อาศรมมิวสิก : นักดนตรี นักสู้ชีวิต อยู่เพื่อรอด ชีวิตเป็นตำรา บัณณพัฒน์ ตั้งไพบูลย์

27.06.21 | 12:12 น.
อาศรมมิวสิก : นักดนตรี นักสู้ชีวิต อยู่เพื่อรอด ชีวิตเป็นตำรา บัณณพัฒน์ ตั้งไพบูลย์

อาศรมมิวสิก : นักดนตรี นักสู้ชีวิต อยู่เพื่อรอด
ชีวิตเป็นตำรา
บัณณพัฒน์ ตั้งไพบูลย์

บัณณพัฒน์ ตั้งไพบูลย์ เดิมชื่อบัณฑูร เพื่อนเรียกกันว่าเต่า เป็นนักเป่าฟลุตชั้นนำชาวไทย เล่นดนตรีทุกประเภท ตั้งแต่หมอลำยันคลาสสิก คือเล่นดนตรีเลี้ยงชีพ ทั้งตัวเองและครอบครัว ในวัยเด็ก เต่าอยู่กับเสียงดนตรี พ่อเปิดแผ่นเสียงและเทปให้ฟัง มีเพลงเอลวิส เพรสลีย์ คลิฟฟ์ ริชาร์ด เดอะบีเทิลส์ เพลงลูกกรุง สุนทราภรณ์ และเพลงคลาสสิก ทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง เพลงเดี่ยว เพลงออเคสตรา เต่าได้รู้จักเพลงซึ่งมีพื้นฐานจากการฟัง ทำให้ชีวิตเต่ามีต้นทุนดนตรีสูง เมื่อเต่าหันมาเล่นดนตรีอย่างจริงจัง จากเพลงที่รู้จักอยู่แล้ว ก็ช่วยให้จำเพลงได้ง่ายขึ้น

เมื่อเต่าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้รู้จักเครื่องดนตรีชิ้นแรก ขลุ่ยปิคโคโล (Piccolo) ซึ่งพี่ชายเล่นอยู่ในวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม พ่อได้ซื้อขลุ่ยปิคโคโลให้เป็นของขวัญวันเกิด เต่าจึงได้ยินได้เห็นพี่ชายฝึกซ้อมปิคโคโลที่บ้านทุกวัน เกิดความรักความชอบเสียงที่ใส เล็กแหลมและน่ารัก ซึ่งเต่ายังแอบเอาปิคโคโลของพี่ชายมาเป่าเล่นด้วย

เต่าได้เรียนดนตรีที่สยามกลการ เมื่อเข้าชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้สมัครเข้าวงดุริยางค์เลือกเล่นปิคโคโล ต้องซ้อมวงดุริยางค์ตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงสองทุ่ม หยุดแค่วันอาทิตย์ ได้ฝึกระเบียบเดินแถว ฝึกเป่าปิคโคโล ได้ฝึกเป่า
ฟลุตจากรุ่นพี่ เต่าได้เรียนรู้คุณค่าของเวลา ทำให้เป็นคนที่มีระเบียบ มีวินัย และรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีของชีวิต

ในปี พ.ศ.2528 วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม มีรายการแสดงคอนเสิร์ตแบบนั่งบรรเลง (ครั้งแรก) โดยเลือกเพลงเล่นที่ยาก (1812 Overture ของ Tchaikovsky เพลง New world Symphony ของ Dvorak) เป็นเพลงคลาสสิกซึ่งยากสำหรับวงโรงเรียนมัธยมศึกษา

Advertisement

ในวงดุริยางค์ เต่าได้เป่าเดี่ยวปิคโคโลในเพลง ซึ่งต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ถ้าเป่าไม่ได้ก็โดนรุ่นพี่ที่คุมวงด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เต่านั่งร้องไห้อยู่กลางวง ต่อหน้าสมาชิกในวงประมาณ 70 ชีวิต สร้างความอับอายและรู้สึกเจ็บช้ำใจอย่างยิ่ง จึงต้องฝึกซ้อมส่วนตัวอย่างหนักและก็ทำได้ผล ยิ่งซ้อมมากแบบถูกวิธี ทำให้การแสดงผ่านไปด้วยดีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของการเรียนดนตรี

ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้สอบเข้าค่ายวงดุริยางค์ของอาเซียน จัดค่ายและแสดงที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เป็นอีกก้าวสำคัญที่เต่าได้ใช้ชีวิตแบบนักดนตรีวงออเคสตรา ต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารทั้งกับเพื่อนและกับครูผู้ควบคุมวง เรียนรู้ว่า ดนตรีเมื่อเป็นอาชีพแล้ว ยังได้เที่ยวต่างประเทศฟรี กินฟรี พักโรงแรมหรูฟรี ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว ดนตรีจึงเป็นอาชีพที่ดี เต่าอยากเป็นนักดนตรีอาชีพ

