อาศรมมิวสิก : ลาวดวงเดือนเปลี่ยนชีวิต พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์
ผมได้รู้จักกับ พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ นานพอสมควร ตั้งแต่ประทีปเป็นนักเรียนนายสิบที่กองดุริยางค์ทหารบก พ.ศ.2538 ได้รับทุนไปเรียนดนตรีต่อที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารบกแห่งราชอาณาจักร ประเทศอังกฤษ ในสาขาการประพันธ์เพลงและการควบคุมวงดนตรี เมื่อกลับมาทำงานแล้วก็ได้รับเลื่อนเป็นนายทหารสัญญาบัตร อยู่ในกองดุริยางค์ทหารบก
ประทีปเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงพิเศษในการควบคุมวงดนตรี มีความชำนาญในการเรียบเรียงเสียงประสาน เป็นนักเรียบเรียงเสียงประสานคนสำคัญของประเทศในปัจจุบัน สิ่งสำคัญของประทีปคือเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่โอ้อวด ทำงานให้สำเร็จ ใครจะวิจารณ์อะไรก็ไม่โต้ตอบ ประทีปตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เพราะรู้ดีว่าในสังคมไทยนั้น หากใครมีผลงานโดดเด่นก็จะมีคนอิจฉา และตัวประทีปเองก็เจียมเนื้อเจียมตัว รู้ดีว่าตัวเป็นคนมาจากบ้านนอก สุพรรณบุรี
ในปี พ.ศ.2541 ประทีปสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีดนตรีจากวิทยาลัยดนตรี (Royal Military School of Music, Kingston University) ได้รับรางวัล อาทิ ชนะเลิศการประพันธ์เพลงมาร์ช ชนะเลิศการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงสมัยนิยม รางวัลยอดเยี่ยมนักเรียนต่างชาติ รางวัลนักเรียนดนตรียอดเยี่ยมคะแนนรวมสูงสุดประจำปี เป็นต้น
เมื่อกลับมาใหม่ๆ มีโอกาสเห็นผลงานของประทีป โดยเรียบเรียงเสียงประสานเพลงลาวดวงเดือนและควบคุมวงดุริยางค์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในงานประกวด ซึ่งเป็นเสียงที่แปลกหูไม่เคยได้ยินมาก่อน มีความเป็นเสียงไทยสมัยใหม่ จึงได้ขอให้คนไปสืบดูว่า ใครเป็นคนเขียนเพลง และผู้ควบคุมวงคนนี้เป็นใคร
“ผม สิบโท ประทีป ครับ เคยยืมหนังสือของอาจารย์อ่านก่อนไปเรียนที่อังกฤษ ตอนนี้กลับมาแล้วครับ”
การได้แลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องราว ความรู้ และเรื่องชีวิตการทำงาน ก็ได้เริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น เมื่อได้ตั้งวงออเคสตราสำหรับเด็ก (Dr. Sax Chamber Orchestra) ร้อยตรี ประทีป สุพรรณโรจน์ เป็นผู้ควบคุมวง เมื่อมีผู้ใหญ่ต้องการที่จะเรียนดนตรี (พลเอก เปรม ติณสูลานนท์) ก็ได้แนะนำให้ ร้อยตรี ประทีป และเพื่อน ได้เข้าไปทำหน้าที่ เพราะเป็นนักดนตรี มีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญเป็นทหารอยู่ในกองดุริยางค์ทหารบกอยู่แล้ว
ด้วยความสามารถที่โดดเด่น มีความเข้าใจงานและหน้าที่ ทำงานได้เรียบร้อยและรวดเร็ว แก้ปัญหาได้ว่องไวทันท่วงที ไม่มีปากไม่มีเสียง จึงเป็นที่ไว้วางใจให้ทำงานตามวัตถุประสงค์ ร้อยตรี ประทีป สุพรรณโรจน์ จึงใช้ความสามารถได้เต็มที่ มีงานดนตรีเป็นอาชีพทำ มีเวทีแสดง และมีความก้าวหน้าทั้งในหน้าที่การงานและได้ทำงานดนตรีที่รักและชอบ ดำเนินชีวิตไปอย่างเงียบๆ เมื่อรับงานไปแล้วก็ไว้วางใจได้ว่า งานจะเสร็จ
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2548 วง ดร.แซกเชมเบอร์ออเคสตรา เดินทางไปแข่งขันที่เมืองอินเตอร์ลาเก็น (Interlaken) สวิตเซอร์แลนด์ ใช้เวลา 8 วัน โดยมี ร้อยเอก ประทีป สุพรรณโรจน์ เป็นผู้ช่วยในการควบคุมวงดนตรี มีคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง และพวก เป็นกองหนุนซื้อหาอาหารทำกับข้าวเลี้ยงเด็กๆ ผลการแข่งขันคราวนั้น วง ดร.แซกเชมเบอร์ออเคสตราได้รับรางวัลที่ 1 เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2548 ในระหว่างฝึกซ้อมเก็บตัว ร้อยเอก ประทีป ได้บอกกับเด็กๆ ว่า “ให้ซ้อมอย่างที่แข่ง เวลาแข่งให้เล่นแบบที่ซ้อม” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของพัฒนาการดนตรีคลาสสิกของเด็กไทย
