สาธารณรัฐกล้วย หรือ Banana Republic เป็นศัพท์ในทางการต่างประเทศที่มีที่มาจากอเมริกากลางและประเทศแคริบเบียนในยุคทศวรรษที่ 1900-1950 โดยนักเขียนเรื่องสั้นนามอุโฆษ โอ’เฮนรี่ ได้กล่าวถึงประเทศสมมุติที่ถูกอเมริกาใช้สายลับและอิทธิพลทางเศรษฐกิจเชิดชักใยอยู่เบื้องหลังกองทัพและนักการเมือง หากผู้นำประเทศคนไหนกระด้างกระเดื่องก็จะถูกรัฐประหารหรือจัดม็อบล้มล้างการปกครอง สะท้อนสภาพที่เกิดขึ้นจริงที่ประเทศแถบอเมริกากลางอย่างฮอนดูรัสและกัวเตมาลา แทรกแซงรัฐบาลที่อ่อนแอและเต็มไปด้วยคอร์รัปชั่น จ่ายเงินสินบนซื้อทหารในกองทัพให้มากดขี่ชนพื้นเมืองที่เคยใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่ก่อน และรักษาผลประโยชน์ จนถึงการชี้นำการเมืองของประเทศนั้นให้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท รวมถึงเป็นมือไม้ให้ดำรงความเป็นเอกมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา
สภาพของ “สาธารณรัฐกล้วย” ในอเมริกากลางสิ้นสุดภายหลังความตึงเครียดในสงครามเย็นผ่อนคลายลง สหรัฐอเมริกาพ่ายแพ้ถอยร่นออกจากสงครามเวียดนาม บริษัทผลไม้ยักษ์ใหญ่ล้มละลายจากโรคกล้วยที่ทำให้
ต้นกล้วยในไร่ตายแทบล้างสายพันธุ์ การทุ่มทุนในการเมืองไม่ก่อให้เกิดรายได้เช่นเดิม และการตรวจสอบจากสภาคองเกรสถึงอาชญากรรมที่ก่อขึ้นเพื่อปลูกกล้วยเข้มข้นขึ้น
หากแต่ในศตวรรษที่ 21 “สาธารณรัฐกล้วย” แบบใหม่เริ่มเพาะเชื้อลักษณะเดิมขึ้นในทางตอนเหนือของลาว เวียดนาม พม่า และภาคเหนือของไทย ซึ่งในรอบนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “สาธารณรัฐประชาชนกล้วย” เพราะได้รับการสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มที่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทเอกชนจีนซึ่งได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลกลาง ได้เข้ามาเจรจาต่อรองเพื่อสัมปทานที่ดินปลูกกล้วยในแขวงตอนเหนือของลาว ได้แก่ แขวงบ่อแก้ว พงสาลี อุดมไซ หัวพัน จำนวนมากเช่นเดียวกับสัมปทานปลูกยางพารา โดยรายงานล่าสุดพบว่าในแขวงอุดมไซ มีพื้นที่สวนกล้วยจีนมากถึง 31,000 ไร่ และในแขวงบ่อแก้วอีกกว่าแสนไร่ โดยสวนกล้วยเหล่านี้เข้ามาปลูกโดยอ้างว่าจะสร้างงาน
ให้กับชาวลาวในพื้นที่ รวมถึงเพิ่มรายได้ให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า สวนกล้วยใช้แรงงานชาวลาวน้อยกว่าที่อ้าง ส่วนมากนำเข้าแรงงานชาวจีนจากคุนหมิงและมณฑลเสฉวนซึ่งมีเส้นทางถนนเชื่อมต่อโดยตรง ที่เลวร้ายไปกว่านั้น สวนกล้วยในพื้นที่ดังกล่าวยังใช้สารเคมี ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชที่นำเข้าจากจีนโดยไม่แจ้งต่อทางการลาว ทำให้เกิดภาวะปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม จนเจ้าแขวงหลายแขวงสั่งระงับการขยายสัมปทาน และยกเลิกการให้สัมปทานเดิมไปหลายกรณี โดยเฉพาะแขวงบ่อแก้วที่พบว่ามีแรงงานชาวลาวล้มป่วยจากสารเคมีในไร่กล้วยนับร้อยครัวเรือน
นอกจากนี้ ภายหลังอุทกภัยรอบล่าสุดในแขวงอุดมไซ มีถังสารเคมีที่ไม่แจ้งต่อทางการของไร่กล้วยจีนหลุดลงสู่ลำห้วยโดยยังไม่ทราบถึงผลกระทบ โดยข่าวจากภาครัฐและสื่อของทางการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน และเกิดการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีดังกล่าวจากภาคประชาชนที่ตกอยู่ในความเสี่ยงดังขึ้น
การครอบครองที่ดินเพื่อปลูกกล้วยของบริษัทจีนดังกล่าว นอกจากก่อความเสี่ยงทางสุขภาพต่อชาวพื้นเมืองแล้ว ยังแย่งแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค และได้ทำลายพื้นที่ป่าดั้งเดิมออกไป ส่งออกไม้ในพื้นที่สัมปทานที่ห่างไกลไปด้วย โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบก็ถูกอิทธิพลหรือเงินทำให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แม้ว่านโยบายส่วนกลางหรือของแขวงจะสั่งให้เข้มงวดอย่างไรก็ยากจะดำเนินการไปได้ สถาปนาเขตปกครองของจีนภายในประเทศที่มาสัมปทานซึ่งยากจะเข้าไปตรวจสอบ และยังแผ่อำนาจเข้าสู่การปกครองของรัฐในพื้นที่ที่มีสวนกล้วยตั้งอยู่
การตรวจสอบและเข้มงวดของทั้งภาครัฐและประชาชนในการสัมปทานไร่กล้วยจีนดังกล่าวจึงควรกระชับขึ้นและเป็นความร่วมมือในทุกประเทศที่จีนเข้ามาขอปลูกกล้วย ไม่ว่าจะเป็นลาว ไทย เวียดนาม เพื่อไม่ให้เกิดภาวะ “สาธารณรัฐประชาชนกล้วย” ที่จะครอบงำและชักใยประเทศแบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับอเมริกากลางในอดีต

