ไม่ว่าจะทำอะไร คีย์เวิร์ดขอวงการทำให้ “ดีที่สุด” คือ “จงเต็มที่กับมัน”
“เต็มที่” ในเรื่องเครื่องมือเครื่องไม้ วัสดุอุปกรณ์ ความรู้ ความสามารถก็เรื่องหนึ่ง
แต่ในความหมายน่าจะคือเต็มที่ด้วย “ใจ”
ใจที่ “เต็มร้อย”
เหมือนง่าย แค่คิดว่าทุ่มเทเต็มที่ก็น่าจะจบ น่าจะเรียกได้ว่า “ใจเต็มร้อย” แล้ว
แต่ไม่ว่าใครก็ตามหากลงมือปฏิบัติจริง ในความหมายของ “เต็มร้อย” คือไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเลยนี่ แทบไม่มีทางเป็นไปได้
คนเราเมื่อคิดๆ ไปทำไป ความคิดนั่นเองที่จะทำให้มีเรื่องต่างๆ แทรกซ้อนเข้ามา ทำเรื่องนี้แต่คิดไปเรื่องโน้น มีเรื่องนั้นซ้อนเข้ามา ทำให้ในห้วงเวลาหนึ่งๆ ไม่มีทางที่จะจดจ่อนิ่งอยู่กับเรื่องใดเรื่องเดียวได้ตลอดเวลา
ดังนั้น ที่บอกว่า “เต็มร้อย” เอาเข้าจริงที่ทำได้แค่ 50 ก็เก่งแล้ว
กลายเป็นว่า เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ ความรู้ ความสามารถเต็มร้อยได้ แต่ “ใจเต็มร้อย” เกิดขึ้นยากมาก หรือจะว่าไป สำหรับคนปกติธรรมดา แทบไม่ได้เลย
จะมีที่ใกล้เคียงคือ ศิลปินทั้งหลายที่เมื่อลงมือทำงานศิลปะ จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างและจดจ่อในงานนั้นได้อย่างมีสมาธิสูงสุด ทว่าก็ยังเต็มร้อยได้ไม่ตลอดเวลา
ผู้ที่จะเต็มร้อยได้จริง ต้องมีจิตที่สามารถอยู่กับปัจจุบันขณะได้ตลอดเวลา ความสามารถอาจจะติดมาเป็นคุณสมบัติประจำตัวตั้งแต่เกิด หรือมีเหตุให้คิดฝึกให้เกิดขึ้นจนมีคุณสมบัตินั้น
“เต็มที่” อันหมายถึง “เต็มร้อย” จะเกิดขึ้นได้จริงเฉพาะกับคนที่อยู่กับ “ปัจจุบันขณะ” ได้ตลอดเวลา ไม่ถูกความทรงจำในอดีต หรือความคาดหวังในอนาคตมาสอดแทรกช่วงชิงเวลาไป
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ไม่ว่าจะละวางอดีต และอนาคตได้หนักแน่น แน่วแน่เพียงใด
แต่เมื่อยังเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ชีวิตยังต้องพึ่งพาสิ่งอื่น เพื่อแก้ปัญหาความหิว ความร้อน ความหนาว ความปลอดภัย ความเจ็บไข้ได้ป่วย
จิตใจย่อมหันเหจากปัจจุบันขณะไปหาวิธีจัดการเรื่องจำเป็นในชีวิตนั้นได้ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ “เต็มร้อย” จึงยากจะเกิดขึ้นได้อีก
ดูเหมือนว่าผู้ที่จะเป็นเช่นนั้นได้ มีแต่ได้ “บรรลุธรรมสูงสุด” ละวางทุกสิ่งอย่างได้ ทั้งสิ่งภายนอก และแรงกดดันในใจเท่านั้น จึงจะสละความยึดกับความเป็นไปในอดีตและความคาดหวังในอนาคต กระทั่งเป็นอิสระสูงสุดที่จะมีชีวิตอยู่เฉพาะกับปัจจุบันขณะได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถนำมนุษย์ไปอยู่ในสภาวะนั้นได้
นั่นคือ “ความรัก”
คนที่มีความรักจะลืมเลือนอดีต ไม่คิดถึงอนาคต วางความรู้สึกอิ่มเอมไว้กับห้วงเวลาแสนหวานของปัจจุบันขณะได้
“ความรัก” จึงทำให้คน “เต็มร้อย” กับสิ่งที่รัก
กระนั้นก็ตาม จะต้องเป็น “ความรักบริสุทธิ์” คือจิตที่มีแต่ “ความรัก” เพียวๆ
ไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นเพื่อสนอง “ปมบางอย่างในอดีต” หรือ “คาดหวังอะไรในอนาคต”
นำมาซึ่งคำถามที่ว่า “ความรักบริสุทธิ์” เช่นนั้น แม้จะเกิดขึ้นกับใครสักคนได้
แต่จะเป็นความรักที่อยู่อย่างนั้นยาวนาน ได้อย่างไร
จันทร์รอน

