ขุนช้าง ขุนแผน พญาแถน และผีบรรพชน ค้นลึก วรรณกรรม‘ผู้ดี’ ที่ไม่ได้ถูกเผาตอนกรุงแตก

24.03.21 | 14:09 น.

“คําว่าขุนแผน เพี้ยนจาก แถน คือผีฟ้าพญาแถน ซึ่งเป็นผีบรรพชน มีกำลังอำนาจเทียบพระพรหมในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ส่วนดาบฟ้าฟื้น ก็ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาเท่ๆ แต่มีในจารึกสุโขทัยหลักที่ 45 คือจารึกปู่สบถหลาน ปู่ฟ้าฟื้นก็คือผีบรรพชน สำหรับพระพันวษาก็คือพระพันปี เป็นกษัตริย์ในตำนาน เหมือนพระเจ้าเหาใน
วัฒนธรรมจีน เพราะสุพรรณฯใกล้ชิดกับจีน”


(จากซ้าย) สุจิตต์ วงษ์เทศ, ขรรค์ชัย บุนปาน และเอกภัทร์ เชิดธรรมธร ผู้ดำเนินรายการ ถ่ายทำที่ ‘คุ้มขุนช้าง’ บางปลาม้า สุพรรณบุรี

คือ ปากคำของ สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์เครือมติชนซึ่งเมื่อร้อยเรียงเป็นตัวอักษร ถือว่าไม่เกิน 8 บรรทัด

สรุปกะทัดรัดในสไตล์เจนจัดไม่เคยเปลี่ยน

เช่นเดียวกับทุกๆ ตอนของรายการ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ที่พาผู้ชมเดินทางไปในไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ทุกชนชั้น ตั้งแต่ในรั้ววัง กระฎุมพี ไพร่ทาส กระทั่งย้อนหลังไปไกลจนถึงชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับความคิดความเชื่อของผู้คนจากรุ่นสู่รุ่นในระดับที่หลายครั้งต้องเซอร์ไพรส์ด้วยความโยงใยอย่าง ‘คาดไม่ถึง’

Advertisement

ดังเช่นตอน ‘ขุนช้างขุนแผน พื้นเพสุพรรณเมืองเพลง วรรณกรรมผู้ดี กระฎุมพี’ ที่จะออนแอร์ในวันพรุ่งนี้ 25 มีนาคม 2564 พฤหัสบดีสุดท้ายเช่นเคย ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจมติชนออนไลน์, ข่าวสดศิลปวัฒนธรรมและยูทูบมติชนทีวี ช่องทางเดิม ที่เพิ่มเติมคือความเข้มข้นยิ่งขึ้นตามจำนวนปีนับแต่เทปแรกจนถึงวันนี้

ถ่ายทำกันที่ คุ้มขุนช้าง อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เรือนไทยหลังงามของคหบดีกระฎุมพีนาม ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ผู้มีชื่อเล่นว่า ‘ช้าง’ ทั้งยังท่องบทกลอนในวรรณคดีดังกล่าวอย่างแม่นยำ

“ขุนแผนปลอบน้องอย่าร้องไห้ ไปหน่อยหนึ่งแล้วจะมาส่ง
ไปเป็นเพื่อนพี่บ้างในกลางดง ชมหงส์เหมเล่นให้เย็นใจ”

คือบทที่หัวเรือใหญ่ค่ายมติชนเอื้อนเอ่ยเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า บทใดในวรรณกรรมเรื่องนี้ที่ชื่นชอบหรือจดจำเป็นพิเศษ

ด้าน สุจิตต์ อธิบายความเป็นมาของวรรณกรรมอมตะของไทยว่า ขุนช้างขุนแผนไม่ใช่วรรณกรรมสะท้อนชีวิตชาวบ้านอย่างที่มักเข้าใจกัน แต่เป็นวรรณกรรมกระฎุมพีที่เชื่อมโยงกับการเมืองเป็นหลัก คือการตีเมืองเชียงใหม่

