พินิจ จารุสมบัติ อ่านอนาคตจาก ‘ความจริง’ สัมพันธ์ไทย-จีนในสถานการณ์ท้าทาย

พินิจ จารุสมบัติ อ่านอนาคตจาก ‘ความจริง’ สัมพันธ์ไทย-จีนในสถานการณ์ท้าทาย

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายมนุษยชาติในการจัดการปัญหาโรคระบาดแห่งศตวรรษอย่างโควิด-19

เมื่อโฟกัสเข้ามายังภูมิภาคอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน มีบทบาทสูงยิ่งในหลากมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า คมนาคม จนถึงการเป็นหนึ่งในกำลังหลักของโลกในการผลิต ‘วัคซีน’ เป็นอาวุธสู้ไวรัสร้าย

ในศักราชนี้ ยังมีอีกหลายเหตุการณ์สำคัญอันประจวบเหมาะ ไม่ว่าจะเป็นวาระครบรอบ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไหนจะวันชาติจีนที่ใกล้โคจรมาบรรจบบนปฏิทินวันที่ 1 ตุลาคม

กอปรกับการมาถึงของเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทยคนใหม่ นาม ‘หาน จื้อเฉียง’ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ในกระแสการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของวัคซีนจีน

3 กันยายน โฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กสถานทูต คัดค้านการกล่าวหาวัคซีนจีนโดยไร้เหตุ

ล่าสุด 8 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศของไทยชี้แจง 6 ข้อ กรณีความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่บางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีปัญหา โดยยืนยันว่ายัง ‘แน่นแฟ้น’

“วันนี้เราต้องอ่านอนาคตจากความจริง…”

คือคำตอบของ พินิจ จารุสมบัติ ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ต่อคำถามสำคัญข้อหนึ่ง

“เราจะทำหน้าที่เป็นสะพานเล็กๆ แต่เป็นสะพานที่ใช้เสาศิลาปักอยู่อย่างคงทนและมั่นคงในการเชื่อมสัมพันธภาพ”

เป็นคำมั่นจากผู้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญยิ่งของประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตหัวหน้าพรรคเสรีธรรรม เป็นต้น

ทั้งยังครองเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคายถึง 5 สมัย โดยเป็นผู้มีบทบาทกดสวิตช์ไฟส่องสปอตไลต์ ‘ยางพารา’ บึงกาฬเข้าสู่ตลาดจีนจนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ด้วยทุกความพร้อมที่มีในชีวิต ด้วยอายุที่เดินทางไกลเข้าสู่วัย 71 ในเดือนตุลาคมนี้ หลายคนอาจเลือกเกษียณตัวเอง บอกเล่าเพียงความหลังครั้งวันวานอันรุ่งโรจน์ แต่ไม่ใช่ทางเลือกของ พินิจ ผู้ยังเดินหน้าภารกิจมากมาย มองการณ์ไกลถึง ‘พรุ่งนี้’ ในความสัมพันธ์ไทย-จีน เปิดเผยถึงมุมมองเฉียบคมด้วยน้ำเสียงสดใสในวันที่ ‘การ์ดสูงมาก’

“ผมเป็นประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ อย่างไรก็ต้องฉีดวัคซีนจีน ผมเลือกซิโนแวค ฉีดแล้ว 2 เข็ม” (ยิ้ม)

นับเป็นคำตอบที่สะท้อนถึงจุดยืนชัดเจนไม่ต้องบรรยายเพิ่ม

ต่อไปนี้ คือบทสนทนาบนชานไม้ริมคลองประเวศบุรีรมย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในรั้วบ้านจารุสมบัติอันร่มรื่น บนที่ดินของตระกูลที่รอนแรมมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานถาวรสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ซึ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนมานั่งพูดคุยหารือด้านการค้าจนลุล่วงเป็นประโยชน์ต่อชาติหลายต่อหลายครั้ง

ทราบว่าเพิ่งได้ประชุมร่วมกับท่านทูตจีนคนใหม่ ได้หารือประเด็นใดบ้าง สัญญาณและทิศทางเป็นอย่างไร?
เมื่อเอกอัครราชทูตจีนคนใหม่เดินทางมาประจำประเทศไทย ถือว่าเป็นประเพณีที่ทางสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์จะเป็นเจ้าภาพในการจัดเลี้ยงต้อนรับ 1 มื้อ ด้วยมิตรไมตรีในนามของตัวแทนประชาชนคนไทย แต่ครั้งนี้ เนื่องจากมีวิกฤตโควิด-19 ทำให้รูปแบบเปลี่ยนจากงานเลี้ยงมาเป็นการต้อนรับผ่านการประชุมออนไลน์ด้วยระบบซูม ซึ่งก็ถือว่าอบอุ่นมาก แม้จะไม่ได้พบกันต่อหน้า เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ใช้เวลาประมาณ 78 นาที

