หลังคุกรุ่นมาเป็นเวลานาน สำหรับสถานการณ์สู้รบในอัฟกานิสถาน ในที่สุด กลุ่มทาลิบัน ก็เข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงเอาไว้ได้ ขณะที่ ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หนีออกนอกประเทศไปเรียบร้อยแล้ว
17 สิงหาคม โลกออนไลน์โดยเฉพาะทวิตเตอร์ มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ความวุ่นวายที่สนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ แสดงให้เห็นประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันหวังที่จะหนีออกจากกรุงคาบูลเดอะนิวยอร์กไทม์สยังรายงานโดยอ้างพยานหลายรายที่ระบุว่า ได้ยินเสียงปืนที่สนามบิน ขณะที่ประชาชนหลายพันคนแออัดกันที่เทอร์มินอล เพื่อหาเที่ยวบินหนีออกจากประเทศ นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นฝูงชนในอาการตระหนกตกใจ ขณะที่คลิปวิดีโอคลิปหนึ่งแสดงให้เห็นประชาชนปีนขึ้นเครื่องบินทหารกันอย่างอลหม่าน
ทีมข่าวต่างประเทศ มติชน ติดตามสถานการณ์ตลอดมา และต่อไปนี้ คือลำดับเหตุการณ์ในช่วงเวลา 7 วัน ก่อนกรุงคาบูลแตก!

คาร์ไซ กรุงคาบูล ถูกเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์
10 สิงหาคม ยึดแล้ว 6 เมือง ‘สหรัฐ’ชี้อัฟกันต้องปกป้องตัวเอง
หลังสหรัฐและชาติพันธมิตรซึ่งส่งกำลังเข้าไปทำสงครามในอัฟกานิสถานนานกว่า 20 ปี ได้ประกาศยุติปฏิบัติการ และสหรัฐได้ถอนทหารเกือบทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเมื่อไม่นานมานี้ โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในอัฟกานิสถานพุ่งสูงขึ้นตามมาทันทีหลังจากนั้น
10 สิงหาคม สหรัฐอเมริกาออกมาระบุว่า เป็นหน้าที่ของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของอัฟกานิสถานที่จะต้องปกป้องประเทศของตนเอง หลังจากที่กลุ่มติดอาวุธทาลิบันรุกคืบบุกยึดเมืองเอกของจังหวัดต่างๆ ได้แล้ว 6 จังหวัดในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งรวมถึงเมืองชายแดนและเมืองสำคัญทางการค้า
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอัฟกานิสถานจะยุติลงในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ พร้อมย้ำว่า เป็นหน้าที่ของชาวอัฟกานิสถานที่จะตัดสินอนาคตของตนเอง และจะไม่ยอมให้ชาวอเมริกันอีกรุ่นหนึ่งต้องมารับผิดชอบกับสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 2 ทศวรรษ
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า นายซัลเมย์ คาลิลซาด ผู้แทนพิเศษของสหรัฐเรื่องอัฟกานิสถานได้เดินทางไปยังประเทศกาตาร์ โดยจะกดดันให้ทาลิบันยุติการโจมตีทางทหาร และกลับมาเจรจาเพื่อหาข้อยุติทางการเมือง ในการหารือเป็นเวลา 3 วัน ที่มี
ผู้แทนรัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมด้วย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรง ให้มีการหยุดยิง และเพื่อให้ทุกฝ่ายรับว่าจะไม่มีการรับรองรัฐบาลที่ตั้งขึ้นด้วยการใช้กำลัง
12 สิงหาคม รุกคืบ ห่างคาบูลแค่ 150 กม.
