เมืองขยาย คลองต้องอยู่ คนต้อง ‘ไปต่อ’ สำรวจคุ้งน้ำ ‘ฝั่งธนฯ’ วางแผน ‘เส้นทาง’ ของพรุ่งนี้

16.03.21 | 16:00 น.
ภาพจากเพจ ‘วิถีคนคลอง’

กรุงเทพฯ นครหลวงของประเทศไทยที่ตัวเมืองขยับขยายพื้นที่ความเจริญมากขึ้นทุกวัน

เช่นเดียวกับทางเลือกการคมนาคมทางบก จากถนน สู่รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน

ทว่า แม่น้ำลำคลองที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อครั้งถนนคอนกรีตมาแทนที่ ก็ได้ย้อนคืนสู่สปอตไลต์ในการฟื้นฟูทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยเหตุและผลด้านการอนุรักษ์ในนิยามโลกสมัยใหม่ ไม่ว่าจะด้วยอารมณ์ความรู้สึกรำลึกความหลัง ไม่ว่าจะความพยายามก้าวข้ามสู่ความเป็นสากล หรืออื่นใด แต่ก็ทำให้เกิดความพยายามหันกลับมาพัฒนาคูคลองมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ล่าสุด โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง ในฝั่งพระนคร ได้รับรางวัล 2020 Asian Townscape Awards จากโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Settlements Programme: UN-HABITAT)

เส้นทางจักรยานริมคลองบางมด

ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า โครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงเป็นต้นแบบการพัฒนาให้กับหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในการปรับปรุงพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ส่งผลในแง่บวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยที่ผ่านมาเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีการปรับปรุงและอยู่ในระหว่างการปรับปรุงคลองแล้วหลายสาย เช่น คลองหลอด คลองผดุงกรุงเกษม คลองลาดพร้าว คลองช่องนนทรี โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการปรับภูมิทัศน์พื้นที่เมือง

Advertisement

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า มีการวางแนวทางการปรับปรุงที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวชุมชน รักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ ให้มีความหลากหลาย เพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยรอบคูคลองให้กลายเป็นที่พักผ่อน รวมถึงการเชื่อมโยงการเดินทาง ซึ่งผลที่ได้มาคือ มูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะถูกพัฒนาต่อยอดจากมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับวิถีชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นแนวการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ฟังดูเป็นสูตรสำเร็จ แต่หากทำได้จริงก็ต้องปรบมือดังๆ จึงยังต้องจับตา

จากฝั่งพระนคร ย้อนไปดูฝั่งธนบุรี ซึ่งแม่น้ำลำคลองยังมีบทบาทในวิถีชีวิตอยู่มากพอใช้ และอาจเกินกว่าที่คนในเมืองจะจินตนาการ

ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หรือที่คนพื้นที่มักเรียกติดปากว่า ‘เทคโนบางมดฯ’ ผุด ‘โครงการสำรวจข้อมูลกายภาพพื้นที่ริมน้ำต้นแบบเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตเมืองเพื่อเปรียบเทียบผลกระทบเกาะความร้อนในพื้นที่แนวคลอง’ ชื่อโครงการยาวมาก แต่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก

ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี

ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อธิบายว่า โครงการนี้ทำการศึกษาและสำรวจพื้นที่คลองย่านฝั่งธนบุรี การสำรวจ 4 เขตนำร่อง ประกอบด้วย 1.เขตทุ่งครุที่มีโครงข่ายคลองเชื่อมโยงขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมไปยัง 2.เขตจอมทอง 3.เขตธนบุรี และ 4.เขตคลองสาน เพื่อศึกษาคุณภาพน้ำคลอง คุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงศักยภาพของชุมชนริมน้ำ โดยดำเนินการสำรวจไปแล้วระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2563