ผมกล่าวต้อนรับ ฯพณฯ หาน จื้อเฉียง ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และได้ทราบว่าท่านเป็นบุคคลที่ทางรัฐบาลจีนเลือกเฟ้นให้มาดำรงตำแหน่งที่ประเทศไทยโดยเฉพาะ เป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูตที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ ไหวพริบและวิสัยทัศน์ทางการทูตยอดเยี่ยม

ท่านทูตได้กล่าวว่า มีความยินดีในการมาทำหน้าที่ในประเทศไทย จีน-ไทย คือพี่น้องกัน และหวังว่าสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ของเราจะช่วยสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาความสัมพันธ์ให้ยกระดับมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงสถานการณ์ทะเลจีนใต้กับอาเซียน และการครบรอบ 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน

ในสถานการณ์ท้าทายเช่นนี้ การมาถึงของท่านทูตคนใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไร คาดการณ์ถึงความเหมือน-ต่างอย่างไร?
นโยบายเป็นภาพรวมจากปักกิ่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทูตแต่ละท่านมีความสามารถเฉพาะตัวแตกต่างกัน มีจุดอ่อน จุดแข็งที่ไม่เหมือนกัน ท่านทูตหาน จื้อเฉียง มีประสบการณ์ในเวทีนานาชาติมากมาย เคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูต สถานทูตจีนประจำประเทศญี่ปุ่นและอธิบดีกรมการกลาง กระทรวงการต่างประเทศ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-จีน ให้ก้าวหน้า ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวในโอกาสต่อไป เพราะวันนี้จีนเป็นตลาดใหญ่มาก มีประชากรถึง 1,400 ล้านคน และสามารถคุมสถานการณ์โควิดได้อยู่หมัด

บทบาทหลักของสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯในวันนี้และอนาคต?
เราจะทำหน้าที่เป็นสะพานเล็กๆ แต่เป็นสะพานที่ใช้เสาศิลาปักอยู่อย่างคงทน และมั่นคงในการเชื่อมสัมพันธภาพ วันนี้เราต้องอ่านอนาคตจากความจริงว่าจีนคือตลาดการค้า จึงต้องพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ต้องพยายามเสริมสร้างมิตรภาพไม่ให้มีช่องโหว่ ต้องสนับสนุนให้การไปมาหาสู่ พูดคุย แลกเปลี่ยน สัมมนา โรดโชว์ แนะนำสินค้า และอีกมากมาย

ปัจจุบันการบริโภคของประชากรจีนมีสูงมาก 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้จีนก้าวกระโดด พลิกโฉมหน้าจากความยากจน ถูกรังแกข่มเหง วันนี้ประชาชนมีกินมีใช้ รัฐบาลจีนประกาศแก้ปัญหาความยากจนให้หมดสิ้น กำลังยกระดับคนมีกินมีใช้พอสมควรให้แบ่งปันอย่างเสมอภาค และเท่าเทียมกัน หมายความว่าจะมีประชาชนจีนที่มีรายได้ปานกลาง พ้นจาก
ความยากจนขึ้นมาอีก 800-900 ล้านคน เพราะฉะนั้นอำนาจการซื้อจะใหญ่มาก ความต้องการสินค้า อาหาร ผลไม้ เนื้อสัตว์ ย่อมส่งผลมาถึงไทยแน่นอน

เราจะยกระดับเศรษฐกิจ ตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับจีนให้มากขึ้น จากขณะนี้ 2 แสนล้านเหรียญ ให้เป็น 5 แสนล้าน เป็นล้านล้านในอีก 1-2 ปี ได้อย่างไร รัฐบาลและผู้ดูแลด้านนี้ต้องคิดใหญ่ไปถึงขนาดนั้น ไม่ใช่คิดแค่ 4 แสนล้าน แต่ต้องคิดให้ก้าวกระโดด

จากมุมมองข้างต้น จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอย่างไร?
เมื่อมีเป้าหมายอย่างนี้แล้วก็ต้องแบ่งหน้าที่กันไป ใครไปมณฑลไหน เมืองไหน นำผลิตภัณฑ์อะไร ผลไม้ พืชผลทางการเกษตรประเภทไหนไปบุกตามมณฑลต่างๆ โดยมีการวิเคราะห์ศึกษา มีการพูดคุยกัน เกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา ปศุสัตว์ อาชีพต่างๆ ของไทยสามารถเชื่อมโยงกับจีนได้ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่มองเห็นและคาดหวัง