12 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่ม
ทาลิบันยึดเมืองกัซนี เมืองเอกของจังหวัดกัซนี ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ที่อยู่ห่างจากกรุงคาบูลเพียง 150 กม. ไว้ได้แล้ว
โดยเข้าควบคุมทั้งสำนักงานผู้ว่าการจังหวัด สำนักงานตำรวจ และเรือนจำ ขณะที่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในหลายพื้นที่ของเมือง แต่ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ด้านโฆษกของกลุ่มทาลิบันโพสต์บนโซเชียลมีเดียยืนยันว่า กลุ่มทาลิบันยึดเมืองกัซนีไว้แล้ว
การสูญเสียเมืองกัซนีให้กับกลุ่มทาลิบันยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับกองทัพอากาศอัฟกานิสถานที่แบกรับภารกิจเกินขีดความสามารถอยู่แล้ว ในการสนับสนุนกองกำลังฝ่ายความมั่นคงอัฟกานิสถานที่ถูกตัดขาดการเสริมกำลังสนับสนุนทางภาคพื้นดินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐรายหนึ่งอ้างข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐกล่าวว่า กลุ่มทาลิบันอาจเข้ายึดเมืองหลวงแห่งนี้ได้ภายใน 90 วัน

13 สิงหาคม บุกยึดพื้นที่ 2 ใน 3 อัฟกันยังสู้สุดแรง
13 สิงหาคม กองกำลังทาลิบันยังคงรุกคืบยึดเมืองหลักในอัฟกานิสถานได้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถยึดเมืองเฮรัต ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ขณะที่ยังมีรายงานการสู้รบกันอย่างหนักระหว่างกองกำลังของรัฐบาลอัฟกานิสถานและกลุ่มทาลิบันในเมืองกันดาฮาร์ด้วย ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
มีรายงานว่า ทาลิบันสามารถยึดเมืองกันดาฮาร์ไว้ได้แล้วอีกด้วย เท่ากับว่าทาลิบันสามารถยึดครองเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ของอัฟกานิสถานไว้ได้ทั้งหมดแล้ว จนมีรายงานว่าขณะนี้ทาลิบันน่าจะครอบครองพื้นที่ได้แล้วถึง 2 ใน 3 ของประเทศ
14 สิงหาคม จ่อประชิดกรุงคาบูล นานาชาติเร่งอพยพพลเมือง
14 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักรบทาลิบันเคลื่อนกำลังรุกคืบเข้าใกล้กรุงคาบูลเข้าไปทุกขณะ โดยตั้งค่ายอยู่ห่างจากกรุงคาบูล ที่มั่นสำคัญสุดท้ายของกองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถานไปเพียงราว 50 กม.เท่านั้น หลังจากเมืองปุล-อี-อลัม เมืองเอกของจังหวัดโลการ์ กลายเป็นเมืองเอกที่ตกเป็นของกลุ่มทาลิบันไป เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา นอกเหนือจากเมืองกันดาฮาร์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เมืองลาชการ์กาห์ และเมืองเฮรัต ที่บุกยึดได้แล้ว
ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของผู้อพยพชาวอัฟกันที่หนีเหตุปะทะสู้รบเข้ามาหลบอยู่ในกรุงคาบูล ขณะที่กองกำลังทหารอเมริกันราว 3,000 นาย ซึ่งถูกระดมกลับเข้ามาใหม่ เริ่มทยอยเดินทางถึงกรุงคาบูลแล้วเพื่อคอยคุ้มกันสนามบินและเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทูตและพลเมืองของตนออกจากอัฟกานิสถาน เช่นเดียวกับอีกหลายชาติ รวมถึงอังกฤษ เยอรมนี เดนมาร์ก และสเปน ที่เร่งอพยพพลเมืองสัญชาติตนออกจากกรุงคาบูลด้วยความหวั่นกลัวว่ากองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถานจะต้านทานการบุกโจมตีของกลุ่มทาลิบันไว้ไม่อยู่
สถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูลสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการเผาทำลายทิ้งเอกสารวัตถุต่างๆ ที่มีความอ่อนไหว เพื่อป้องกันการถูกกลุ่มทาลิบันฉวยเอาไปทำการโฆษณาชวนเชื่อได้
อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ออกมากล่าวว่า สถานการณ์ในอัฟกานิสถานกำลังจะควบคุมไม่ได้ซึ่งจะก่อผลต่อพลเรือนตามมา พร้อมแสดงความห่วงกังวลถึงผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานที่ตกอยู่ในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มทาลิบันว่าจะได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีโดยเฉพาะด้านสิทธิ เนื่องจากกลุ่มทาลิบันเคยบังคับใช้มาตรการเข้มงวดรุนแรงในระหว่างควบคุมอำนาจปกครองอัฟกานิสถาน ระหว่างปี 1996-2001
ด้านรัฐบาลเดนมาร์กและนอร์เวย์ประกาศจะปิดสถานทูตของตนเองในกรุงคาบูลเป็นการชั่วคราวด้วย

15 สิงหาคม ล้อมเมืองหลวง อเมริกันเผาเอกสาร‘ละเอียดอ่อน’
15 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า กองกำลังนักรบทาลิบันเข้าสู่พื้นที่ย่านชานกรุงคาบูลแล้ว โดยรวมตัวกันอยู่ที่เขตรอบนอกทั้งที่เขตกาลากัน, คาราบักห์ และปักห์มาน ภายในเมืองหลวง ในขณะที่ขบวนการทาลิบัน ยังวางเฉยไม่ยอมรับว่ามีปฏิบัติการรุก
ดังกล่าว แม้ว่าจะสามารถยึดจาลาลาบัด เมืองใหญ่เมืองเดียวที่ไม่ได้อยู่ในกำมือของทาลิบันได้ในตอนเช้าวันเดียวกันนี้
เอพีระบุด้วยว่า ปรากฏเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบชินุก ซีเอช-47 ของสหรัฐอเมริกาบินขึ้นลงบริเวณใกล้กับสถานทูตสหรัฐอเมริกากรุงคาบูล ไม่นานหลังจากที่รถยนต์เอสยูวีหุ้มเกราะของสถานทูตขับออกจากพื้นที่บริเวณดังกล่าว สังเกตเห็นได้ชัดเจน
นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากบริเวณใกล้กับหลังคาของสถานทูตสหรัฐ เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการทูตเริ่มเผาทำลายเอกสารละเอียดอ่อนทั้งหลายอย่างเร่งด่วน โดยเอพีได้รับการยืนยันกรณีนี้จากเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกัน 2 ราย ที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ
รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกเหนือจาก ฮ.ลำเลียงชินุกแล้ว ยังมีเฮลิคอปเตอร์ แบล๊กฮอว์ก ไซคอร์สกี ยูเอช-60 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ และทหารใช้เพื่อปฏิบัติการรบ ร่อนลงจอดในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับสถานทูตสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ทางด้านรอยเตอร์รายงานข่าวด่วนมาเช่นกันว่า กองกำลังทาลิบันเริ่มเปิดฉากรุกเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทางแล้ว โดยอ้างการเปิดเผยจากกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถาน
ทาลิบันประกาศรอรับการส่งมอบโดยสันติ
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน คือราว 17.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า บรรดานักรบทาลิบันที่ปิดล้อมกรุงคาบูลอยู่ในระยะประชิดได้รับคำสั่งให้อยู่กับที่ตั้ง ห้ามไม่ให้เฉลิมฉลองด้วยการยิงปืนขึ้นฟ้า โดยโฆษกของกองกำลังทาลิบันยืนยันว่า จะไม่ใช้กำลังเข้ายึดเมืองหลวงของอัฟกานิสถาน แต่รอการ “ส่งมอบ” เมืองหลวงให้กับฝ่ายทาลิบันโดยสันติ
สุเฮล ชาฮีน โฆษกทาลิบันเปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา ของกาตาร์ ระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองเพื่อให้รัฐบาลอัฟกานิสถาน “ยอมแพ้โดยปราศจากเงื่อนไข” อยู่ในเวลานี้
