ทางออกร่วมของศิลปินในวังวนโควิด ‘ดุริยางค์มรณะ’ หนังระทึกขวัญ ทุนต่างชาติช่วยเศรษฐกิจไทย

ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ศิลปินจำนวนมากต้องปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานต่างๆ

ภาพของนักร้อง คนกลางคืน ยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลกลายเป็นภาพที่ได้เห็นในช่วงเวลาอันยากลำบาก

แม้แต่วาทยกรและคีตกวีดังระดับอินเตอร์อย่าง สมเถา สุจริตกุล ซึ่งมีตำแหน่งผู้อำนวยการมหาอุปรากรกรุงเทพพ่วงท้าย ก็ได้รับผลกระทบงานคอนเสิร์ตมากมายที่ถูกเลื่อนกำหนดการแสดง

Advertisement

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ก็นำมาซึ่งโอกาสให้กลับไปทำงานในสายงานเดิมที่ห่างเหินไปนานถึง 2 ทศวรรษ นั่นคืองานในวงการภาพยนตร์ซึ่งเจ้าตัวเคยทำงานในวงการภาพยนตร์แบบไม่จริงจังมาก่อน โดยกำกับการแสดงภาพยนตร์ประเภททุนต่ำที่ฮอลลีวู้ด 2 เรื่อง รวมทั้งเรื่องที่เคยได้รับรางวัลอย่าง Ill Met by Moonlight ในฐานะนักเขียนนวนิยายแนวสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จ

การพูดคุยกับ พอล สปูริเออร์ อดีตนักแสดงเด็กในวงการภาพยนตร์และละครเวที ทั้งยังเป็นผู้กำกับมือรางวัลจากภาพยนตร์เรื่อง The Forest จึงเกิดขึ้นโดย สมเถาและพอล ตัดสินใจหาทางออกด้วยกันภายใต้วิกฤตการแพร่ของโรคระบาดด้วยโครงการสร้างภาพยนตร์ทุนต่ำ

“เราพอจะสร้างภาพยนตร์ทุนต่ำร่วมกันได้หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้นักดนตรีในวงออเคสตราเยาวชนของผมมีโอกาสได้ทำงานในช่วงนี้”

เป็นข้อความที่สมเถากล่าวกับพอล ก่อนได้รับคำตอบในทันทีว่า

“ผมอยากทำหนังเกี่ยวกับปรมาจารย์ทางดนตรีที่สติเฟื่อง โดยตัวละครนี้พยายามหลอกล่อวงออเคสตราเยาวชนให้เล่นผลงานเพลงชิ้นเอกระดับมาสเตอร์พีซของเขา แต่แล้วทุกอย่างก็เริ่มดำเนินไปผิดแผน… ผมมีข้อแม้อย่างเดียวคือคุณต้องรับบทเป็นปรมาจารย์สติเสียคนนั้นเอง…นี่คือเรื่องราวของอัจฉริยภาพกับวิกลจริตและเส้นเบาบางระหว่างกลางของสองสิ่งนี้” พอลกล่าว

และนี่คือจุดกำเนิดของภาพยนตร์เรื่อง The Maestro: A Symphony of Terror หรือในชื่อภาษาไทยว่า ‘ดุริยางค์มรณะ’ ซึ่งสมเถาลงมือเขียนบทภาพยนตร์

ในขณะที่พอลมีทีมงานสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่พร้อมสรรพอยู่ในมือ ขณะที่ตัวเขาเองยังเป็นผู้กำกับภาพที่ประสบความสำเร็จ ทั้งยังมีทีมงานคุณภาพอย่างภรรยาของเขาที่ทำงานด้านเสียง รวมทั้งน้องของภรรยาที่เป็นผู้ช่วยช่างภาพมากประสบการณ์ พอลเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการภาพยนตร์จากผลงาน 2 เรื่องของเขาที่แพร่ภาพผ่านทางเน็ตฟลิกซ์ รวมทั้งภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง Eullenia ซึ่งได้เปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์แห่งอาเซียน