ในวิกฤตของไวรัสโคโรนา 2019 เราจะแปรเปลี่ยนเป็นโอกาส เราไม่ยอมจำนนต่อเงื่อนไขของโรคภัย จะทำอย่างไรให้ชนะทั้งโรคภัยไข้เจ็บและเดินหน้าทางเศรษฐกิจได้ด้วย นี่คือสิ่งสำคัญ ผมคิดว่าท่านทูตมีวิสัยทัศน์ ให้คำแนะนำหลายประเด็นที่ดีมาก โดยบอกว่าจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศไทย

เมื่อได้พูดคุยกับท่านทูต ได้นำเสนอข้อคิดเห็นอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือไม่?
ผมเสนอต่อท่านหาน จื้อเฉียง ว่าวิกฤตครั้งนี้ เราต้องร่วมมือพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวกระโดด โดยเน้นในด้านเศรษฐกิจการลงทุนทุกมิติ อาจจะต้องคุยกันว่าจะร่วมมือกันอย่างไรให้สินค้าไทยไปถึงจีนให้มากที่สุด ส่วนการท่องเที่ยวก็ต้องดูว่าจะเป็นไปได้เมื่อไหร่ รวมถึงการศึกษา ซึ่งยังมีนักเรียนที่ตกค้างอยู่ ว่าจะจัดระบบอย่างไรให้เดินไปได้ นอกจากนี้ ในด้านการคมนาคม ควรเปิดช่องทางเชื่อมระหว่างไทย-จีน โดยผ่านประเทศที่สาม อย่างลาว หรือเมียนมาก็แล้วแต่ นี่คือสิ่งจำเป็นมาก ต้องเปิดฮับ ให้มากขึ้น ท่านก็เห็นด้วยอย่างมาก

ตอนนี้รถไฟความเร็วสูงของจีนจากคุนหมิงมาถึงเวียงจันทน์แล้ว จะเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์ในวันชาติลาว 2 ธันวาคมนี้ ตอนแรกมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าจะเอาเงินลงทุนที่ไหน จะใช้หนี้อย่างไร แต่จีนดำเนินโครงการต่างๆ ด้วยมิตรภาพ เพราะอยากยกระดับความช่วยเหลือในภูมิภาคนี้มากกว่ากำไร ขาดทุน ค่าตั๋ว คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 400 กว่าบาทเท่านั้น ถูกกว่านั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯไปหนองคายอีก รถไฟเหล่านี้จะพาคนจีนมาสู่อินโดจีน สู่อาเซียน สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา ซึ่งปัจจุบันคนจีนไม่ได้มาตัวเปล่าแล้ว ไม่เหมือนในอดีต เสื่อผืนหมอนใบ นี่มาพร้อมเงินหยวน ด้วยกระเป๋าที่มีสตางค์ เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ มาแสวงหาโอกาสใหม่ๆ มาลงทุน ส่วนหนึ่งมาท่องเที่ยวก็ต้องเอาเงินมาใช้จ่าย พักผ่อน ผมเสนอว่า สถานทูตจะต้องมีโครงการที่เป็นรูปธรรมในด้านความร่วมมือ

หลังพ้นสถานการณ์โควิด ไทยยังต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจต่ออีก จะร่วมมือกับจีนเพื่อฟื้นตัวได้อย่างไร?
ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดว่าประชากรจีนต้องการบริโภคสินค้าอะไรจากไทยบ้าง เรามีสินค้าอะไรบ้างที่จะส่งไปขายให้จีน ทำเป็นตัวๆ เลย มิสเตอร์ทุเรียน มิสเตอร์ลำไย มิสเตอร์สุกร มิสเตอร์ยางพารา มณฑลไหนเมืองไหนต้องการอย่างไรบุกเข้าไปเลย

อย่างปีที่ผ่านมาทุเรียนปิดราคาสุดท้ายกิโลกรัมละ 90 บาท ในอดีตเปิดมากิโลกรัมละ 20 บาท แต่นี่ปิดกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท ปีนี้เชื่อว่ายิ่งร้อนแรง เพราะทุเรียนไทยไปทั่วทุกภาคของจีน

เฮย์หลงเจียง ที่หนาวที่สุด ฮาร์บิน ซึ่งติดกับรัสเซีย ก็ต้องการทุเรียน ออร์ดอสในมองโกเลียก็ต้องการทุเรียน ทิเบต ลาซา อูหลู่มูฉี ซินเจียง กานซู่ ทุกที่ที่ทุเรียนไม่เคยไปถึง ต้องการหมด ปีที่ผ่านมาทุเรียนจึงไม่พอ

นอกจากนี้ สินค้าทางการเกษตรเกือบทุกตัว ก็เป็นที่ต้องการ กล้วย มังคุด ไก่ เนื้อ หมู ออเดอร์หมด แต่ต้องมีกระบวนการ มีใบอนุญาตตามหลัก คนจีนติดใจข้าวหอมมะลิของเราอย่างมาก ทุกครั้งที่เพื่อนคนจีนมาหา ผมเลี้ยงข้าวหอมมะลิอย่างดี จากทุ่งกุลาร้องไห้ เขาบอกหอมมาก เราต้องพัฒนาพันธุ์ข้าวอีก

ผมคิดว่าโอกาสการค้าไทยกับจีนยังมีอีกมาก ในภาคอุตสาหกรรม จีนก็ต้องการมาลงทุนในไทยอีกเยอะ เช่น ด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ สิ่งแวดล้อม

ไม่ถามไม่ได้ ยางพาราซึ่งกลายเป็นสินค้าที่จีนให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะจากการจัดงานที่จังหวัดบึงกาฬ แนวโน้มล่าสุดเป็นอย่างไร?
จีนต้องการมาก ผมได้รับการติดต่อจาก 3 บริษัทใหญ่จากจีน ขอซื้อยางแท่ง ถ้าไม่พอก็ขอซื้อยางถ้วย ยางดิบ น้ำยางข้น ราคายางพุ่งขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ผมแฮปปี้มาก โดย 2 รายในนั้นมาจากการจัดงานวันยางพาราบึงกาฬ ต้องการทำสัญญาปีหนึ่งเป็นแสนตัน

ภาพสะท้อนจากความสำเร็จในวาระ 100 ปีพรรคคอมนิวนิสต์จีน บอกอะไรกับเราบ้าง?
100 ปีพรรคคอมนิวนิสต์จีน เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะได้เปลี่ยนโฉมประเทศจีน จากยากจนข้นแค้น อดตาย หนาวตาย ถูกรุกราน มาเป็นประเทศที่มีประชากรที่พ้นจากความยากจนทั้งหมดได้ 1,400 ล้านคน กลับกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจ อันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่สะท้อนถึงคุณธรรม ความกล้าหาญ จึงนำพาประเทศจีนผ่านความยากลำบาก ผ่านร้อนผ่านหนาว ขวากหนาม หุบเหว คนดี คนเลว มากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ทั่วโลกยอมรับ ก่อนหน้านี้คนอาจเคยมองว่าคอมมิวนิสต์เหมือนปีศาจ ซึ่งเป็นการกล่าวหาของตะวันตก จักรวรรดินิยมอเมริกาในอดีต สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใครใส่ถุงเท้าแดงถูกมองเป็นคอมมิวนิสต์ น่ากลัวมาก แต่วันนี้คอมมิวนิสต์พาให้ประชากรพันกว่าล้านคนอยู่ดีกินดี มีโอกาส

ในอดีตคนจีนไม่เคยออกมาเที่ยวต่างประเทศ ถ้ามีคือหนีตาย แต่วันนี้ออกมาเป็นว่าเล่น ตอนนี้จีนกำลังมีการปรับระบบที่มีปัญหาที่ตอบสนองเฉพาะคนรวยให้มาดูแลคนระดับปานกลางด้วย เพราะต้องการให้สังคมรับใช้ประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่รับใช้เศรษฐี ไม่ใช่ให้ทุนรับใช้นายทุน แต่รับใช้ประชาชนคนยากคนจนทั่วไปด้วย เขาพยายามไม่ให้มีการผูกขาด เอารัดเอาเปรียบมากเกินไป ผ่อนคลายให้คนอื่นรวยบ้าง ให้มีกินมีใช้บ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดกระแสตั้งคำถามถึงคุณภาพของวัคซีนจีน ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มองอย่างไร?
ต้องดูจากข้อเท็จจริงว่าวัคซีนมีหลากหลายเทคโนโลยี แต่ละประเภทก็มีจุดดี จุดแข็ง จุดอ่อนที่แตกต่างกัน ของจีนเป็นวัคซีนเชื้อตาย ทำกันมานาน ค่อนข้างปลอดภัย ผมคิดว่าวัคซีนจีนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ต้านทานไวรัสโคโรนา 2019 ได้ ไวรัสตัวนี้ก็มีหลายสายพันธุ์ พัฒนาแปรเปลี่ยน วัคซีนก็ต้องมีการพัฒนาไปด้วย

