ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามคอลัมน์เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน อย่างเสมอมานะคะ ที่ผ่านมาเวลาร้านต่างๆ ที่เคยเขียนแนะนำมาเล่าให้ฟังทีหลังว่ามีคนมาที่ร้านโดยตามมาจากคอลัมน์ก็จะรู้สึกปลื้มใจมาก เพราะแต่ละร้านที่แนะนำไปเราก็มั่นใจอยู่ว่ามีดีพอที่จะทำให้คนตามไปกินรู้สึกประทับใจได้
มาถึงฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายของการเขียนลงในหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์แล้วค่ะ ตามธรรมเนียมไทย ไปก็ต้องลา มาก็ต้องไหว้ ก็มาขออำลากันไว้ที่ตรงนี้
ฉบับส่งท้ายนี้ มีสถานที่ที่อยากจะมาบอกเล่าให้ฟังค่ะ ถือเป็นการกินที่ได้ประสบการณ์แปลกใหม่แหวกแนวมาก เพราะเป็นไฟน์ ไดนิ่ง แบบอินเตอร์แอ๊กทีฟค่ะ มันคือการกินที่นอกจากเสิร์ฟความอร่อยของอาหารแล้ว ยังเสิร์ฟความบันเทิงอย่างครบรส ตอบสนองอายตนะทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แบบไม่บันยะบันยัง
การกินแบบนี้เราอาจเคยได้ยินข่าวบ้างในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยตอนนี้ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, เอ ลักชัวรี่ คอลเล็กชั่น โฮเท็ล ได้ไปจับมือกับ ดูซี่ ดิจิแล็บ (Doozy Digilab) เปลี่ยนโฉมห้องอาหารเบซิล ที่บริเวณชั้น 1 ของโรงแรมให้กลายเป็นร้านอาหารแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “Digital Delicious”
ห้องอาหารจะเปิดเป็นรอบ วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ รอบนึงรับ 20 คน แบ่งเป็นมื้อกลางวัน 12.00-13.30 น. ราคา 3,050 บาท Net ชายามบ่าย 15.00-16.30 น. ราคา 1,950 บาท Net มื้อค่ำ รอบแรก 19.00-20.30 น. ราคา 3,870 บาท Net และมื้อค่ำ รอบ 2 21.30-23.30 น. ราคา 3,870 บาท Net แต่ในช่วงควบคุมโควิดนี้น่าจะเหลือมื้อค่ำแค่รอบเดียว

มื้อที่ได้ไปลองชิมนี้เป็นมื้อค่ำ เสิร์ฟอาหารทั้งหมด 4 คอร์ส โดย “เชฟเกตาโน่ พาลุมโบ้” เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟของโรงแรม
เชฟเกตาโน่ พาลุมโบ้ เป็นเชฟที่มีประสบการณ์การทำอาหารมากว่า 20 ปี เชฟผู้นี้เป็นคนที่สร้างชื่อเสียงให้ห้องอาหารอิตาเลียนรอสซินีส์ ด้วยรางวัล L”Assiette Michelin หรือมิชลินเพลทที่ระบุอยู่ในหนังสือมิชลินไกด์
เริ่มแรกเพียงแค่เดินเข้าไปก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ เหมือนเราเดินเข้าสู่โรงหนัง แหวกผ้าม่านเข้าสู่ห้องอาหารพร้อมดรายไอซ์ที่พวยพุ่งลอยอยู่บนพื้น แต่ละโต๊ะที่เสมือนเป็นจอดิจิทัลจะปรากฏชื่อของลูกค้าที่จองมาด้วยสีสันสดใส
ก่อนจะเข้าสู่คอร์สอาหารทั้ง 4 จะมีการอินโทรด้วยการพาเราเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเรื่องราว Castle in the sky สร้างความเพลิดเพลินไปกับภาพ แสง สี เสียงที่แปลกใหม่ตระการตา
ไม่นานคอร์สแรกก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร
“Flower of Life” เมนูเรียกน้ำย่อย เชฟทำออกมาเป็น Trio of bites 3 คำ คือ “บีทรูททอดกับแป้งฟิลโลฝอย สอดไส้เนื้อกั้ง ชีสบูราต้าและส้มยุซุ”, “ช็อกโกแลตเฮเซลนัทฟัวกราส์” และ “ชีสมอสซาเรลล่ากับทรัฟเฟิลดำ”
เป็น 3 คำ 3 อารมณ์ 3 รสชาติ ถ้าให้แนะนำควรกินบีทรูททอดเป็นคำสุดท้าย เพราะเป็นคำที่มีความสดใสสดชื่นที่สุด