เต่ามีความตั้งใจอยากเรียนดนตรีในชั้นอุดมศึกษา แต่พ่อเป็นผู้จัดการธนาคารและได้บอกว่าอาชีพดนตรีเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน ไม่มั่นคง ขอให้เต่าเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์แบบพ่อ ซึ่งในใจลึกๆ เต่าก็ยังอยากเรียนดนตรี แต่ก็ไม่อยากขัดใจพ่อ จึงต้องสอบเข้าเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์

เมื่อเข้าเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ได้ เต่าต้องการมอบเป็นของขวัญให้พ่อ ซึ่งเป็นวันที่พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ แต่เต่าก็ยังเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์เพื่อพ่อ ชีวิตที่เป็นลูกคุณหนู กินหรูอยู่สบาย มีพ่อดูแลเลี้ยงดู เต่าต้องมาทำงานเลี้ยงตัวเอง ต้องทำงานพิเศษ หาเงินเลี้ยงแม่และน้องสาวอีกสองคน รู้สึกว่าชีวิตโหดร้ายมาก พยายามจะมองโลกในแง่ดี ที่มีชีวิตแกร่งอึดถึกทน ได้สู้ชีวิตทุกรูปแบบ

เต่าได้เล่นกับวงบางกอกซิมโฟนีออเคสตรา (Bangkok Symphony Orchestra) เป่าฟลุตและขลุ่ยปิคโคโล โดยมี วลาดิเมียร์ คิน (Vladimir Kin) ผู้ควบคุมวงชาวรัสเซีย เต่าเล่นในวงออเคสตราขณะเรียนอยู่ชั้นปี 1 แม้ไม่มีการแสดงและค่าจ้างมากนัก แต่ก็มีชื่อเสียงรับงานเล่นดนตรีกับร้านอาหาร รับเล่น (แทน) ตามโรงแรม สอนดนตรีตามบ้าน ก็พอมีรายได้มาเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงแม่และน้องๆ ได้

ใช้เวลาหนึ่งปีกับวิชาเศรษฐศาสตร์ ทำให้พบว่ามันไม่ใช่ตัวเองเลย จึงตัดสินใจไปสอบใหม่ เลือกเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อสอบติด เต่าดีใจมาก ไปรายงานตัวรับน้อง เลือกพี่รหัสเรียบร้อย แต่แล้วก็ต้องฝันสลาย เพราะวันที่ไปลงทะเบียนจ่ายเงิน คุณอาผู้คอยช่วยเหลือครอบครัวในยามที่หารายได้ไม่พอ คุณอาจึงเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของครอบครัว บอกว่าไม่อนุญาตให้ไปเรียนดนตรี ให้เรียนเศรษฐศาสตร์ต่อไป วันนั้นเต่าก็ร้องไห้หนักมากพอๆ กับวันที่พ่อเสีย

เต่าต้องซ้อมดนตรีหนัก “ถือกฎหนึ่งหมื่นชั่วโมง” เล่นดนตรีและเรียนเศรษฐศาสตร์ ต้องทำงานเพิ่ม สมัครงานเล่นดนตรีตามโรงแรมหรูในกรุงเทพฯ สมัครทางไปรษณีย์กว่า 300 โรงแรม ได้ไปลองเล่น 5 โรงแรม สอบผ่านได้งาน 2 โรงแรม เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่สำคัญ ได้เงินค่าจ้างสูง รู้จักแขก รู้จักนักธุรกิจ เต่าเป่าฟลุตกับนักเปียโนทุกวัน เล่นเพลงทุกประเภท เล่นตามใจแขก เล่นแบบต้องจำเพลงโดยไม่ดูโน้ต เล่นใส่อารมณ์อย่างที่อยากจะเล่น (ตามใจฉัน)

แขกที่พักอยู่หลายวัน ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่เคยดูคอนเสิร์ตระดับโลกมาแล้ว ก็ขอเพลงเดี่ยวฟลุต (คลาสสิก) เต่าต้องไปทำการบ้านโดยซ้อมเป่ากับเทป ซ้อมให้เสียงเหมือนเทป ซ้อมจนจำเพลงได้ แล้วก็มาเล่นที่โรงแรมเพื่อแลกกับเงินค่าทิป แขกที่พักจะทิปเป็นเงินยูเอสดอลลาร์ ได้ทิปทุกวัน ซึ่งเป็นเงินเพิ่มนอกเหนือจากเงินเดือนประจำ

เมื่อเรียนอยู่ชั้นปี 4 ได้เล่นกับวงเยาวชนอาเซียน (Asian Youth Orchestra, AYO) ถือว่าเป็นสุดยอดของชีวิต ซึ่งมีเยาวชนจากทั่วทวีปเอเชียไปแสดงที่เยอรมนี ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน ได้แสดงในหอแสดงดนตรีที่ดีของแต่ละประเทศ ได้เรียนฟลุตกับครูสุดยอด (Doriot Anthony Dwyer) อดีตหัวหน้าฟลุตวงบอสตันซิมโฟนีออเคสตรา เต่าได้ความรู้ใหม่ ได้โอกาสแก้ไขข้อบกพร่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้ปรับตัวเป่าเพลงที่ยาก ได้ทำให้เล่นได้ง่าย แก้ไขนิ้วที่ยาก หายใจไม่ถูก ควบคุมเพลงไม่ได้ ครูช่วยแนะให้เล่นได้ง่ายขึ้น การมีครูที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เป็น “ศิษย์ที่มีครู”

