
25 สิงหาคมที่ผ่านมา ตรงกับวันประสูติพระชันษาครบ 125 ปี พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ หรือ พระองค์วรรณฯ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสมัชชาองค์การสหประชาชาติ และอดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน
องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้เป็นบุคคลสำคัญที่มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลก ประจำปี พ.ศ.2534 และถวายพระเกียรติคุณในวาระที่ตรงกับปีวันประสูติพระชันษา 100 ปี
พระองค์วรรณฯยังทรงเป็นผู้ก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ประชาชาติ ต้นกำเนิดของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ในเครือมติชน
ในโอกาสดีนี้ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร (นามเดิม ม.ร.ว.วิวรรณ วรวรรณ) ทายาท และสมาชิกราชสกุล “วรวรรณ” จึงได้ร่วมกันจัดงานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายที่พระวิหารหลวง วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร
โดย สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้เสด็จมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งเสด็จในกรมนราธิปพงศ์ประพันธ์ได้ทรงสร้างศาลา “วรรณ-สุพิณ” ไว้เมื่อ 52 ปีก่อน
พร้อมด้วยพระราชวัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม กับเจ้าอาวาสวัดไผ่ดำ (พระมหาสำราญ ขนฺติโก) 2 วัดที่เสด็จในกรมฯได้ตั้งทุนถวายเป็นทุนการศึกษาแด่พระภิกษุและสามเณร ตั้งแต่ยังทรงพระชนม์ชีพ ซึ่งท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร พร้อมกับญาติมิตรยังถวายทุนนี้ต่อมาเป็นเวลา 40 ปี ตั้งแต่เสด็จในกรมฯสิ้นพระชนม์ จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร พระเทพปัญญากวี กับพระราชวราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งเสด็จในกรมฯได้ทรงตั้งทุนไว้ที่ 2 วัดนี้และพระอัฐิของเสด็จในกรมฯบรรจุอยู่ที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหารจนถึงปัจจุบัน
ส่วนแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมงานบำเพ็ญกุศลประกอบด้วย เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ผู้แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทยซึ่งเคยรับราชการกับเสด็จในกรมฯที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และที่กระทรวงการต่างประเทศ, เอกอัครราชทูต นงนุช เพชรรัตน์ ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ
รศ.อัจชญา สิงคาลวานิช ผู้แทนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า, ศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.เจริญ คันธวงศ์ อธิการบดีกิตติคุณก่อตั้ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมด้วย ผศ.ดร.บุญรอด วุฒิศาสตร์กุล รองอธิการบดีอาวุโส
และ บูรพา อารัมภีร นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซึ่งปีนี้ทางสมาคมได้จัดงานมอบ “รางวัลพระองค์วรรณ” ให้กับนักเขียน, นักแปล, กวี, บรรณาธิการอาวุโส และนักหนังสือพิมพ์ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี พระญาติของเสด็จในกรมฯทรงได้รับรางวัลนี้ด้วย
ด้าน ศ.ดร.ปกรณ์ อดุลย์พันธุ์ นายกราชบัณฑิตยสภาซึ่งมาร่วมงาน กล่าวว่า ราชบัณฑิตยสภาได้จัดทำหนังสือ “ศัพท์บัญญัติพระองค์วรรณ” รวบรวมงานบัญญัติศัพท์ของพระองค์ท่านกว่า 1,000 คำ จะพิมพ์เสร็จในปลายเดือนกันยายน และจะมีการเปิดตัวหนังสือในงานเสวนารำลึกถึงพระเกียรติคุณพระองค์ท่าน ที่ราชบัณฑิตยสภา นอกจากนี้ราชบัณฑิตยสภายังได้เสนอไปที่คณะรัฐมนตรีให้ประกาศเทิดพระเกียรติเสด็จในกรมฯเป็น “พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์”