“พื้นที่ริมน้ำและพื้นที่สีเขียวร่วมกันเป็น Cool Spot ของกรุงเทพฯ ถ้าดูแผนที่จะเห็นว่าใจกลางกรุงเทพฯนั้น มีพื้นที่สีเขียวน้อยมาก แต่เขตทุ่งครุยังมีพื้นที่สีเขียวที่เป็น Cool Air อยู่มาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าพื้นที่เขตทุ่งครุสามารถใช้เป็นพื้นที่ฟอกอากาศ ที่จะเป็นประโยชน์กับกรุงเทพฯ ช่วยทำอากาศเย็นให้กับกรุงเทพฯได้หรือไม่ โดยการทำงานแบ่งออกเป็น 4 ทีม คือ ทีมสำรวจ ทีมวิเคราะห์ข้อมูลและแผนที่ ทีมประสานงาน และทีมชาวบ้าน เพื่อหาคำตอบใน 3 เรื่อง คือ คุณภาพชีวิตชุมชนริมน้ำ คุณภาพน้ำ และคุณภาพอากาศ” ดร.กัญจนีย์กล่าว

ถามว่า ข้อมูลที่ได้มา นอกเหนือจากเหตุผลเชิงวิชาการ ชาวเมืองและชาวบ้านจะได้อะไร ?

คำตอบคือ ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในประเด็นของเส้นทางเชื่อมต่อเส้นทางคลองในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และแน่นอนว่ารวมถึงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้

“โครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรอเมริกาจัดซื้อ Weather Station นำไปติดตั้งบริเวณริมคลอง ใน 4 จุดที่กำหนด เพื่อวัดค่าอากาศ อุณหภูมิ (Temperature Control) แรงลม (Wind Load) และค่าฝุ่น PM2.5 อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเครื่องมือจากคณะวิทยาศาสตร์ มจธ.ในการวัดคุณภาพน้ำ เพื่อสะท้อนข้อห่วงกังวลของชุมชนในเรื่องความเค็มของน้ำ และน้ำเสีย โดยเครื่องมือวัดประกอบด้วย การวัดค่าความเค็มของน้ำ สภาพนำไฟฟ้าของน้ำ ปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมดในน้ำ ค่าที่ตรวจวัดได้นี้ ใช้ประเมินการรุก หรือการหนุนของน้ำทะเลสู่คลอง และการวัดปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ ที่จะบ่งบอกการเน่าเสียของน้ำในคลอง ซึ่งทั้งหมดดำเนินการพร้อมกับการสำรวจคลองอื่นๆ ที่สามารถใช้สัญจรได้ และคลองที่มีเส้นทางเลียบคลอง เพื่อเข้าไปทำกิจกรรมเพื่อทำให้โครงการท่องเที่ยวเกิดขึ้นได้จริง

นอกจากนี้ ในอนาคตหากมีรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) ในพื้นที่ทั้ง 4 เขต เชื่อมต่อกันจะช่วยเพิ่มศักยภาพ หรือความเป็นไปได้ในการขยายเส้นทางการคมนาคมให้ครอบคลุมมากขึ้นได้”ดร.กัญจนีย์อธิบาย ก่อนย้อนเล่าด้วยว่า นี่ไม่ใช่โครงการแรกที่ทางมหาวิทยาลัยทำโครงการที่ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ตั้งของสถาบันการศึกษา แต่ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ได้จัดโครงการบางมดเฟสติวัล โครงการทางเดินจักรยานเลียบคลอง โครงการคลองสร้างสรรค์ชุมชนสร้างสุข และโครงการเปิดบ้านเปิดคลองเปิดวิถีบางมด ก่อนมาถึงโครงการล่าสุดนี้ ที่มุ่งเน้นการศึกษาพื้นที่ริมน้ำ วิถีชีวิตการทำเกษตรของชุมชนริมคลอง เพื่อพัฒนาชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพื้นที่ริมคลอง เช่น ชุมชนริมคลองบางมด ในอดีตส่วนใหญ่ทำเกษตรสวนส้มเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ส้มบางมด” แต่ภายหลังเกิดน้ำท่วม และน้ำเสีย ทำให้สวนส้มบางมดที่รู้จักนี้มีจำนวนลดลงจนแทบไม่เหลือ และเพื่อที่จะสามารถช่วยชุมชนให้มีรายได้โดยใช้วิถีชีวิตริมคลองที่เป็นเอกลักษณ์ ทางคณะผู้จัดทำโครงการจึงได้นำเอาแนวคิด เช่น “การท่องเที่ยวทางน้ำตามเส้นทางคลอง” เข้ามาทดลองดำเนินการในพื้นที่ เพื่อทดแทนการทำเกษตรแบบในอดีตที่ปัจจุบันแทบจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกแล้ว

