5-6 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมอันเนื่องมาจากการท่องเที่ยวเฟื่องฟูขึ้นผิดหูผิดตา ประการหนึ่งเพราะการเกิดขึ้นของสายการบินโลว์คอสต์ ที่เอื้อให้ใครๆ ก็บินได้ สนามบินหลายๆ แห่งที่เงียบเหงามานานจึงค่อยๆ คืนชีพกลับมาคึกคักอีกครา โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว
รวมทั้งในหลายประเทศ เช่น รอบบ้านอาเซียนที่อยู่ในระหว่างการขยับขยาย สร้างสนามบินแห่งใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารที่แวะเวียนเดินทางไปท่องเที่ยวกันเป็นว่าเล่น
“ภูเก็ต” เป็นอีกแห่งที่เดินหน้าเต็มสูบ กับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต วันนี้อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พร้อมที่จะย้ายสายการบินระหว่างประเทศทั้งหมดเข้าพื้นที่ภายในเดือนกันยายนนี้
เฟสต่อไปคือ การปรับปรุงอาคารหลังเดิมสำหรับรองรับผู้โดยสารภายในประเทศเต็มพื้นที่
สำหรับผู้ที่แวะไปธุระปะปัง ไปพักผ่อนในช่วงหลังๆ นี้ เมื่อก้าวออกจากสนามบินจะสังเกตเห็นอาคารหลังใหม่โดดเด่นเคียงคู่กัน ด้วยลักษณะทางสถาปัตย์ของอาคารที่กรุกระจกใส เส้นหลังคาเป็นลอนโตราวกับคลื่นโยนตัวในมหาสมุทรอันดามัน
นี่คืออาคารระหว่างประเทศหลังใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยวที่นับวันจะมากขึ้นเป็นทบทวี ของเกาะที่ได้สมญานามว่า “ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้”

(ซ้ายบน) บันไดทางขึ้นชั้นบนทรงคล้ายเปลือกหอยตัดขวาง (ซ้ายล่าง) พรมสั่งทอวางเป็นรูปปลาแหวกว่ายในอันดามัน (ขวาบน) โถงด้านใน และหลังคากรุกระจกให้แสงผ่าน (ขวาล่าง) การออกแบบเน้นเส้นโค้ง จินตนาการไปถึงเรือเดินสมุทร
ใครๆ ก็ไป ‘ภูเก็ต’
ภูเก็ต เป็นประตูสู่อันดามัน เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศนิยมมาใช้เวลาพักผ่อนกันยาวๆ
โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่หลายต่อหลายคนถือว่าภูเก็ตเป็นบ้านที่ 2 ชวนพ่อแม่พี่น้องมาชิลกันที่นี่ แม้ว่าในระยะหลังเศรษฐกิจจะยอบแยบลง แต่ตัวเลขของนักท่องเที่ยวรัสเซียยังนับว่ามากเป็นอันดับ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีน
บรรดาป้ายภายในสนามบินจึงไม่เพียงภาษาไทย อังกฤษ จีน ยังมีภาษารัสเซียกำกับด้วย
ที่ผ่านมา แม้ท่าอากาศยานภูเก็ตจะเป็นท่าอากาศยานเล็กๆ มีพื้นที่เพียง 1,382 ตร.ม. ด้านหนึ่งติดภูเขา อีกด้านติดทะเล มีรันเวย์เดียว แต่ถ้าพูดในแง่ตัวเลขของผลกำไรขั้นต้น (Gross Profit) มลฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต คนใหม่หมาดบอกว่าอยู่ที่ 70%
“ปัจจุบันเราอยู่ในช่วงวิกฤตสุดๆ” ผอ.การท่าฯภูเก็ตบอก
“เรามีอาคารเพียงหลังเดียว พื้นที่ 32,000 ตร.ม. รองรับผู้โดยสารได้ 6.5 ล้านคน มีรันเวย์เดียว ตั้งแต่รับโอนจากกรมการบินพาณิชย์เมื่อปี 2531”
ทั้งนี้ นอกจากความแออัดของพื้นที่แล้ว อีกสิ่งที่เป็นปัญหาคือ ความทรุดโทรมของอาคาร ซึ่งบางส่วนมีการรั่วซึมของน้ำ เพราะภูเก็ตฝนตกหนักมาก รวมทั้งเครื่องปรับอากาศที่มีความเย็นไม่พอ
ผอ.มลฤดีเล่าให้ฟังว่า อาคารระหว่างประเทศหลังใหม่ที่เพิ่งแล้วเสร็จหมาดๆ นี้นับว่าเป็นเฟสแรกของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ปีงบประมาณ 2553-2557 มูลค่าโครงการทั้งสิ้น 5,100 ล้านบาท มีด้วยกัน 15 หมวดงาน ปัจจุบันเหลือเพียงหมวดเดียว คือการปรับปรุงอาคารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสำหรับเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ
ฉะนั้น ด้วยพื้นที่อาคารระหว่างประเทศหลังใหม่ประมาณ 72,000 ตร.ม. รองรับผู้โดยสารได้ราว 5 ล้านคน ขณะที่อาคารเดิมเมื่อปรับปรุงแล้วสามารถรับผู้โดยสารได้ 7.5 ล้านคน จึงให้ความมั่นใจว่า
ผู้โดยสารที่มาเยือนภูเก็ตจะได้รับความสะดวกสบายมากกว่าเดิมแน่นอน