ขุนช้างขุนแผนไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นตำนานวีรบุรุษของรัฐสุพรรณภูมิ มีคนชอบพูดว่า สาเหตุที่วรรณกรรมเรื่องนี้ไม่ปรากฏในสมุดข่อย เพราะพม่าเผาคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ซึ่งไม่จริง เพราะไม่เคยมีสมุดข่อยตั้งแต่แรก เนื่องจากเดิมเป็นคำบอกเล่า เพิ่งปรากฏเป็นลายลักษณ์ครั้งแรกสมัยรัตนโกสินทร์

‘ขุนแผน’ ปั้นจากจินตนาการ หน้าวิหารที่วัดป่าเลไลยก์ เมืองสุพรรณฯ
‘นางพิม’ ถูกตัดสินว่าเป็น ‘วันทองสองใจ’ กลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาวิพากษ์และ ‘ตีความใหม่’ จากคนยุคหลังอย่างน่าสนใจยิ่ง

“ขุนช้างขุนแผนสมัยอยุธยาและธนบุรี เล่นเป็นเพลงโต้ตอบ และเพลงเรื่อง โดยยังไม่ตีกรับเสภา กระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์จึงมีเป็นเสภา วรรณกรรมเรื่องนี้ ไม่ใช่วรรณกรรมชาวบ้าน แต่เป็นเรื่องของผู้ดี คนแต่งกลอนเสภาล้วนมาจากผู้ดี เนื้อหาหลักก็เป็นวิถีชีวิตผู้ดี คนอ่านสมัยแรกก็ผู้ดี โครงเรื่องหลักคือการตีเมืองเชียงใหม่ เป็นเรื่องการเมืองโคตรๆ แต่เป็นการเมืองในรัฐสมัยโบราณ สะท้อนความสัมพันธ์เชิงเครือญาติใกล้ชิดระหว่าง สุพรรณฯ ล้านนา ล้านช้าง ชื่อขุนแผน มีในโองการแช่งน้ำ หมายถึงพระพรหม”

มาถึงตรงนี้อาจมีคำถามที่ว่า แล้วในกลอนเสภาซึ่งระบุศักราช 147 ไม่อาจใช้กำหนดอายุได้หรืออย่างไร ?

สุจิตต์-ขรรค์ชัย มีคำตอบว่า นี่คือ ‘ศักราชสมมุติ’ หมายถึงเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ เหมือนที่คนชอบพูดคำว่า ‘พระเจ้าเหา’

ที่กล่าวอย่างนี้ ไม่ได้ ‘มโน’ แต่มีหลักฐานเทียบเคียง อย่างกรณี ตำนานสิงหนวัติกุมาร ก็ใช้ศักราชสมมุติเช่นเดียวกันนี้ โดยมีความหมายสื่อถึง ‘ปีที่พระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน’

สำหรับ ‘ดาบฟ้าฟื้น’ อาวุธไฮไลต์มากมายด้วยคุณูปการ ก็ไม่ได้ขึ้นมาลอยๆ เท่ๆ หากแต่ตรงกับชื่อ ‘ผีบรรพชนเมืองน่าน-หลวงพระบาง’ ปรากฏในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 45 ที่มักเรียกกันว่า ‘จารึกปู่หลาน
สบถกัน’ หรือ ‘จารึกปู่ขุนจิดขุนจอด’ พ.ศ.1935

ในขณะที่ ‘พระพันวษา’ คือพระพันปี ในที่นี้เป็นกษัตริย์ในตำนานของเมืองสุพรรณ ไม่ได้มีตัวตนจริง ปรากฏร่องรอยการใช้คำนี้ในพงศาวดารเหนือ ว่าเป็นราชบุตรของ ‘พญาพาน’ ตามเรื่อง ‘พญากงพญาพาน’ แห่งเมืองนครชัยศรี ลุ่มน้ำท่าจีน

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร พิมพ์ครั้งที่ 11 พ.ศ.2510 ความยาวกว่า 1,000 หน้า

สำหรับ ‘โลเกชั่น’ ในฉากของเรื่อง อยู่ในเมืองสุพรรณเป็นหลัก โดยเฉพาะตัวละครสำคัญ อย่างชุนข้าง ขุนแผน นางวันทอง ล้วนมีภูมิลำเนาอยู่ที่นั่น