จบเมนูเรียกน้ำย่อย ความดิจิทัลอาร์ต 4 มิติ ยังคงดึงความสนใจเราต่อด้วยเรื่องราวของ The Garden of Dreams ความฝันและดินแดนที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้หลากสี และเหล่าสรรพสัตว์ต่างๆ
ต่อคอร์สที่ 2 ด้วย “Hidden Treasure” เป็นเมนูไฮไลต์ เนื้อกวางจากนิวซีแลนด์กับกะหล่ำดอกเจดีย์ มัสตาร์ดลูกพลับ ราสเบอรี่ และซุปใสคอนซอมเม่เห็ด
เป็นครั้งแรกที่ได้ชิมเนื้อกวางค่ะ เชฟทำออกมาได้นุ่ม ตัดกับรสออกหวานของมัสตาร์ดลูกพลับและความเปรี้ยวของราสเบอรี่ เพิ่มความฟินด้วยซุป ระหว่างเพลิดเพลินกับจานอาหารตรงหน้า บนโต๊ะอาหารเรายังสนุกไปกับมันได้อีก ใช้นิ้วขีดเขียนได้ แตะภาพดอกไม้ตรงหน้าให้หุบบานได้ เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนะคะ เล่นกันจนเพื่อนข้างๆ ต้องบอกว่ากินด้วยอย่ามัวแต่เล่น (ฮ่า)
จานต่อมา เขาพาดำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเลลึกค่ะ ภาพแมงกะพรุนที่เปล่งแสงนีออนลอยดุ๊กดิ๊กเหมือนเราได้ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลจริงๆ ก่อนที่บริกรจะเสิร์ฟคอร์สถัดมา “The Octlantis” เป็นริซอตโต้แพลงก์ตอนกับหนวดหมึกยักษ์จากสเปนย่าง ข้าวดำเวเนเร่กรอบ ซาลิคอร์เนียและผักโขมแดง
ถึงจานนี้อาจจะเลี่ยนนิดหน่อยจากริซอตโต้ แต่ความหอมเกรียมของหมึกยักษ์มาช่วยสร้างสมดุลอย่างลงตัว
จากใต้ท้องทะเลลึก โลกเสมือนจริง ได้พาเราพุ่งขึ้นหลุดจากโลกไปยังอวกาศค่ะ “A Space Odyssey” เหมือนเราได้ล่องลอยในห้วงอวกาศ เห็นแสงหมู่ดาวระยิบระยับ โดยมีดาวเสาร์อยู่ใกล้แค่เอื้อม แล้วเสิร์ฟจานสุดท้ายเป็นเมนูของหวาน คือ มูสดาร์กช็อกโกแลตแอปริคอท รองพื้นด้วยเกล็ดคุกกี้กรอบหลากสีและซอสคาราเมลเนื้อเนียนนุ่ม

ในบรรดาคอร์สทั้ง 4 คอร์สนี้ ใครไม่อยากกินเนื้อกวางสามารถเปลี่ยนเป็นเนื้ออย่างอื่นได้ หรือหมึกยักษ์เปลี่ยนเป็นปูได้ ส่วนใครที่เป็นมังสวิรัติ ก็มีให้บริการเป็นเมนูอื่น คือ เมนูฟักทองและกะหล่ำดอกพร้อมควินัว โยเกิร์ตชีสแพะ และเพสโต้ใบโหระพา ริซอตโตกับหอมใหญ่ย่างอาติโช้คและสาหร่าย หรือถ้ามากับเด็กๆ ก็จะมีเมนูสำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปด้วย
หลังจบมื้ออาหาร อีกอย่างที่สร้างความสุขส่งท้าย คือ การได้ถ่ายรูปกับภาพแสงสีเสียงที่จะกลายเป็นลวดลายบนตัวเรา ก็สนุกสนานกันอีกแบบค่ะ
ถือเป็นมื้อที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่จริงๆ ใครอยากมาลอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 08-8055-6699, Line officlial: @doozydigilab, facebook.com/DigitalDelicious, และ www.digitaldelicious.net