เรื่องราวของภาพยนตร์ดังกล่าว เกี่ยวกับความหลงผิดของนักดนตรีอัจฉริยะผู้มีปัญหาทางจิตอันท่วมท้นนามว่า ดร.อรุณ แสงสมนึก หลังจากที่เขาถูกปฏิเสธโดยสถาบันดนตรีมีชื่อเสียงในยุโรป ก็ซมซานกลับบ้านเกิดในเมืองไทยและได้เริ่มงานสอนดนตรีภายใต้โครงการดนตรีเยาวชน ดร.อรุณ ถูกหญิงสาวที่คลั่งไคล้อยากเป็นนักร้องโอเปร่าตามตื๊อ ไปไหนก็ถูกหัวเราะเยาะ ซ้ำร้ายความหวังที่จะเปิดตัวผลงานชิ้นเอกยังพังทลายเพราะถูกวาทยกรมีชื่อระดับโลกช่วงชิงไป เขาจึงก้าวเข้าไปสู่ภาวะวิปริตทางจิตเต็มขั้น นอกจากนี้ ยังมีตัวละครวัยรุ่นสองคนคือนักไวโอลินแบหมวกขอทานกับนักเปียโนอัจฉริยะจากครอบครัวที่มีปัญหา ดร.อรุณเริ่มสร้างสวรรค์แห่งการดนตรีที่ความเพ้อฝันให้กลายเป็นจริง…แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์

เมื่อแผนของโครงการสร้างภาพยนตร์ได้แพร่ออกไป กิตติศัพท์ของพอล ได้ดึงดูดนักแสดงไทยที่โด่งดังในระดับนานาชาติมารวมตัวกัน อาทิ เดวิด อัศวนนท์ นักแสดงมือรางวัลจากภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ เช่น Countdown สหจักร บุญธนกิจ จาก The Beach, Broke Down Palace และ No Escape วิทยา ปานศรีงาม จาก Only God Forgives และ The Last Executioner รวมทั้ง ไมเคิล เชาวนาศัย จาก Metrosexual

นอกจากนี้ ยังมีเยาวชนกว่า 160 คน มาร่วมออดิชั่นเพื่อรับบทตัวละครเด็กพิเศษ 2 คน โดย ชนิศพงษ์ กังวานเลิศอุไร หรือ น้องเจแปน ได้รับคัดเลือกให้แสดงบทนักเปียโนวัยรุ่นปากเสียผู้มีพรสวรรค์ และ
กิตติธัช กาญจนบวร หรือน้องอินคัม รับบทเป็นหนุ่มน้อยนักไวโอลินแบหมวก ทั้งคู่เป็นนักแสดงมือใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรก ร่วมด้วยนักแสดงอีกรายคือ ศิรินญา ปึงสุวรรณ ผู้รับบท ลียา สาวิตรี หญิงสาวผู้มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ส่วนนักแสดงหน้าเก่าที่คร่ำหวอดในโลกมายาคือจิม สุนทร มีศรี

“มันเป็นการแสดงที่ต้องใช้ความประณีตเป็นพิเศษ ต้องมีองค์ประกอบที่ลงตัวและสมดุลทั้งในส่วนของความระทึกขวัญ และประเภทของการสร้างสรรค์ซึ่งต้องใคร่ครวญอย่างหนัก รวมทั้งมุขขำขันในรูปแบบตลกร้ายหรือ dark comedy พอลกำลังพาพวกเราลุยท้องน้ำที่เชี่ยวกรากด้วยความระมัดระวัง” สมเถาระบุ

ในการสร้างภาพยนตร์ด้วยทุนต่ำสุด สมเถาต้องติดต่อนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและคานาดาให้เข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งบริษัทเอกชนในประเทศที่สนับสนุนสถานที่ถ่ายทำและบริการต่างๆ เพื่อช่วยให้ผลงานสำเร็จด้วยดี โดยสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์คือ บางนา กับ ปากช่อง ผมภูมิใจมากที่การผจญภัยเล็กๆ ของเรามีส่วนนำเงินเข้าประเทศเพื่อช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแม้จะน้อยนิดเพียงใดก็ตาม” สมเถากล่าว

นอกจากนี้ หนึ่งในจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือดนตรีจากวงออเคสตราเยาวชนที่มีดีกรีรางวัลระดับโลกอย่างสยามซินโฟนิเอตต้าภายใต้การอำนวยเพลงโดย ทฤษฎี ณ พัทลุง ที่จะบรรเลงดนตรีซาวด์แทรคที่ประพันธ์โดย สมเถา ซึ่งถ่ายทอดดนตรีในจินตนาการของ ดร.อรุณ ทั้งยังมีนักดนตรีเยาวชนมือหนึ่งของประเทศไทยร่วมโซโลเปียโนและไวโอลิน

คาดว่าภาพยนตร์เรื่อง The Maestro : Symphony of Terror ดุริยางค์มรณะ จะเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image