ขรรค์ชัย-สุจิตต์เตรียมเปิดปม ‘ทวงทับหลังนารายณ์’2531 ก่อนได้คืนชิ้นเอก‘เขาโล้น-หนองหงส์’2564

26.05.21 | 14:58 น.
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ก่อนถูกโจรกรรม ภาพจากฟิล์มกระจกชุดหอพระสมุดวชิรญาณ

คนไทยเตรียมเปิดป้ายต้อนรับทับหลังที่จะได้คืนจากสหรัฐอเมริกาเร็วๆ นี้ถึง 2 ชิ้น ได้แก่ ทับหลังที่เคยประดับบนกรอบประตูปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว และปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์

ด้วยแรงทวงอย่างไม่ลดละของภาคประชาชน นำโดยกลุ่ม ‘สำนึก 300 องค์’ ร่วมกับภาครัฐอย่างกรมศิลปากรและกระทรวงการต่างประเทศ

ระหว่างการแพคโบราณวัตถุรอส่งกลับราชอาณาจักรไทยในอีกไม่ช้า ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน เตรียมเปิดปม และเปิดปูมย้อนความหลังครั้ง ‘ทวงทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์’ จากสหรัฐ เมื่อ พ.ศ.2531 ผ่านรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ตอน ‘ประวัติศาสตร์เครือญาติไทย-กัมพูชา กรณีทับหลังประชาชนทวงคืนจากสหรัฐ’ ที่จะออกอากาศให้รับชมผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรมและยูทูบมติชนทีวี ในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคมนี้ 2 ทุ่มตรงเหมือนเดิม

ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์

อดีต 2 กุมารสยาม ชวนย้อนไทม์ไลน์ซูมประวัติศาสตร์ระยะใกล้เมื่อ 33 ปีก่อน ครั้งทวงทับหลังสำเร็จ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ จากปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งภาคราชการเคยพยายามทวงคืนตั้งแต่ พ.ศ.2516 แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งภาคประชาชนรวมพลังทวงซ้ำจนได้คืนใน พ.ศ.2531 แต่ในหนังสือชื่อ ‘ปราสาทพนมรุ้ง’ ของกรมศิลปากร กลับไม่มีการกล่าวถึงประชาชนที่ร่วมกันทวง โดยเฉพาะประชาชนไทยในเมืองชิคาโก พูดถึงแต่การทวงคืนของภาคราชการ

“ครั้งนั้นชาวเมืองชิคาโกร่วมกันออกทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ ทูลเชิญศาสตราจารย์ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล อดีตคณบดีคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เป็นผู้แทนจากไทยไปยังชิคาโกในการไต่สวนของเทศบาล ร่วมด้วย พิสิฐ เจริญวงศ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้แทนจากกรมศิลปากร และ วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาการอธิการบดี ม.รามคำแหง ซึ่งตอนนั้นคือหนึ่งในคณะกรรมการรณรงค์กรณีทับหลังฯ ในที่สุดก็สำเร็จ” ขรรค์ชัย-สุจิตต์ เกริ่นเป็นน้ำจิ้มรสดีที่ต้องชิมต่อแบบเต็มๆ ในรายการ โดยจะมีการเปิดเผยภาพเหตุการณ์ครั้งนั้น พร้อมด้วยข่าวสารในหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่ง ‘มติชน’ มีบทบาทในปฏิบัติการดังกล่าวด้วย โดยส่งผู้สื่อข่าวพิเศษไปยังสหรัฐเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ รวมถึงสนับสนุน

Advertisement
หน้า 1 นสพ.มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2531ลงข่าวแห่รับทับหลังที่พิสูจน์เนื้อแล้วว่าเป็น ‘ของจริง’ ผู้ว่าบุรีรัมย์ประกาศฉลองใหญ่ 3 ธันวาคมปีเดียวกัน

ข้อมูลเรื่องทับหลังดังกล่าวเพื่อการทวงคืน

ลำดับเหตุการณ์ทวงมรดกทางประวัติศาสตร์ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์เสียเองในครั้งนั้น เริ่มต้นจากเรื่องราวดุจภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ เมื่อทับหลังงดงามจำหลักภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ถูกมือมืดโจรกรรมไประหว่าง พ.ศ.2503-2508 ในช่วงสงครามเวียดนาม

ขณะนั้นไทยมีรัฐบาลเผด็จการทหารที่สืบทอดอำนาจจาก จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปิดหูปิดตาประชาชน แต่เปิดช่องทางการฉกชิงโบราณวัตถุทั่วไทยส่งขายระดับนานาชาติ