ขุนช้าง อยู่บ้านรั้วใหญ่ ใกล้วัดประตูสาร

ขุนแผน หรือพลายแก้ว บุตรขุนไกรพลพ่าย ผู้เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ เป็นทหารคุมไพร่ 700 อยู่ ‘บ้านพลับ’ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่าสถานที่จริงอยู่ตรงไหน ส่วน นางทองประศรี มารดา อยู่แถว วัดตะไกร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคือวัดไหนอีกเหมือนกัน แต่ต่อมา ย้ายไปปลูกเรือนใหม่หลังแต่งงาน ไม่ได้ระบุว่าที่ไหน มีเพียงกว้างๆ ว่าในแว่นแคว้นสุพรรณ แต่ สุนทรภู่ เชื่อตาม ‘คำบอกเล่า’ ในยุคร่วมสมัยกับตัวเองว่านางทองประศรีมีบ้านอยู่ข้าง ‘วัดแค’ ปรากฏในนิราศสุพรรณว่า

‘ทองประศรีที่สำคัญ ข้างวัด แคแฮ
เดิมสนุปทุกวันนี้ รกเรื้อเสือคะนอง’

ขุนช้างขุนแผน เล่ม 30 ความยาว 25 หน้า โรงพิมพ์พานิชศุภผล พิมพ์เมื่อ ‘พระพุทธศักราช 2460’ จำนวน 1,000 ฉบับ (ภาพจากฐานข้อมูลเก่าชาวสยาม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร องค์การมหาชน)

ส่วน นางวันทอง หรือพิมพาลาไลย เป็นธิดาพันศรโยธา พ่อค้ามีทรัพย์ กับนางศรีประจัน ตระกูลเศรษฐีท่าพี่เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันคือย่านตลาดในเมือง ฝั่งตรงข้ามวัดตะไกร

เหล่านี้ คือข้อมูลพื้นฐานที่แฟนวรรณกรรมย่อมทราบเป็นอย่างดี ทว่า หากไม่มีการเชื่อมโยงค้นคว้าระดับสหวิทยาการ คงไม่ใช่สไตล์ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ที่มาเปิดสัมพันธ์ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมอีกทั้งการเมืองเรื่อง ‘เครือญาติ’ ผ่านโครงเรื่องหลักของขุนช้างขุนแผน คือการ ‘ตีเชียงใหม่’ ดังที่กล่าวมาข้างต้น แม้ผู้คนจะจดจำเรื่อง‘รักๆ ใคร่ๆ’ ในไทม์ไลน์ชีวิตของตัวเอกมากกว่า

“เครือญาติยิ่งใกล้ชิดกันมาก ก็ยิ่งมีเรื่องขัดแย้งกันมาก ตัวอย่างเช่น อยุธยาสมัยแรกๆ กับกัมพูชา ทำสงครามกันเพราะเป็นเครือญาติใกล้ชิด ส่วนสุพรรณภูมิขัดแย้งกับเชียงใหม่ด้วยผลประโยชน์ ได้แก่ ทรัพยากรสำคัญ อย่างเหล็ก และกำลังคน ร่องรอยที่แสดงถึงความใกล้ชิดมีมากมาย โดยเฉพาะตำนาน นิทาน ไม่ว่าจะเป็น พญาพาน ดาบฟ้าฟื้น ขุนแผน เป็นสัญลักษณ์ความเคลื่อนไหวโยกย้ายของวัฒนธรรมไปตามเส้นทางการค้าดินแดนภายใน จากล้านนา ล้านช้าง ลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก” (อดีต) สองกุมารสยามอธิบาย

ยังมีรายละเอียดอีกมากมายให้ร่วมตีความ ถอดรหัส กระทั่งวิพากษ์หลากประเด็นไปพร้อมกันในวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคมนี้ เวลา 20.00 น.

 รับชมรายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ตอน ‘ขุนช้างขุนแผน พื้นเพสุพรรณเมืองเพลง วรรณกรรมผู้ดี กระฎุมพี’ ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรมและยูทูปมติชนทีวี ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม เวลา 20.00 น.