เรื่องผีๆ ต้องรีรัน ความเชื่อ รัฐชาติ ในประวัติศาสตร์ ‘ความเป็นไทย’

24.08.21 | 13:00 น.

“คําว่าผี เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่ดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ตั้งแต่มีคน มีชุมชนเกิดครั้งแรกในโลกก็มีผีแล้ว ผีหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่ขวัญไม่ตาย ดำรงวิถีปกติ เหมือนตอนไม่ตาย แต่ต่างมิติ จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น ขวัญเป็นความเชื่อดั้งเดิมคนอุษาคเนย์ และจีนหรืออาจทั้งโลกก็ได้ แต่ปัจจุบันเราเอาไปปนกับวิญญาณที่รับมาจากอินเดียสมัยหลังจากพุทธ และพราหมณ์ ฮินดู ขวัญกับวิญญาณ ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่อย่างเดียวกัน แต่ปัจจุบันเราเอาไปปนกัน จึงสับสน”


คือส่วนหนึ่งของรายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีหลายช่วงหลายตอนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องผีๆ ที่ผูกโยงกับ ‘ความเป็นไทย’ และ ‘รัฐชาติ’ อย่างไม่น่าเชื่อ

พฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคมนี้ สองวิทยากรอาวุโส เตรียมรวบตึงไฮไลต์ ‘ผี ขวัญ วิญญาณ’ มา ‘รีรัน’ ให้รับชมอีกครั้ง

Advertisement

“เรื่องผี สังคมยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกันไป ผีในศาสนาดั้งเดิมก่อนรับศาสนาพุทธและพราหมณ์ กับหลังรับศาสนาแล้ว พอพูดไปจะสับสนและปนเป แต่ถ้าค่อยๆ ทำความเข้าใจร่วมกัน เราจะไม่ปนกัน”

สุจิตต์ วงษ์เทศ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ไม่รับทั้งตำแหน่งและเงินเดือนมาตั้งแต่ต้น เท ‘น้ำจิ้ม’ ให้ชิมก่อนถึงวันออนแอร์

ส่วนเรื่อง ‘วิญญาณ’ นั้น ขรรค์ชัย-สุจิตต์ บอกว่า น่าสงสัยตรงที่ วิญญาณของอดีตจะรอการติดต่อจากปัจจุบันอย่างไร? เพราะเป็นความเชื่อทางศาสนาพุทธในกฎ “เวียนว่ายตายเกิด” ว่าคนมีวิญญาณดวงเดียว เมื่อตายแล้วไปเกิดทันที ผู้รู้ทางศาสนาพุทธบางคนอธิบายว่าตายปุ๊บเกิดปั๊บ แต่ผู้รู้บ้างไม่รู้บ้างอาจอธิบายต่างจากนี้มีอีกนับไม่ถ้วน เพื่อบอกว่าวิญญาณบางดวงยังไม่ผุดไม่เกิด

“ที่เชื่อกันว่าคนตายแล้วเหลือวิญญาณล่องลอยอยู่ไม่รู้จักไปผุดไปเกิด แล้วคนปัจจุบันบางคนติดต่อสื่อสารได้กับวิญญาณนั้นๆ น่าสงสัยจะไม่ใช่วิญญาณ แต่เป็นขวัญที่สับสนปะปนกันจนทุกวันนี้แยกไม่ออกบอกไม่ถูกว่าอะไรเป็นไร” อดีตสองกุมารสยามกล่าว

พร้อมย้ำว่า ‘ขวัญ’ ไม่ใช่วิญญาณ ต่างกันมาก แทนกันมิได้ แต่ถูกทำให้ปนกันจนแยกไม่ออกกลายเป็น คนละเรื่องเดียวกัน

“ขวัญเป็นความเชื่อในศาสนาผี หมายถึงส่วนที่ไม่มีรูปร่าง จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่เคลื่อนไหวได้ ลักษณะเป็นหน่วย มีหลายหน่วย แต่ละหน่วยสิงสู่อยู่กระจายตามส่วนต่างๆ เรียกว่า มิ่ง ของคน, สัตว์, พืช, สิ่งของ, สถานที่

เมื่อคนตาย ขวัญไม่ตาย และไม่เกิด ศาสนาผีไม่เชื่อเวียนว่ายตายเกิดเหมือนศาสนาพุทธ แต่เป็นผี หรือผีขวัญ ดำเนินวิถีตามปกติเหมือนมีชีวิต เพียงอยู่ต่างมิติ ซึ่งจับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่สื่อสารผ่านพิธีเข้าทรง พบในตำนานกำเนิดมนุษย์ ในพงศาวดารล้านช้าง ว่า ผีแลคนเทียวไปมาหากันบ่ขาด”

