เริงโลกด้วยจิตรื่น : หลังคืนฝนตกหนัก

ยามเช้าหลังคืนฝนตกหนัก เมื่อต้องอาบน้ำ ด้วยความเคยชินกับน้ำอุ่น แล้วเครื่องทำน้ำอุ่นเกิดเสีย ต้องเปิดน้ำผ่านก๊อกที่ต่อตรงจากท่อประปา

ใครที่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ น่าจะนึกออกว่าช่วงเช้าต้องตั้งสติกันขนาดไหน

ไม่มีทางเลยที่จะไม่เปิดน้ำราดเท้าอยู่เนิ่นนาน หวังว่าจะเคยชินแล้วปล่อยน้ำจากฝักบัวราดเนื้อตัว

แม้ไม่ใช่หน้าหนาว แต่น้ำที่ผ่านคืนฝนตกนั้นเย็นเฉียบ แค่นึกถึงก็เกิดอาการเกร็งไปทั้งร่างโดยเฉพาะช่วงไหล่

น้ำราดหัวพอได้ แต่ให้โดนตัวโดยเฉพาะช่วงหน้าอก เกิดความรู้สึกว่าไม่ไหว

เป็นอย่างนั้นแทบทุกวันกว่าจะฝืนได้กลั้นหายใจจนแทบตาย

แต่แล้ววันหนึ่ง ระหว่างเอาน้ำราดเท้าเพื่อปรับตัวให้เคยชินกับความเย็นของน้ำ เป็นเช้าที่เพิ่งผ่านการฝึกที่จะรู้สึกตัว ซึ่งต่อเนื่องมาสู่การพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ

มองไปที่อาการของร่างกายทำท่าจะแข็งเกร็งจากน้ำที่รู้สึกว่าเย็นเฉียบ

ตัดความรู้สึกที่ความเย็นของน้ำ มาดูที่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนแรกความคิดบอกว่าเป็น “ความกลัว” กลัวความเย็นของน้ำ

แต่เมื่อความคิดต่อมาถามว่า “กลัวทำไม” และมีคำตอบว่า “น้ำเย็นไม่ได้ทำร้ายอะไรสักหน่อย วันก่อนที่ฝืนอาบไปก็ไม่เห็นเป็นอะไร แล้วทำไม่ยังกลัว”

พอนึกได้แบบนี้ก็กลับมามองที่ใจใหม่

ที่เห็นคือ “การต่อต้าน” ในใจเกิดการต่อต้านน้ำเย็น

และการต่อต้านนั้น ส่งผลให้สร้างความเกร็งขึ้นมาที่กล้ามเนื้อโดยเฉพาะช่วงหัวไหล่ เกร็งจนรู้สึกปวด

เมื่อเห็นว่าในใจมี “การต่อต้าน” เกิดขึ้น ไม่ต้องทำอะไรต่อเลย การต่อต้านค่อยๆ คลี่คลายออก และสลายไป

เกิดอาการใหม่ขึ้นมาแทนคือ “การเปิดรับ”

เปิดรับน้ำเย็น คราวนี้อาการเกร็งทั้งหมดหายไป ที่หัวไหล่ไม่มีความปวดเหลืออยู่

สบายมากเมื่อโปรยน้ำจากฝักบัวอาบทั่วตัว

เกิดความแปลกใจอย่างยิ่งกับความรู้สึกว่า “น้ำที่ผ่านคืนฝนตกหนัก” นั้นฉ่ำชื่นอย่างยิ่ง ความทรงจำย้อนไปถึงวันวิ่งเล่นน้ำฝน วันที่ฝนตกหนักตอนเด็ก

ความสุขจากความฉ่ำเย็นของน้ำเกิดขึ้นกับทุกอณูของร่างกาย

ช่างเหลือเชื่อจริง จากอาการเกร็งเหมือนจะเป็นจะตายกับน้ำที่ไม่ได้ผ่านเครื่องทำน้ำอุ่น แปรเปลี่ยนมาเป็นความสุขจากความชุ่มชื่นได้ฉับพลันทันใด แต่ปล่อยให้ “การต่อต้าน” สลายหายไปและปรับใจสู่การเปิดรับ

เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สุดยอด

ประทับใจจนเกิดผลึกความคิดที่ว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดความรู้สึกว่า “ทนไม่ได้” นั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นมีความเลวร้ายอะไร แต่เป็นเพราะใจเรา “ต่อต้าน” เรื่องเช่นนั้น

แน่นอน คงมีไม่น้อยที่เป็นเรื่องราวสมควรต่อต้าน

แต่คงมีบ้างเช่นกันที่การต่อต้านนั้นเกิดจากความเคยชิน ต่อต้านตามความเคยชินโดยไม่ได้นึกถึงเหตุถึงผลอะไร เคยต่อต้านมาอย่างไรก็ต่อต้านต่อไปอย่างนั้น

และน่าจะมีหลายเรื่องที่แค่ปล่อยให้การต่อต้านสลายไป และการ “เปิดรับ” เกิดขึ้น

จะพบว่าบางเรื่องไม่ได้เลวร้ายเกินไป และมีไม่น้อยที่เป็น “ความงดงาม” เสียด้วยซ้ำ

เรื่องราวดีงามที่ใจไม่เคยสัมผัส เพราะเคยชินกับการต่อต้านมายาวนาน

จันทร์รอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่ 12 : ร้อนลมปาก โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
บทความถัดไปอาศรมมิวสิก : บันทึกเพลงสยาม ต่อยอดยืดลมหายใจและทางรอด