ต่อสู้กับความยากลำบากด้วยสามัคคีและความร่วมมือ ชะตากรรมร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตใหม่

หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

วันนี้เป็นวันครบรอบ 72 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ แบ่งปันความปลื้มปีติกับเพื่อนๆ ทุกท่าน และขอส่งคำอวยพรอันดีงามให้ประเทศมาตุภูมิ

 

ระยะเวลา 72 ปีที่ผ่านมา โดยการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประเทศจีนได้พัฒนาจากความยากจนและอ่อนเเอมาสู่ความรุ่งโรจน์และมั่งคั่ง ได้ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในประวัติศาสตร์ ลุกขึ้น รวยขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น ปีนี้ยังเป็นการครบรอบ 100 ปีแห่งการจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เราได้บรรลุเป้าหมายศตวรรษอันดับแรกในการสร้างสังคมกินดีอยู่ดีอย่างรอบด้านในทั่วประเทศ ได้เเก้ไขปัญหาความยากจนเชิงสัมบูรณ์อย่างสำเร็จเป็นครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ และกำลังมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายศตวรรษอันดับที่สองที่จะสร้างประเทศสังคมนิยมที่เข้มเเข็งและทันสมัยอย่างรอบด้าน ประชาชนจีนรวมกำลังเป็นหนึ่งเดียว มีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ ยึดมั่นในการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยึดมั่นในระบอบสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน การฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีนเข้าสู่กระบวนการประวัติศาสตร์ที่มิอาจถอยหลังได้

ปัจจุบัน โรคโควิด-19 ยังแพร่ระบาดในทั่วโลก การต่อสู้กับโรคโควิด ฟื้นฟูการพัฒนานั้นยังเป็นวาระสำคัญที่สุดของนานาประเทศ ประเทศจีนได้ดำเนินนโยบายที่สมดุลในการควบคุมโรคโควิด-19 กับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม สามารถควบคุมโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจประชาชาติมีความมั่นคงและแนวโน้มที่ดี ครึ่งปีเเรกของปีนี้ GDP ของจีนได้เพิ่มขึ้น 12.7% การค้าต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น 27.1% ตลอดทั้งปีการเติบโตทางเศรษฐกิจมีเเนวโน้มที่จะนำหน้าตัวเศรษฐกิจหลักของโลก ในเมื่อที่กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่แห่งการพัฒนา เราจะนำแนวคิดการพัฒนาใหม่มาปฏิบัติ เพื่อจัดโครงสร้างใหม่แห่งการพัฒนา สร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้นและมีระดับสูงยิ่งขึ้น ส่งเสริมการพัฒนา “สายเเถบเเละเส้นทาง” อย่างมีคุณภาพ เพื่อร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกบรรลุความชัยชนะด้วยกันและเอื้อประโยชน์ต่อกันในระดับที่สูงยิ่งขึ้น ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ประเทศจีนได้รับการสนับสนุนเเละความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ และก็ได้สร้างคุณูปการอันสำคัญอย่างสุดความสามารถที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ประเทศจีนได้จัดส่งวัคซีนเเละวัคซีนเเบบเข้มข้นให้กับต่างประเทศเป็นจำนวน 1,200 ล้านโดส หน้ากาก 320,000 ล้านชิ้น ชุด PPE 3,900 ล้านชุด และชุดตรวจสำหรับ 5,600 ล้านคน ความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับโควิด-19 ของจีนได้รับการชื่นชมจากประชาชนทั่วโลก เเนวคิดประชาคมที่ร่วมอนาคตของมวลมนุษยชาตินั้น ได้ฝังลึกเข้าสู่หัวใจของประชาชนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

โลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนเเปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏในรอบ 100 ปี ได้เกิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับสันติภาพเเละการพัฒนา และย่อมมีความท้าทายใหม่เช่นกัน โควิด-19 ยังเเพร่ระบาดในทั่วโลก สถานการณ์ในบางประเทศหรือบางภูมิภาคเกิดความผันผวน ขณะเดียวกัน ความไม่สมดุลแห่งการพัฒนา ช่องโหว่ทางด้านดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาระดับโลกอื่นๆ กำลังรอการแก้ไข ที่ควรติดตามและระวังเป็นพิเศษก็คือ เเนวคิดสงครามเย็นเกม Zero Sum และการเมืองอำนาจบาตรใหญ่ได้กลับมาใหม่อีกรอบ เป็นพิษอย่างร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นภัยคุกคามต่อสามัคคีและการพัฒนาของโลก อย่างไรก็ตาม ถึงความท้าทายมีมากพอสมควร สันติภาพและการพัฒนายังเป็นกระแสหลักและความปรารถนาด้วยกันของประชาชน สังคมโลกควรเพิ่มความสามัคคีมากยิ่งขึ้น ร่วมกันรับมือกับความท้าทายระดับโลกต่างๆ ร่วมกันต่อต้านการกระทำที่สวนกับสันติภาพและการพัฒนา รักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง รักษาระเบียบสากลที่มีกฎหมายระหว่างประเทศเป็นพื้นฐาน รักษากฎกติกาขั้นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ถือวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติเป็นพื้นฐาน ผลักดันสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปเเบบใหม่ สร้างประชาคมร่วมอนาคตของมวลมนุษยชาติ และร่วมกันสร้างอนาคตที่งดงามยิ่งขึ้น