หลังกลับจากค่ายอาเซียน ทางบริษัทโตโยต้าประกาศรับนักฟลุตเพื่อแสดงเดี่ยวกับวงซัปโปโรซิมโฟนีออเคสตรา (The Sapporo Symphony Orchestra) งานโตโยต้าคลาสสิก เต่าได้รับคัดเลือก โดยบริษัทโตโยต้าได้ส่งไปเรียนฟลุตเพิ่มเติมที่ญี่ปุ่น เรียนกับมาริ นากาโน (Mari Nakano) และได้แสดงต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นการแสดงกับวงออเคสตราครั้งแรกในชีวิต เป็นความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ที่ได้แสดงเดี่ยวกับวงออเคสตรา

เมื่อเรียนจบ เต่าได้ทำงานบริษัท ทำงานกลางวัน เล่นดนตรีกลางคืน เสาร์อาทิตย์ก็รับงานสอนตามบ้าน ทำงานอยู่ 11 ปี หมดสัญญา ก็จะมีนักดนตรีรุ่นใหม่ที่เป็นสาวสวยหุ่นดีมาเล่นแทน นักดนตรีผู้ชายที่ดูจะโรยรา ก็ต้องตกงานเป็นธรรมดา เต่าได้ย้ายออกจากเมือง ได้งานเล่นดนตรีที่เกาะเสม็ด ต้องเล่นกับวงแจ๊ซ ต้องร้องเพลงทั้งเพลงจริงและเพลงแผลง เพลงเอลวิส คลิฟฟ์ ริชาร์ด คือต้องเล่นดนตรีทุกชนิดที่แขกและนายจ้างต้องการ

ต่อมาวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) เปิดรับสมัครในตำแหน่งฟลุต เต่าก็ได้เป็นสมาชิกของวงและดีใจมาก เป็นวงดนตรีในฝัน มีมาตรฐาน มีตารางการแสดงรายปี และมีเงินเดือนแน่นอน เมื่อได้เล่นกับวงออเคสตราชั้นนำทำให้เต่ามีความสุขมาก ได้โอกาสไปแสดงที่ต่างประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น พม่า ลาว มาเลเซีย ยังมีงานสอนตามสถาบัน อาทิ ม.เกษตรศาสตร์ ม.รังสิต โรงเรียนนานาชาติ เต่าอยู่กับวงทีพีโอ 11 ปี มาวันหนึ่งวงก็เลิกจ้าง วันนั้นเต่ารู้สึกเสียใจมาก

ปัจจุบัน เต่าเป็นนักดนตรีวงไทยซิมโฟนีออเคสตรา (Thai Symphony Orchestra) และเป็นสมาชิกวงกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Orchestra) สอนฟลุตออนไลน์ รับงานเป่าฟลุตเป็นหลัก ร้องเพลงเป็นงานเสริม เป่าคนเดียว ราคา 5,000 บาท เล่นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ต่างจังหวัดราคา 7,000 บาท พร้อมค่าเดินทางและที่พัก วงที่เล่นมีตั้งแต่ 2 ชิ้น
ฟลุตกับเปียโน, 3 ชิ้น ฟลุต เปียโน เบส หรือฟลุต ไวโอลิน เชลโล, ฟลุตกับวงคอมโบหรือวงเครื่องสาย สามารถจัดวงได้ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง เมื่อโควิดระบาดบนบก เต่าก็รับงานลงไปเล่นดนตรีในเรือสำราญ

เต่าป่วยเป็นนิ่วและเนื้องอกในถุงน้ำดี วันที่ 22 มีนาคม 2564 เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้รวมตัวกันเล่นดนตรีระดมทุนช่วยเต่า แสดงที่มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข นักดนตรีอาชีพพเนจรอย่างเต่า ไม่มีหลักประกันสังคม ไม่มีงานที่มีหลักประกัน มีรายได้ไม่แน่นอน ก็ต้องช่วยตัวเอง คนที่รู้จักและคนที่รักเต่าก็ลงขันเพื่อช่วยเต่าเมื่อยามเจ็บป่วย เต่าเป็นคนตลกโปกฮา อารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นได้หัวเราะทุกเวลา ทุกคนจึงรักเต่าและอยากช่วยเต่า เพราะเต่ามีความดีงามเป็นภูมิคุ้มกัน

มิตรรักแฟนเพลงทิปได้ที่บัญชีบัณณพัฒน์ ตั้งไพบูลย์ ธนาคารกรุงเทพ 215-0-26949-2