ข้างต้นนี้คือบุคคลจากองค์กรที่พระองค์วรรณฯทรงเข้าไปมีส่วนร่วมและสร้างคุณประโยชน์ไว้หลากหลายสาขา
อีกทั้งยังมีบุคคลสำคัญที่มาร่วมด้วยความเคารพนับถือ ได้แก่
ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช, ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, คุณไพโรจน์ และท่านผู้หญิงอรสา ล่ำซำ, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณหญิงกัญญา หงส์ลดารมภ์, อดีตเอกอัครราชทูตชวัช อรรถยุกติ, อดีตเอกอัครราชทูตประดาป พิบูลสงคราม, ฐิระวุฒิ คอมันตร์, พัชรี และสรรเสริญ ไกรจิตติ และศุภกิจ นิมมานนรเทพ
ให้การต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่งด้วยญาติพี่น้องราชสกุล “วรวรรณ”
“สิ่งที่ยังคงจดจำได้คือคุณงามความดีของพระองค์ท่าน”
ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร ธิดาเสด็จในกรมฯ ภริยาอดีตเอกอัครราชทูตจิตริก เศรษฐบุตร กล่าวและอธิบายว่า ท่านเป็นบุคคลที่มีอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้าน น้ำพระทัยประเสริฐ มีเมตตา คงคุณงามความดีในตัวอยู่ตลอดเวลา มุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด พร้อมที่จะถวายงานใดๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและราชวงศ์มีพระราชประสงค์ จะทรงทำด้วยความภาคภูมิพระทัย และมีความเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและราชวงศ์อย่างสูงสุด
“สำหรับงานของท่าน ท่านเป็นนักการทูตคนไทยคนเดียวที่ได้เป็นประธานสมัชชาองค์การสหประชาชาติ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว โดยในเดือนกันยายนนี้จะครบ 60 ปีที่ท่านรับตำแหน่ง อันเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการระหว่างประเทศโดยเฉพาะสหประชาชาติ ท่านเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ประนีประนอม และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศชาติสูงสุด
“ขณะเดียวกันท่านก็เป็นผู้ที่รักภาษาไทยทั้งที่ได้รับทุนหลวงไปเรียนในต่างประเทศตั้งแต่อายุ 14 สนใจในบาลีสันสกฤตและกลับมาบัญญัติศัพท์ภาษาไทยกว่าพันคำ เวลานี้ทางราชบัณฑิตยสภากำลังจัดพิมพ์หนังสือศัพท์บัญญัติพระองค์วรรณ จะเสร็จในเดือนหน้าและเปิดตัวหนังสือที่ราชบัณฑิตยสภา เป็นหนังสือที่รวบรวมศัพท์ที่ท่านพ่อทรงคิดค้น โดยคำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันหลายคำที่สังคมใช้อยู่แต่ไม่ทราบว่ามาจากท่าน เช่นคำว่า ปฏิรูป ปฏิวัติ รัฐธรรมนูญ นวัตกรรม มลพิษ มลภาวะ ประชาธิปไตย” ท่านผู้หญิงวิวรรณกล่าว
ส่วนงานด้านการศึกษา ท่านผู้หญิงวิวรรณเล่าว่า ท่านเป็นนักวิชาการ โปรดที่จะเป็นอาจารย์สอนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและธรรมศาสตร์ โดยเป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์อยู่ 8 ปี แล้วได้ริเริ่มเป็นประธานก่อตั้งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า อีกทั้งท่านยังได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ท่านได้มอบวิชาไว้ให้หลายแขนง
ธิดาเสด็จในกรมฯกล่าวต่อไปว่า ส่วนในแวดวงสื่อท่านเป็นนักหนังสือพิมพ์ ขณะเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ประชาชาติได้เขียนข่าวโดยใช้นามปากกา “ไววรรณ” จากนั้นได้มอบชื่อหนังสือพิมพ์ประชาชาติให้นายขรรค์ชัย บุนปาน ดำเนินงานต่อไป