รวมทั้งการตรวจเช็กกระเป๋า ที่ปรับเป็นระบบ “อิน-ไลน์ สกรีนนิ่ง” เมื่อกระเป๋าผ่านไปตามสายพาน ถ้ามีสิ่งต้องสงสัยระบบ
อัตโนมัติจะปัดกระเป๋าออกและส่งไปยังอีกห้องเพื่อตรวจสอบกระเป๋านั้นอีกครั้ง

‘กรีน แอร์พอร์ต’
ความภาคภูมิของชาวภูเก็ต
เพราะภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลกที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาให้ได้ เกาะภูเก็ตจึงเป็นจุดขายแน่นอน
ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ตได้รับรางวัลดีเด่นด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย 13 ปีซ้อน แล้วยังได้รับรางวัลเอื้อต่อคนพิการดีเด่น ปี 2558 ฉะนั้นการออกแบบในส่วนของอาคารผู้โดยสาร
หลังใหม่ นอกจากการให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เป็นยูนิเวอร์แซลดีไซน์เช่นเดิม ยังใส่ใจเพิ่มเติมในเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน
สืบพงษ์ คำโฮงค์ วิศวกรชำนาญการ อธิบายถึงในส่วนของการออกแบบอาคารระหว่างประเทศหลังใหม่ว่า ออกแบบโดยคนไทย มีรูปแบบของ “ชิโน-โปรตุกีส” ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของอาคารเก่าใน จ.ภูเก็ต และอีกส่วนเป็น “อันดามัน” คือในส่วนของการออกแบบหลังคาที่เป็นเกลียวคลื่น และในส่วนของพื้นที่บริเวณด้านนอก
“แสงที่ภูเก็ตดีมาก จึงออกแบบเป็นกระจกโดยรอบกว่า 70% เพื่อรองรับเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน โดยเราใช้กระจกโลว์-อี (Low-E) (กระจก 2 ชั้น เคลือบฉนวนกันรังสีอินฟราเรด) ซึ่งประโยชน์ประการหนึ่งคือ ได้แสงสว่าง และสองคือ ได้ความเย็น”
นอกจากนี้ ลักษณะของผนังกระจกที่ทำมุมกับพื้น 45 องศา ประกอบกับการที่มีลมทะเลพัดเข้ามาปะทะตลอด ทำให้ผ่อนแรงการทำงานของระบบปรับอากาศภายในอาคารได้มาก เพราะสะท้อนความร้อนออกไปได้ถึง 70%
ขณะเดียวกัน การออกแบบให้มีช่องแสงเปิดรับแสงจากธรรมชาติ และระบบไฟส่องสว่างภายในอาคารที่ใช้ไลติ้ง คอนโทรล ควบคุมแสงให้หรี่ไฟลงในเวลากลางวัน และเพิ่มความแรงของแสงในเวลากลางคืนโดยอัตโนมัติ เป็นการประหยัดพลังงานอีกวิธีหนึ่ง
ฮิปๆ คูลๆ ระหว่างรอใช้บริการ
แม้ว่า ณ วันที่มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมอาคารหลังใหม่กับชมรมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ก่อนเปิดใช้จริง ยังจัดวางไม่แล้วเสร็จ ยังสัมผัสได้ถึงอารมณ์ทะเลของเมืองแห่งไข่มุกอันดามัน ที่ ผอ.การท่าฯภูเก็ตย้ำว่า ความที่เป็น “เกตเวย์ ทู อันดามัน” ได้ซ่อนกิมมิกไว้ในหลายๆ จุด ตั้งแต่…
การตกแต่งประตูห้องน้ำในสนามบินทุกจุดของอาคารผู้โดยสาร (ระหว่างประเทศ) เป็นภาพวิวและสถานที่สวยๆ ของ 5 จังหวัดอันดามัน คือนอกจากภูเก็ต ยังมีกระบี่ ตรัง พังงา และระนอง
“หมายใจว่า คนที่มาเมื่อเห็นภาพวิวนี้แล้วอาจจะเดินทางต่อเนื่องไปท่องเที่ยวยังจังหวัดอื่นๆ ในอันดามันของเรา เพราะเราเป็นประตูสู่อันดามัน”
รวมทั้งเก้าอี้ผู้โดยสารที่ไม่ได้เป็นเก้าอี้นวมหรือเก้าอี้หนังเช่นสนามบินอื่น แต่เป็นแนวเครื่องจักสาน เป็นเส้นหวายโปร่งๆ สบายๆ ให้บรรยากาศเหมือนทะเล
กระทั่ง…พรมปูพื้นที่สั่งทอเป็นพิเศษ เมื่อปูบนพื้นลายที่ต่อกันดูเหมือนปลาที่แหวกว่ายในอันดามัน
ฟังเช่นนี้แล้วไม่ใครก็ใครย่อมอยากไปสัมผัส (สนามบิน) ภูเก็ตกันอีกสักครั้ง ผอ.การท่าฯย้ำว่า ไม่ต้องเป็นกังวลกับความแออัด เพราะแม้จะมีรันเวย์เดียว แต่สามารถรองรับการลงจอดแบบสบายๆ ได้ถึง 20 ลำ/ชม.
“รวมทั้งโครงการหลังสร้างเสร็จหมดแล้วจะจุผู้โดยสารได้ 12.5 ล้านคน ซึ่งจริงๆ ปัจจุบันในหน้าไฮซีซั่นเราก็เคยรับถึง 12.5 ล้านคนมาแล้ว ฉะนั้นถ้ามีผู้โดยสารมากกว่านี้เรารับได้สบายๆ วันละ 40,000 คน หรือ 250-300 เที่ยวบิน/วัน”
เชื่อว่าภูเก็ตรายได้โดดเด่นแน่หลังจากย้ายผู้โดยสารระหว่างประเทศมาอยู่อาคารหลังใหม่