เมื่อพูดถึงขวัญ อีกคำคุ้นหู ก็คือประเพณี ‘ทำขวัญข้าว’ ซึ่งเป็นประเพณีพิธีกรรมเพื่อแม่ข้าวในศาสนาผีพื้นเมืองดั้งเดิม ซึ่งมีขึ้นช่วงหลังเกี่ยวข้าว ในเดือนอ้าย และหลังนวดข้าว ในเดือนยี่ ด้วยการ ‘สู่ขวัญ’ และ ‘ส่งขวัญ’ ที่ชาวนาทั้งชุมชนร่วมกันทำพิธีเป็นประจำตั้งแต่ดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว และสืบเนื่องจนปัจจุบัน โดยกำหนดนัดหมายเดือนสามตามปฏิทินจันทรคติ คือระหว่างเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี

เมื่อนวดข้าวได้ข้าวเปลือกรุ่นใหม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ชาวนาไม่เอาข้าวเปลือกใหม่ไปตำเป็นข้าวสารใหม่แล้วหุงกินทันที แต่ต้องรอหลังทำขวัญข้าวเซ่นผีฟ้าผีแถนจึงเอาข้าวใหม่ไปหุงกิน

“ชุมชนดั้งเดิมทำขวัญ แม่ข้าว ทุกปีมาแต่สมัยดึกดำบรรพ์ สืบเนื่องจนปัจจุบันเรียกทำขวัญข้าว ต่อมาราชสำนักโบราณปรับปรุงประเพณีชุมชนชาวบ้านเป็น พระราชพิธี แล้วสถาปนาแม่ข้าวเป็น แม่โพสพ ทําขวัญข้าวเป็นพิธีกรรมเพื่อความมั่นใจในความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ซึ่งชาวนาดั้งเดิมถือเป็นพิธีกรรมครั้งใหญ่มีต่อแม่ข้าว”

กล่าวได้ว่า จากประเพณีราษฎร์ของชาวบ้านแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ ได้เข้าสู่ราชสำนัก พัฒนาเป็นประเพณีหลวง ‘แห่งรัฐ (ชาติ)’ ในยุคต่อมา

สำหรับประเด็นเรื่อง ‘ศาสนา’ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ชี้ว่า คนไทย (และคนไม่ไทย) ที่อยู่ในไทย ส่วนมากนับถือ ‘ศาสนาไทย’ แต่เข้าใจว่าตัวเอง ‘นับถือพุทธ’

“ศาสนาไทย หมายถึง ศาสนาผีเป็นเสาหลัก ที่เคลือบหรือหุ้มห่มด้วยศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์ ซึ่งถูกเลือกสรรแล้วเฉพาะไม่ขัดกับหลักผี อันไหนขัดก็ไม่เลือก แต่การศึกษาไทยทุกระดับยังตอกย้ำว่าไทยนับถือศาสนาพุทธ แล้วทะเลาะกันเรื่องพุทธแท้พุทธไม่แท้ ทุกฝ่ายในบ้านมีศาลผีเจ้าที่ กับศาลผีพระภูมิ ส่วนในวัดข้างบ้านมีศาลผีทุกชนิดแต่ที่สำคัญคือลูกนิมิต ฝังกลางโบสถ์ซึ่งหาไม่พบในพุทธบัญญัติ ผมถามพระครู,เจ้าคุณ ก็อธิบายไม่ได้ว่ามาจากไหน? ท้ายสุดก็จะลงที่ศาสนาผี หมายถึงสร้างพุทธสถานทับหลุมฝังศพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีอยู่ก่อนรับศาสนาพุทธ”

นอกจากนี้ ยังไม่ลืมตอบคำถามในประเด็นที่ว่า เหตุเรื่องผีๆ การสื่อสารกับวิญญาณ การเข้าทรง ย้อนเรื่องราว แต่ปางก่อน จึงยังฮิตไม่หยุดหย่อนแม้ในศตวรรษที่ 21

2 ผู้อาวุโสผู้ก้าวผ่านชีวิตมาแล้วเกือบ 80 ฝน ให้คำตอบว่า

“สังคมไทยถูกทำให้งมงายแล้วฟูมฟายเรื่องราวย้อนยุค ครั้งบ้านเมืองยังดีผนวกกับสิ้นหวังอนาคต ดังนั้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยการตลาดสร้างแบรนด์จากบุคคลสำคัญในอดีต สามารถติดต่อสื่อสารได้กับวิญญาณของอดีต ก็ยิ่งกระทบใจคนทั่วไปเลยสร้างแรงจูงใจให้คนติดตามจำนวนมาก” อย่าลืมรับชมฉบับเต็มที่หลอมรวมความเข้มข้นไว้ในตอนเดียว พฤหัสบดีนี้ เวลาเดิม 2 ทุ่มตรง