เหตุการณ์ครั้งนั้น ได้สร้างปรากฏการณ์ส่งผลที่สำคัญตามมา 3 อย่าง คือ อย่างแรก นักดนตรีของวง ดร.แซกเชมเบอร์ออเคสตรา เป็นรากฐานในการจัดตั้งวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) เปิดแสดงครั้งแรกวันที่ 3-4 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 โดยนำเสนอเพลงศรีอยุธยา มีผลงานการเรียบเรียงของ ร้อยเอก ประทีป สุพรรณโรจน์ ใช้เพลงศรีอยุธยาเปิดแสดง ต่อมายังได้ใช้เพลงศรีอยุธยาประกอบภาพยนตร์ เพื่อแนะนำการฟังดนตรีคลาสสิก (Conduct yourself) ในรูปแบบขำๆ อำๆ
อย่างที่สอง รางวัลชนะเลิศจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับรางวัลอีกทอดหนึ่งจากนายกรัฐมนตรี (ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ได้ซื้อเครื่องสายชุดใหม่จากเยอรมนีให้แก่นักดนตรี
อย่างที่สามวง ดร.แซกเชมเบอร์ออเคสตรา ได้รับเชิญร่วมแสดงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (Seasons Change)” เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการศึกษาดนตรีในประเทศไทย ยกระดับการศึกษาดนตรีให้อยู่ในมหาวิทยาลัยแพทย์
พันตรี ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) ที่สำคัญก็คือ รับหน้าที่เรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยทุกครั้งที่มีการแสดง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของวงการดนตรีคลาสสิกไทย ที่ได้นำเพลงไทยมาทำให้เป็นเพลงคลาสสิก แล้วมีวงดนตรีฝีมือดีรับแสดงเพื่อมอบให้มิตรรักแฟนเพลงได้ชม ปีหนึ่งๆ ประทีปต้องทำเพลงไทย 20-30 เพลง ระหว่างที่ผมดูแลวงทีพีโอ 13 ปี ทำให้ พันตรี ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้สร้างงานเพลงไทยเป็นเพลงคลาสสิกไว้กว่า 300 เพลง มากที่สุดในบรรดานักดนตรีคนไทยที่ทำมา เพลงไทยได้บรรเลงเคียงข้างเพลงคลาสสิกยุโรป เพลงไทยได้ขึ้นบนเวทีแสดงดนตรีคลาสสิกได้อย่างสง่างาม สร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ฟังเป็นอย่างดี
การเดินทางไปแสดงในต่างประเทศของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) ที่ญี่ปุ่น ลาว นิวซีแลนด์ พม่า มาเลเซีย พันตรี ประทีป สุพรรณโรจน์ เป็นผู้นำวงและนำเพลงไทยไปอวดผู้ฟังนานาชาติด้วย
ปี พ.ศ.2555 มีรายการ “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” เป็นการแสดงดนตรีเชื่อมไมตรีท่ามกลางความขัดแย้ง จัดขึ้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานฟังเพลง มีนายกรัฐมนตรี (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เป็นประธานจัดงาน และมี พันตรี ประทีป สุพรรณโรจน์ เป็นผู้ควบคุมวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (ทีพีโอ) วงเยาวชนซิมโฟนีออเคสตรา และวงกองดุริยางค์ทหารบก
ปี พ.ศ.2558 กองดุริยางค์ทหารบกได้ขยายโครงสร้างขึ้นเป็นกรมดุริยางค์ ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังแท้จริงก็คือผู้ใหญ่ (พลเอก เปรม ติณสูลานนท์) ผู้นิยมและชอบดนตรีอย่างจริงจัง “ผมเหลืออยู่แค่ 2 อย่าง ดนตรีกับพระเจ้าอยู่หัว” ความรักที่มีต่อดนตรีจึงมีบทบาทให้ผู้นำทัพบก ขยายจาก “กอง” เป็น “กรม” ซึ่งตำแหน่งนักดนตรีในกองดุริยางค์ทหารมีมากขึ้น “จากพันเอกเป็นพลตรี” แม้นักดนตรีจะเป็นเจ้ากรมไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียนโรงเรียนนายร้อย (จปร.) ซึ่งเคยมีคนดนตรีที่เก่งและเรียนจบจากต่างประเทศอย่าง พันเอก ชูชาติ พิทักษากร ต้องลาออกจากทหารไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพราะไม่มีความก้าวหน้าในตำแหน่งทหารที่จะขึ้นเป็นนายพลได้
