เรียบเรียงใหม่จากหนังสือเพศและวัฒนธรรม โดย ปรานี วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งที่ 3 โดยสำนักพิมพ์นาตาแฮก
จัดจำหน่ายเล่มละ 285 บาท โดย www.facebook.com/iTuibooks โทรศัพท์ 08-8919-4516
เพศและวัฒนธรรม เป็นหนังสือรวมบทความทางมานุษยวิทยาที่เป็นทั้งแนวคิด ทฤษฎี และข้อมูลภาคสนามอธิบายและทำความเข้าใจเรื่องของความแตกต่างทางเพศและวัฒนธรรมจากแง่มุมของผู้หญิง
จากเคยพิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม แล้ว รวมทั้งแปลและเรียบเรียงบทความต่างๆ จากหนังสือเรื่อง Woman, Culture, and Society ของ Michelle Zimbalist Rosaldo and Louise Lamphere และค้นคว้าจากเอกสารอื่นที่ได้ระบุไว้ท้ายเล่ม
เพศและวัฒนธรรม

เพศในที่นี้หมายถึงการศึกษาเรื่องเพศ (sex) และบทบาททางเพศหรือเพศสภาพและเพศสภาวะ (gender) ของผู้หญิงและผู้ชายโดยสัมพันธ์กับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมเป็นสำคัญ
เมื่อกล่าวถึงเรื่องความแตกต่างทางเพศระหว่างหญิงและชาย ต้องยอมรับว่าเรายังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
ที่สำคัญคือการไม่ตระหนักถึงการขาดความรู้ความเข้าใจในปัญหานี้เชื่อว่าจะมีผลกระทบในทางลบต่อพัฒนาการของสังคมทั้งโลก มิใช่เฉพาะสังคมไทย จึงไม่ควรละเลยที่จะทำความเข้าใจ หรือเพิกเฉยต่อปัญหาเรื่องผู้หญิงที่เป็นประชากรครึ่งหนึ่งของโลก
ทั้งนี้เพื่อให้การศึกษาทำความเข้าใจวัฒนธรรมของมวลมนุษย์ได้บรรลุผลตามจุดประสงค์จริงๆ มิใช่ศึกษาสังคมวัฒนธรรมเพียงครึ่งเดียว คือจากทัศนคติและผลงานของนักมานุษยวิทยาผู้ชายเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น
หนังสือเล่มนี้ต้องการจะอธิบายและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างของบทบาททางเพศของผู้หญิงและผู้ชาย รวมทั้งรากเหง้าหรือที่มาของสถานภาพที่เป็นรองของผู้หญิงส่วนใหญ่ในโลก ว่ามิได้เกิดจากผลพวงของความแตกต่างทางชีวภาพ แต่อิทธิพลทางวัฒนธรรมและการจัดระเบียบทางสังคมต่างหากที่เป็นตัวกำหนด
ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศจึงเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรม และยังเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงทัศนคติและสถานภาพที่เป็นรองของผู้หญิงในสังคมให้มีความเสมอภาคกับเพศชายในฐานะที่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกันได้ด้วย

การจะทำความเข้าใจเรื่องความแตกต่างและบทบาททางเพศ จำเป็นต้องศึกษาและวิเคราะห์โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม วัย ชนชั้น และความเป็นชาติพันธุ์ของผู้หญิงในแต่ละสังคมที่มีความซับซ้อนแตกต่างหลากหลายอย่างยิ่ง
หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 4 บท ในแต่ละบทมีบทความต่างๆ ที่เก็บรวบรวมข้อมูล วิธีคิด การมองปัญหา การตั้งคำถาม การใช้เหตุผลโต้แย้ง และการใช้กรอบทฤษฎีต่างๆ ในการวิเคราะห์ รวมทั้งวิธีเสนอข้อมูลและมุมมองของนักมานุษยวิทยาผู้หญิง จากการวิจัยภาคสนามมาเขียนในแง่มุมที่นักมานุษยวิทยาผู้ชายในอดีตมองข้ามและมิได้สนใจศึกษามาก่อน
บทที่ 1 เสนอแนวคิดทฤษฎีทางมานุษยวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพฤติกรรมทางเพศที่เชื่อว่าสัมพันธ์กับปัจจัยทางชีววิทยา รวมทั้งทฤษฎีจิตวิเคราะห์และโครงสร้างนิยมที่ใช้ในการวิเคราะห์ความแตกต่างและความไม่เสมอภาคทางเพศในสังคมต่างๆ
บทที่ 2 กรณีศึกษาถึงฐานะ บทบาท สถานภาพ ความร่วมมือ ความขัดแย้งและพลังอำนาจทางเพศของหญิงและชายที่เป็นผลจากการจัดระเบียบทางสังคมที่แตกต่างกัน โดยใช้กรอบความคิดจากบทที่ 1 และการนำทฤษฎีของแองเกิลส์มาทบทวนใหม่
บทที่ 3 บทความจากมุมมองของนักสตรีนิยมเกี่ยวกับอิทธิพลของศาสนา ความเชื่อ และค่านิยมที่มีต่อพฤติกรรมและทัศนคติทางเพศในสังคมต่างๆ ซึ่งมีผลที่ทำให้อคติเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเพศได้รับการตอกย้ำ สืบต่อถ่ายทอดกับสมาชิกรุ่นต่อไปให้ยอมรับอำนาจและการครอบงำของเพศชายต่อไป
บทที่ 4 การศึกษาเรื่องฐานะ สถานภาพ และสัมพันธภาพ ระหว่างเพศหญิงและชายในสังคมไทยโดยสังเขป และท้ายสุดเป็นการสรุปประเด็นต่างๆ และพิจารณาถึงแนวโน้มและปัญหาของผู้หญิงในปัจจุบัน
โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น สงบสุขขึ้นหรือไม่ หากมนุษย์ทุกเพศไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้น วรรณะ เผ่าพันธุ์ หรือศาสนาใด ยอมรับความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
ถ้าเชื่อว่าการยืนหยัดต่อหลักการของสิทธิมนุษยชน และการรักษาไว้ซึ่งระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดต่อความเป็นไปได้ของการต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเพศแล้ว สังคมไทยคงยังต้องจมปลักอยู่ในกับดักและวังวนของปัญหาและความทุกข์ยากที่ถูกครอบงำจากผลิตผลของคนรุ่นก่อน และโครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรมของศตวรรษที่แล้วไปอีกนาน
ผู้เขียนหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะได้ทำหน้าที่เสมือนบันไดขั้นต้นสำหรับผู้อ่านที่ต้องการแสวงหาความเข้าใจรากเหง้าของปัญหาความเหลื่อมล้ำและอคติทางเพศที่ปิดกั้นเสรีภาพ ความใฝ่ฝัน และความปรารถนาของมนุษย์ทุกเพศจากโอกาสที่จะลิขิตชะตากรรมของตนเอง
บางตอนจากคำนำพิมพ์ครั้งที่ 3 ของ ปรานี วงษ์เทศ