ศิลปวัตถุล้ำค่าจึงโกอินเตอร์สู่เคหสถาน จนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะต่างแดนด้วยหลากหลายวิธีการหลบเลี่ยง

ทับหลังนารายณ์ฯ คืนสู่เบื้องบนของกรอบประตูทางเข้ามุขตะวันออกของปรางค์ประธาน

ครั้นเมื่อเกิดการทวงคืนก็ย่อมต้องมีหลักฐานยืนยัน โดยในขณะนั้นฝ่ายไทยใช้ภาพถ่ายขาวดำ ฝีมือ มานิต วัลลิโภดม ภัณฑารักษ์เอก กองโบราณคดี กรมศิลปากร เผยสภาพทับหลังดังกล่าวขณะชำรุดหักพังวางกองบนพื้นปราสาทพนมรุ้ง จากเดิมที่เคยประทับเหนือกรอบประตูทางเข้ามุขตะวันออกของปรางค์ประธาน โดยหน่วยงานราชการไทยส่งจดหมายทางการถึงสหรัฐซึ่งไม่ยอมคืนนับแต่ พ.ศ.2516 ผ่านไปยาวนานถึง 15 ปี กระทั่งปลายปี 2530 คณะกรรมาธิการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร กดดันรัฐบาลให้ทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม 2531 แต่ก็ยังคงไม่สำเร็จ

รายงานพิเศษใน นสพ. มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน 2531 วันเดียวกับที่ทับหลังนารายณ์ถึงแผ่นดินไทย

สื่อมวลชนไทยและนานาชาติ พากันร่วมกระพือข่าว โดยเน้นช่วงสงครามเวียดนามที่สหรัฐตั้งฐานทัพในภาคอีสาน เพื่อส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดในประเทศเพื่อนบ้าน มีเอกสิทธิ์ทางการทหารในสงครามกระตุ้นให้เกิดการทำลายโบราณสถานในอีสานเพื่อเอาโบราณวัตถุไปขายทั้งในกรุงเทพฯ สหรัฐ และประเทศอื่นๆ ในโลก

คนไทยในชิคาโกรวมถึงชาวอเมริกันร่วมเดินขบวนทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ หน้า Art Institute ไปถึงดาวน์ทาวน์ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2531

มาถึงตรงนี้ ขรรค์ชัยและสุจิตต์ ผู้ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีความ ‘อิน’ ด้วยความเป็นบัณฑิตคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมเล่าอย่างมีอารมณ์ร่วม ที่สำคัญคือข้อมูลเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นพลังคนไทยในเมืองชิคาโกและเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐ รวมตัวทวงทับหลังอย่างไม่อ่อนข้อ แม้เคยถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

คณะกรรมการรณรงค์กรณีทับหลัง จึงปรับทิศทาง โยกหางเสือด้วยการ ‘เข้าถึง’ บุคคลสำคัญต่างๆ ที่มีพลังต่อรองทางการเมืองและทางวัฒนธรรมของเมืองชิคาโก กระทั่งอังคารที่ 25 ตุลาคม 2531 คณะกรรมการกิจการพิเศษและการวัฒนธรรมของสภาเมืองชิคาโก กำหนดให้มีการไต่สวนสาธารณะ ณ ศาลาว่าการเมือง

ทับหลังถึงท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย 10 พฤศจิกายน 2531

ชาวไทยในเมืองชิคาโกร่วมกันออกทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ทูลเชิญ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล อดีตอธิการบดี และอดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้แทนจากไทยไปชิคาโก ในการไต่สวนดังกล่าว ในที่สุดก็สำเร็จ

นี่คือเค้าโครงคร่าวๆ ของเรื่องราวที่แม้รู้ตอนจบว่าแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่ก็มีสรรพสิ่งระหว่างบรรทัดที่ 2 วิทยากรอาวุโสจ่อจัดหนักจากครั้งกระโน้นสู่บทเรียนและความสำเร็จของวันนี้ที่ภาคประชาชนคือส่วนสำคัญยิ่งอย่างไม่อาจปฏิเสธได้


รับชมรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ตอน ‘ประวัติศาสตร์เครือญาติไทย-กัมพูชา กรณีทับหลัง ประชาชนทวงคืนจากสหรัฐ’ ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรมและยูทูบมติชนทีวี ในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคมนี้ เวลา 20.00 น. และติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ผ่านเพจ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’