่งยากอะไรนัก แค่เปลี่ยนความคิด พฤติกรรม ความเคยชิน อุปนิสัยจะเปลี่ยนตามและสร้างชะตากรรมใหม่ให้ชีวิต
แต่การเปลี่ยนความคิดจะสำเร็จได้นั้นจะต้องใช้พลังเป็นอย่างมาก จะต้องอาศัย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา อันเรียกรวมว่า “พละ 5” อย่างแนวแน่ ซึ่งจะเป็นไปได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับชะตากรรมเท่าที่สร้างไว้ว่ามีพลังครอบงำความเป็นไปของชีวิตมากแค่ไหน
การจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมตามหลักนี้ได้ จะต้องกระจ่างเห็นและรู้สึกสัมผัสได้ชัดเจนถึงวิถีที่ควรจะเป็น
แต่ใช่ว่าความกระจ่างนั้นจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ยิ่งเกิดแล้วรับรู้อยู่อย่างมั่นคงไม่เลือนหาย แวบไปแวบมายิ่งเป็นเรื่องยาก ต้องอาศัยการเจริญสติ ฝึกสร้างสมาธิมาถึงระดับที่สมควร
ชะตากรรมเก่าสร้างความหลงขึ้นมา
และความหลงนั้นบดบังความกระจ่าง
ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า “ชะตากรรม” เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ทั้งที่โดยจริงแท้แล้วสรรพสิ่งเป็น “อนิจจัง”
แม้แต่ชะตากรรม