พันเอก ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิชาการประพันธ์เพลง จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผลงานของเขามีปรากฏชัดและโดดเด่นในสังคม เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานหลักของงานสำคัญของชาติ อาทิ เพลงสำหรับงานสวนสนามของทหาร เพลงในขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพลงในขบวนพยุหยาตรา งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พันเอก ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้เติบโตในชีวิตราชการกรมดุริยางค์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของวงการดนตรีคลาสสิกอีกคนหนึ่ง
พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้ทำหน้าที่เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยและเพลงพื้นบ้านให้แก่วงไทยซิมโฟนีออเคสตรา (Thai Symphony Orchestra) ควบคุมวงในการบรรเลงเพลงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการนำเสนอดนตรีคลาสสิกให้ชาวบ้านฟัง เพลงคลาสสิกไม่เป็นเพลงของผู้ดีอีกต่อไป เพลงคลาสสิกไม่ต้องปีนบันไดฟังอีกแล้ว เพลงคลาสสิกไม่ใช่เส้นแบ่งชนชั้นในสังคม เพลงคลาสสิกถูกปรับให้เป็นเพลงธรรมดาๆ เหมือนๆ กับเพลงอื่นๆ ใครรักใครชอบก็สามารถฟังเพลงที่ตนชอบได้
ผมได้เคยเอ่ยปากชักชวนและสนับสนุนให้ พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ทำงานเป็นผู้นำทางดนตรีที่วิทยาลัย เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์การสร้างสถาบันดนตรีที่ดีให้แก่เด็กไทย แต่ต้องเลิกล้มความคิดเสีย เพราะ พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ อยู่ในสังกัดกรมดุริยางค์ทหารบก สามารถจะขึ้นเป็นนายพลทางดนตรีได้โดยไม่ยุ่งยากกับชีวิตหรือไม่ต้องวิ่งเต้นแต่ประการใด ใช้ความสามารถและความซื่อสัตย์ในอาชีพ อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องกลับคำชักชวนก็คือ “ดีใจที่สร้างวิทยาลัยเสร็จ แต่เสียใจที่กลายเป็นเนรคุณ”
พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ อยู่ใกล้ตัวมานาน แต่ก็ไม่เคยเขียนถึง ได้แต่มอบหมายให้ทำงาน ไม่เคยสนับสนุนเรื่องรางวัลใดๆ เคยคุยกันว่า รางวัลในบ้านเราเป็นเรื่องของผู้ด้อยโอกาส “เมื่อประทีปเป็นคนที่มีความสามารถสูง ก็ให้ใช้ความสามารถในการสร้างโอกาส ในที่สุดรางวัลก็จะวิ่งมาหาคุณเอง”
พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้รับเชิญให้เขียนเพลงและควบคุมวงที่สิงคโปร์บ่อยๆ แต่ก็ไปอย่างเงียบๆ กลับมาอย่างเงียบๆ ไม่ต้องการเป็นข่าวหรือสร้างความน่าสนใจ ซึ่งประทีปได้เดินก้าวข้ามวิธีที่นักประพันธ์กลวงๆ ผู้ควบคุมวงกลวงๆ นิยมใช้หิมะและน้ำแข็งห่อไว้ (เฟคนิวส์) เมื่อมาถึงเมืองไทยนั้นร้อน หิมะและน้ำแข็งละลายก็เหลือแต่น้ำลาย
พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้นำเพลงพื้นบ้านในท้องถิ่นไทย วัฒนธรรมเพลงปัตตานี ศรีวิชัย สุพรรณภูมิ ล้านนา ลาว ผู้ไท และเขมร ซึ่งเป็นการให้เกียรตินักดนตรีรุ่นเก่าผู้ที่สร้างผลงานไว้ นำเพลงมาสร้างสรรค์ใหม่ บรรเลงด้วยวงไทยซิมโฟนีออเคสตรา เพื่อนำเพลงพื้นบ้านไปสู่โลกสากล
โดยใช้วิธีเรียบเรียงเพลงให้แก่ผู้ฟัง 3 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรก ผู้ฟังที่เป็นเด็ก ก็ต้องทำเพลงที่ไพเราะอยู่แล้วให้สนุก ฟังง่าย จำทำนองหลักได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติโดดเด่นของเพลงพื้นบ้าน กลุ่มที่สอง พวกมิตรรักแฟนเพลงและบุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบรักดนตรี กลุ่มนี้เป็นพวกที่ฟังรู้ดูออก ซึ่งมีจำนวนมาก ส่วนกลุ่มที่สาม เป็นพวกนักวิชาการ มีความรู้ เป็นนักดนตรี เป็นคนจำนวนน้อยแต่ก็มีอิทธิฤทธิ์ จะต้องทำเพลงให้คนกลุ่มนี้ฟังแล้วเขาจะดูถูกว่า “ขี้เหร่” ไม่ได้ ต้องใช้วิชาในระดับหนึ่ง ทำแล้วสามารถต่อชีวิตเพลงพื้นบ้านได้ด้วย
จากเสียงเพลงลาวดวงเดือนของ สิบโท ประทีป สุพรรณโรจน์ เมื่อ พ.ศ.2541 เปลี่ยนชีวิตไปเป็น พันเอก ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ นอกจากจะมีลาวดวงเดือนแล้ว ก็จะมีลาวดาวอังคารและลาวดวงอาทิตย์ อีกด้วย