รายงานข่าวระบุว่า ตัวแทนของทาลิบันเดินทางถึงทำเนียบประธานาธิบดีอัฟกานิสถานในวันเดียวกันนี้ เพื่อเจรจากับตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล ที่นำโดย ฮามิด คาไซ อดีตประธานาธิบดี และ นายอัลดุลเลาะห์
อับดุลเลาะห์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสภาเพื่อความปรองดองแห่งชาติอัฟกัน ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี มาโดยตลอดที่ไม่ยอมรับการจัดสรรอำนาจร่วมกับทาลิบัน

บินขึ้นลงใกล้สถานทูตในกรุงคาบูล (เอพี)
สถานการณ์ภายในเมืองหลวงของอัฟกานิสถานเองตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ท่ามกลางผู้อพยพหลายหมื่นคนจากจังหวัดรอบนอกที่หลบหนีเข้ามากางเต็นท์อาศัยอยู่ในพื้นที่เปิดทุกแห่งในเมืองหลวง ตั้งแต่สวนสาธารณะ ลานจอดรถ หรือแม้แต่ตามริมทาง ในขณะที่ตู้เบิกเงินอัตโนมัติทุกแห่งปิดทำการไม่สามารถเบิกถอนได้ตามปกติ
ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติคาบูลมีเพียงกำลังทหารต่างชาติเท่านั้นที่เข้าทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนทหารอัฟกันพากันละทิ้งหน้าที่ไปทั้งหมดแล้ว เช่นเดียวกับที่ทำการของรัฐบาลหลายแห่งในเมืองหลวงก็กลายเป็นตึกร้างเมื่อเจ้าหน้าที่หลบหนีออกไปจนหมด
ส่วนที่วุ่นวายอย่างมากเช่นกันก็คือ บรรดาสถานทูตของประเทศตะวันตกทั้งหลายในเมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ที่พยายามขนเจ้าหน้าที่การทูตและคนในสัญชาติตัวเอง อย่างน้อยก็ให้ไปประจำอยู่ในท่าอากาศยานนานาชาติเพื่อเตรียมอพยพออกให้เร็วที่สุด ทางการเยอรมนีประกาศในวันนี้ว่าได้จัดส่งเครื่องบินลำเลียงทางทหารไปยังคาบูล เพื่อเตรียมอพยพเป็นการเร่งด่วนตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ในขณะที่สื่อในอิตาลีเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตและชาวอิตาลีในคาบูลถูกเคลื่อนย้ายไปรอการอพยพในสนามบินแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่และลูกจ้างชาวอัฟกันรวมแล้วราว 80 คน
ประเทศตะวันตกเร่งอพยพบุคลากรในสถานทูตของตน
16 สิงหาคม ยึดคาบูลสำเร็จ ประธานาธิบดีหนีออกนอกประเทศ
กองกำลังทาลิบันสามารถยึดครองกรุงคาบูลไว้ได้หลังเพิ่งรุกคืบปิดล้อมเมืองในวันที่ 16 สิงหาคม โดยนักรบทาลิบันจำนวนมากกระจายตัวไปทั่วเมืองหลวง และยังได้บุกเข้ายึดยังทำเนียบประธานาธิบดีอัฟกานิสถานที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่มีการป้องกันใดๆ แล้วเช่นกัน
ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานก็ได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าเดินทางไปยังอุซเบกิสถาน หรือทาจิกิสถาน
เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างหนักที่สนามบินในกรุงคาบูลจนเกิดการเหยียบกันบนลานบินทำให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ
ก่อนหน้าที่ทาลิบันจะบุกยึดกรุงคาบูลได้ ผู้นำทาลิบันออกมาระบุว่า จะหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง และเปิดให้ทุกคนที่ต้องการจะเดินทางออกจากอัฟกานิสถานสามารถเดินทางออกไปได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่โฆษกของทาลิบันเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า ทาลิบันจะจัดการหารือเพื่อตั้งรัฐบาลอิสลามที่เปิดกว้างและรวมทุกฝ่ายเข้าไว้ด้วยกัน
สถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร โลกยังต้องจับตา