จะไปพูดว่าวัคซีนจีนไม่ดี พูดไม่ได้ คนจีนทั้งประเทศฉีดวัคซีนจีนพันกว่าล้านคน วันนี้ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยแล้ว คุมอยู่ทั้งหมด แสดงว่าได้ผล ถ้าไม่มีมาตรฐานพอเขาคงไม่กล้าเอาออกมา เพราะผลลบจะตามมามาก ต้องเน้นว่าวัคซีนที่ออกมาเป็นวัคซีนฉุกเฉินในภาวะวิกฤต

ในระดับโลกมีการเมืองระหว่างค่ายตะวันตกกับตะวันออก มีการใช้วัคซีนในการเป็นเครื่องมือห้ำหั่น และการแสวงหาผลประโยชน์ มหาอำนาจขัดแย้งกันหลายเรื่อง เอาเรื่องนี้ผสมโรงไปด้วย เราต้องใช้วิจารณญาณในข้อเท็จจริงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้ความเป็นธรรม ผมก็มีเพื่อนชาวอเมริกันเยอะ ไม่ได้เป็นศัตรูกับคนอเมริกัน ระหว่างประชาชนถือว่าเป็นเพื่อนกัน เพียงแต่นโยบายบางเรื่องของรัฐบาลต่อรัฐบาลอาจมีความเห็นไม่ตรงกัน ผมพูดตามเนื้อผ้า ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ไม่ใช่ว่าจะเข้าข้าง สิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด ต้องแยกแยะ อย่าเอาเรื่องเหล่านี้ไปเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม ขอให้คำนึงถึงประเทศชาติและส่วนรวม

โอกาสของไทยในสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ?
นโยบายของเราเป็นมิตรกับทุกประเทศอยู่แล้ว แต่ไทยกับจีนใกล้ชิดกันมาก เนื่องจากสายเลือด ประเพณี วัฒนธรรม จุดแข็งของจีนคือประชากรซึ่งมีอำนาจการซื้อสูง มีความต้องการสินค้าจากอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทย หมายมั่นปั้นมือมาก ไม่ว่าผลไม้ อย่างทุเรียน มะพร้าว วันก่อนมีพ่อค้าจีนจะขอเอาเนื้อวัว กับเนื้อไก่เข้าประเทศจีน อยากมาทำสัญญา มาให้ผมแนะนำเรื่อยๆ แสดงว่าเศรษฐกิจของจีนยังขับเคลื่อนไป

สุดท้าย มองประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ต่อผลกระทบในอาเซียนและไทยอย่างไร?
ทุกปัญหาต้องมองจากความเป็นจริง ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกเขาก็ยอมรับว่าเกาะแก่งเหล่านี้เป็นของประเทศจีน มีบันทึกไว้ ผมเห็นด้วยกับนโยบายของจีนในปัจจุบันว่าอาเซียนควรหาผลประโยชน์ร่วมกันโดยสันติ นี่เป็นแนวทางที่ดีมาก แต่เรามักโดนมหาอำนาจยุแหย่ อย่างสมัยสงครามเวียดนาม ผู้นำรัฐบาลของเราให้อเมริกันมาตั้งฐานทัพ วันนี้รู้แล้วว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง

ข้อพิพาททะเลจีนใต้ มหาอำนาจทั้งหลายไม่ควรเข้ามายุ่ง ควรเป็นเรื่องของประชาชาติในเอเชียทั้งหมดที่เกี่ยวพัน โดยเฉพาะในอาเซียน มาพูดคุยกัน ทำความร่วมมือ วิจัย ค้นคว้าร่วมกัน นี่คือแนวทางที่ผมเห็นด้วยกับท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเสนอว่าเราจะต้องพัฒนาไปสู่อารยธรรมที่มนุษย์แบ่งปันกัน อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเอื้ออาทร เมตตาต่อกัน

โลกจะพบสันติสุข

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จุรินทร์’ ออนทัวร์ภาคใต้! แก้ 3 ปัญหาชาวระนอง ประสาน ศบค.จัดวัคซีน ให้ธุรกิจจำเป็น
บทความถัดไป‘จุรินทร์’ นำทีมหอการค้าระนอง เปิดตัว ‘ดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย’ เลือดใหม่ ปชป. ลงชิงเก้าอี้ ส.ส.