ด้าน วิไลวรรณ ประทุมวงศ์ และ พรทิพย์ ลิมปิชัยโสภณ ทีมวางแผนและประสานงาน สำรวจ วิเคราะห์ข้อมูล และแผนที่ เล่าถึงขั้นตอนการทำงานว่า หลังจากได้ข้อมูลทางทีม จะนำมาทำการวิเคราะห์ เพื่อจัดทำเป็นแผนที่ของทั้ง 4 เขต โดยแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือ

1.เรื่องการเดินทางและศักยภาพ พบว่าพื้นที่ทั้ง 4 เขตมีศักยภาพสูงมากในการเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกันและเป็นเส้นทางสัญจรหลักในอนาคต ถ้าใช้คลองให้เกิดประโยชน์ เมื่อมีรถไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ก็จะสามารถเชื่อมต่อได้อย่างดี แต่จากที่ได้สำรวจพบว่าปัจจุบันคลองหลายๆ สายในฝั่งธนบุรี เช่น คลองเขตธนบุรี และเขตคลองสาน เรือไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากลักษณะคลองที่แคบและตื้นเขิน อีกทั้งมีโครงสร้างหลายอย่างกีดขวางเส้นทาง นอกจากนี้คุณภาพน้ำสกปรกและมีกลิ่นเหม็น

จากข้อมูลเบื้องต้นทำให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาแนวทางเป็นไปได้ที่จะสามารถทำให้การสัญจรเชื่อมต่อกัน เช่น คลองสายใดมีศักยภาพที่สามารถทำเป็นเส้นทางคลองเพื่อการท่องเที่ยวได้ อนาคตอาจจัดเป็นเรือโดยสารสาธารณะ หรือหากคลองสายใดที่เรือไม่สามารถสัญจรได้อาจทำเป็นเส้นทางคนเดินริมคลอง และไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า เป็นต้น

2.เรื่องข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าปัจจุบันพื้นที่ตั้งแต่เขตจอมทองถึงเขตทุ่งครุเกือบทั้งหมด ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องคุณภาพน้ำ สิ่งมีชีวิตในน้ำ ยังไม่ค่อยถูกทำลาย ทรัพยากรส่วนใหญ่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ แต่พื้นที่เขตธนบุรี และคลองสาน สภาพทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมค่อนข้างเสื่อมโทรม หลายแห่งเสื่อมโทรมไปแล้ว เช่น คลองบางไส้ไก่ เมื่อก่อนใช้ในการสัญจรแต่ปัจจุบันกลายเป็นเพียงคลองระบายน้ำเสียเท่านั้น เนื่องจากคลองสานเป็นชุมชนที่ค่อนข้างหนาแน่นถึงแออัด และกลายเป็นชุมชนเมืองที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการวางแผนระบบจัดการน้ำเสียของชุมชนยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก ขณะที่เขตทุ่งครุมีสภาพผสมผสานกันระหว่างชุมชนกับสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก แต่ในอนาคตหากมีรถไฟฟ้าเข้ามาทำให้การสัญจรคล่องตัวมากขึ้น ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอาศัยมากขึ้น เมืองขยายตัวมากขึ้น แนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีดังเดิม และการพัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชาวบ้านชุมชนริมคลองได้อย่างไร

มาถึงตรงนี้ ดร.กัญจนีย์ เสริมว่า หากเขตทุ่งครุทำทางจักรยานเลียบคลองต่ออีก 2 กิโลเมตรได้จริง จะสามารถทำให้ปั่นจักรยานจากฝั่งคลองบางมดไปถึง MRT ใหม่ของเขตได้ ซึ่งในเขตมีทางเลียบคลองอยู่บางส่วนแล้ว ปัจจุบันขาดอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ถ้าเชื่อม 2 กิโลเมตรนี้ได้ ก็จะสามารถปั่นจักรยานหรือขี่จักรยานยนต์ไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเอ็มอาร์ที จากอีกด้านหนึ่งได้

“คล้ายการวางแผนผังเส้นทางย่านฝั่งธนบุรีล่วงหน้า”

ทีมข่าวเฉพาะกิจ