เริงโลกด้วยจิตรื่น : จนกว่าจะปลดปล่อย

แต่ละชีวิตนั้นเป็นสภาวะธรรม เกิดด้วยการประกอบกันขึ้นด้วยสิ่งต่างๆ

ในภาวะที่ถูกปรุงแต่งขึ้น

“มนุษย์” นั้นยืนยงกว่าฟองน้ำ แต่ไม่อยู่ยั่งยืนยาวเท่าขุนเขา อายุยืนกว่ายุง แต่สั้่นกว่าเต่า

ไม่มีใครบอกใครได้ว่าจะเจ็บป่วย จะตายเมื่ออายุเท่าไร ตัวเองก็บอกตัวเองไม่ได้

หลุดร่วงไปเหมือนมะม่วงหล่นจากขั้ว บ้างแค่ยังเป็นดอกเป็นช่อ บ้างแค่ผลิเป็นลูกเล็กๆ บ้างเติบใหญ่ได้ บ้างเป็นมะม่วงอ่อน บ้างแก่เข้าไคล หรือที่เหลือสุกงอมคาต้นก็มี

แต่ที่สุดแล้วทุกลูกล้วนร่วงหล่น หรือถููกปลิดไป ด้วยนก กระรอก แมลงหวี่ แมลงวัน ล้วนต้องพลัดพรากจากต้น

สรรพชีวิตเป็นเช่นนี้ มีอยู่แต่แปรเปลี่ยนไป เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

เพราะเหตุเช่นนี้้ศาสดาจึงชี้แนะว่าอย่าหลงติดเลย

ความมีอยูู่ที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ มีแต่ต้องรู้ให้เท่าทันความแปรเปลี่ยนของแต่ละเหตุ และทำใจยอมรับความไม่คงตัวอยู่นั้น

สรรพสิ่งที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอด ความมีอยู่จะต่างอะไรกับไม่มีอยู่จริง

อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจเช่นนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยประสบการณ์ อันเกิดจากการเรียนรู้ และปฏิบัติจนเกิดทักษะที่จะเห็นสัจธรรมได้

เมื่อวัยเยาว์ส่วนใหญ่เป็นการสร้างตัวตน เชื่อมั่นว่าความสำเร็จของชีวิตคือความมั่นคง ในความหมายการสะสมสิ่งของที่คิดว่าชีวิตจำเป็นต้องมีต้องใช้ไว้ให้มากที่สุด ป้องกันไม่ให้เกิดความขาดแคลนขึ้นในวันข้างหน้า

อนาคตที่ดีงามคือสะสมสิ่งทั้งหลายไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อได้ชื่อว่าเป็นผู้มีสมบัติ เชื่อว่ายิ่งมีมากยิ่งมั่นคงมาก

เรียนรู้วิธีการที่จะสะสมให้ได้มากๆ อย่างสร้างอำนาจ คิดค้นสร้างสินค้า หาวิธีกระตุ้นแรงจูงใจให้ผู้คนอยากได้

ต่างเป็นคนชื้อ คนขายของกันและกัน

การต่างกระตุ้นให้เห็นความจำเป็นในกันและกัน ขยายสิ่งที่อยากได้ใคร่มีให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นไม่รู้จบ

ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมด เวียนอยู่กับการแสวงหาสิ่งที่ต้องได้ต้องมีนั้น จนชีวิตหลุดร่วงไปโดยไม่ทันนึกว่า ไม่มีอะไรที่มีอยู่จริง สรรพสิ่งล้วนแปรเปลี่ยนเสื่อมสลาย

ข้าวของ สมบัติที่จะสมไว้ หากต้องการให้คงทนถาวรต้องมีภาระหาวิธีและลงทุนเพื่อบำรุงรักษาไว้เรื่อยๆ แต่ถึงที่สุดแล้วหนีไม่พ้นที่จะต้องผุพัง เน่าเปื่อย สลายหายไป

ขึ้นอยู่แค่ว่าระหว่างชีวิต กับสมบัติพัสถานอะไรจะเสื่อมถอยจากลาไปก่อนเท่านั้น

ที่เข้าใจเช่นนี้ได้มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยปลาย

กระนั้นก็ตาม แม้จะเข้าใจแต่การฝ่าด่านความเคยชินที่ต้องตะเกียกตะกายสร้างความมั่นคง ยืนยงให้กับชีวิตเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

มีไม่กี่คนหรอกที่ระลึกได้ถ่องแท้ว่า ชีวิตเป็นเพียงสภาวะหนึ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาด้วยปัจจัยต่างๆ มาประกอบกันขึ้น และส่งผลในเชิงปฏิกิริยาต่อกัน แต่ละปัจจัยล้วนประกอบได้ด้วยปัจจัยที่ย่อยลงไปเป็นทอดๆ ไปเรื่อย และทุกสิ่งที่มาประกอบกันล้วนไม่คงอยู่ ต่างแปรเปลี่ยนไปตามปฏิกิริยาของกันและกัน จากสิ่งอื่นที่ประกอบขึ้นเป็นทอดๆ ไป

และแม้จะระลึกได้อย่างถ่องแท้ก็ใช่ว่าจะปล่อยวางความเคยชินที่ยึดถือมายาวนานนั้นได้ง่าย

คนจำนวนมากที่เห็นแล้ว แต่ไม่นานที่เห็นนั้นก็เลือนหายไป กลับไปยึดถืออย่างที่เคยชินเหมือนเดิม

เพียงแต่ ไม่ว่าจะยึดถืออย่างไร

ความเป็นจริงที่ว่าชีวิตคือสภาวะหนึ่งที่ไม่คงทน ดำเนินไปด้วยความแปรเปลี่ยน

ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร ก็ไม่คงทนอยู่ได้

เป็นไปเช่นนั้น

ทุกข์ร้อนอันเกิดจากการทำใจยอมรับสัจธรรมนี้ไม่ได้ จึงเกิดขึ้นกับสรรพสัตว์ โดยเฉพาะผู้คนไม่รู้เลิกรา

จันทร์รอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปภ.เผยเกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด บ้านเรือนเสียหายกว่า 60 หลัง เร่งช่วยผู้ประสบภัย
บทความถัดไปปชป. ชื่นมื่น ต้อนรับดรีมทีมจากจันทบุรี ร่วมอุดมการณ์พรรค เตรียมพร้อมส่งสู้สนามเลือกตั้งครั้งหน้า