ประเทศจีนกับประเทศไทยเชื่อมต่อกันด้วยภูเขาเเละแม่น้ำ ผูกพันกันด้วยสายเลือด เป็นเพื่อนบ้านที่ดี ญาติสนิท เเละหุ้นส่วนที่ดี เราได้สนับสนุนเเละช่วยเหลือซึ่งกันเเละกันในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ฝ่ายจีนจำได้ตลอดว่า เมื่อเกิดการแพร่ระบาดอย่างกะทันหัน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศเเรกที่ส่งกำลังใจให้ประเทศจีนเเละส่งมอบสิ่งของในการต่อสู้กับการระบาดของโรคเช่นเดียวกัน ประเทศจีนก็ได้ส่งความช่วยเหลือไปยังประเทศไทยอย่างสุดความสามารถ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศจีนเริ่มส่งมอบวัคซีนที่ปลอดภัยเเละมีคุณภาพจำนวนมากให้ประเทศไทย ทั้งๆ ที่ภายในประเทศจีนเองวัคซีนยังขาดแคลนมาก เราได้ขยายนำเข้าสินค้าไทยเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ประเทศจีนได้ส่งมอบวัคซีนมากกว่า 40 ล้านโดสให้ประเทศไทย ยอดมูลค่าการค้าระหว่างจีน-ไทยในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 38% ยามยากพิสูจน์มิตรเเท้ โดยร่วมกันต่อสู้กับโรคโควิด-19 มิตรภาพจีน-ไทยที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันนั้นแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ท่ามกลางการต่อสู้กับความยากลำบาก ได้บ่มเพาะความมีชีวิตชีวาและพลังขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่สำหรับความสัมพันธ์จีน-ไทย ในสถานการณ์ใหม่ ฝ่ายจีนยินดีที่จะเสริมสร้างความร่วมมือฉันมิตรกับฝ่ายไทย ร่วมกันผลักดันให้ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างสองประเทศมีการพัฒนาใหม่

1) สานต่อความร่วมมือในการต่อสู้กับโรคโควิด-19ฝ่ายจีนจะส่งมอบวัคซีนเเละเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้ฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง โดยตามความต้องการของฝ่ายไทย สนับสนุนให้องค์กรที่เกี่ยวข้องของสองประเทศดำเนินความร่วมมือในการผลิตเเละพัฒนาวัคซีนเเละยารักษาโรคโควิด-19 ส่งเสริมความร่วมมือในด้านป้องกันและรักษาโรคติดต่อและการเเพทย์เเผนโบราณ รักษาเเนวโน้มที่ดีสำหรับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้า สนับสนุนฝ่ายไทยในการบรรเทาผลกระทบโควิดต่อเศรษฐกิจ

2) เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันทางการเมือง ทั้งสองฝ่ายจักรักษาไว้ซึ่งการเคารพต่อกันต่อไปในผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดเเละประเด็นที่มีความห่วงใยอย่างยิ่งของแต่ละฝ่าย สนับสนุนซึ่งกันเเละกันในการพัฒนาตามเส้นทางที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของตน รักษาความมั่นคงเเห่งชาติ รักษาเสถียรภาพของสังคมและบรรลุการพัฒนาเเละความรุ่งโรจน์ เพิ่มการไปมาหาสู่กันระหว่างผู้นำ เสริมสร้างบทบาททางการเมืองในการชี้นำ เพิ่มพลังขับเคลื่อนใหม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

3) ส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เชื่อมต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างลุ่มลึก ยกระดับความร่วมมือในด้านพัฒนาให้สูงยิ่งขึ้น เร่งรัดการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจีน-ไทย กระชับความร่วมมือทางด้านการเกษตรรูปเเบบใหม่ การสื่อสาร 5G เศรษฐกิจดิจิทัล และเมืองอัจฉริยะ

4) เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างประชาชน พิจารณาการควบคุมโรคโควิด-19 อย่างบูรณาการ ผลักดันการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและความร่วมมือทางด้านสังคมและวัฒนธรรมอย่างรอบคอบ ส่งเสริมการเเลกเปลี่ยนอย่างเป็นมิตรระหว่างเยาวชนสองประเทศ เพื่อให้มิตรภาพจีน-ไทยจะได้รับการสานต่อในอนาคต

5) กระชับความร่วมมือเเละการประสานงานในกิจกรรมระหว่างประเทศเเละกิจกรรมภูมิภาค ฝ่ายจีนสนับสนุนฝ่ายไทยในการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างไม่เป็นทางการในปีหน้า ยินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยในการผลักดันยกระดับความสัมพันธ์จีน-อาเซียน และส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานในกรอบสหประชาชาติเเละองค์กรพหุภาคีอื่นๆ

หาน จื้อเฉียง
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บ.เอกชน’ ร้อง กมธ.ศาล สภาสอบ ปม อ.ส.ค.เลิกสัญญาเช่าเครื่องจักรผลิตนม ‘จิรายุ’ จี้ รมช.ศธ.ตอบปมเงินซื้อนมโรงเรียน
บทความถัดไปโลกรวน ความเสี่ยง และภูมิคุ้มกันของไทย